ดูภาพรวมวิเคราะห์บอลวันนี้รวมทุกคู่เด็ดประจำวันได้ที่หน้าแรก
















ภาพรวมเกม ลิเวอร์พูล พบ แอตเลติโก มาดริด เปิดหัวลีกเฟส
ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2026-27 รอบลีกเฟส นัดที่ 1 คู่ที่แฟนบอลไทยรอคอยที่สุดคือเกม ลิเวอร์พูล พบ แอตเลติโก มาดริด ที่สนามแอนฟิลด์ เตะเวลา 02.00 น. ของวันที่ 10 กันยายน 2569 ตามเวลาประเทศไทย (ตรงกับคืนวันพุธที่ 9 กันยายน ตามเวลายุโรป) นี่คือการเจอกันในนัดเปิดสนามลีกเฟสเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน หลังจากเมื่อเดือนกันยายน 2568 หงส์แดงเฉือนชนะไปได้ 3-2 จากลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ในนาทีที่ 90+2
สิ่งที่ทำให้เกมนี้แตกต่างจากปีก่อนคือคนที่ยืนอยู่ข้างสนามฝั่งเจ้าบ้าน อันโดนี่ อิราโอล่า เข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูลแทน อาร์เนอ สล็อต และเกมนี้คือการประเดิมสนามแชมเปียนส์ลีกครั้งแรกในอาชีพกุนซือของเขา ตรงข้ามกับ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ที่คุมแอตเลติโก มาดริด มาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2011 และเป็นเฮดโค้ชที่อยู่กับสโมสรยาวนานที่สุดในบรรดา 36 ทีมของลีกเฟสฤดูกาลนี้ เป็นการปะทะกันระหว่างแนวคิดใหม่กับความเก๋าเกมที่ตกผลึกมาแล้วกว่า 14 ปี
ทั้งสองทีมออกสตาร์ตลีกในประเทศได้ไม่หวือหวานัก ลิเวอร์พูลเสมอสองนัดรวดก่อนจะเก็บชัยชนะนัดแรกของยุคอิราโอล่าได้ที่พอร์ตแมน โร้ด ส่วนแอตเลติโกเพิ่งโดนถล่มยับที่ซาน มาเมส ทำให้เกมนี้ทั้งคู่ต่างต้องการสามแต้มเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา
ฟอร์มล่าสุด และสถิติเจอกัน
ห้านัดหลังสุดของทั้งสองทีม (รวมเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่น) สะท้อนภาพเดียวกันคือเกมรับที่ยังไม่นิ่ง ลิเวอร์พูลเสียประตูในสี่จากห้านัดหลังสุด ขณะที่แอตเลติโกเสียไปถึงหกลูกในสามนัดหลังสุดของลีก ซึ่งซิเมโอเน่เองก็ยอมรับว่าครึ่งหลังในเกมแพ้ แอธเลติก บิลเบา 0-3 คือ ”สัญญาณเตือน” ของทีม
| วันที่ | เจ้าบ้าน | ทีมเยือน | สกอร์ |
|---|---|---|---|
| 17 ก.ย. 2025 | ลิเวอร์พูล | แอตเลติโก มาดริด | 3-2 |
| 3 พ.ย. 2021 | ลิเวอร์พูล | แอตเลติโก มาดริด | 2-0 |
| 19 ต.ค. 2021 | แอตเลติโก มาดริด | ลิเวอร์พูล | 2-3 |
| 11 มี.ค. 2020 | ลิเวอร์พูล | แอตเลติโก มาดริด | 2-3 |
| 18 ก.พ. 2020 | แอตเลติโก มาดริด | ลิเวอร์พูล | 1-0 |
สถิติที่น่าสนใจคือแอตเลติโก มาดริด ยังไม่เคยชนะทีมจากอังกฤษได้เลยในรอบแบ่งกลุ่ม/ลีกเฟสของแชมเปียนส์ลีก จาก 10 นัดที่ผ่านมาเสมอ 4 แพ้ 6 ขณะที่ลิเวอร์พูลไม่เคยแพ้ในเกมเปิดบ้านนัดแรกของศึกยูโรเปียนคัพ/แชมเปียนส์ลีกเลยตลอด 12 ครั้งที่ผ่านมา ตัวเลขสองชุดนี้เอนไปทางเจ้าบ้านอย่างชัดเจน
จุดแข็ง จุดอ่อน และแผนการเล่นที่คาด
ลิเวอร์พูล
อิราโอล่าน่าจะยืนด้วยระบบ 4-2-3-1 เหมือนที่ใช้มาตลอดสามนัดแรกของพรีเมียร์ลีก จุดแข็งชัดเจนคือแนวรุกที่อัดฉีดมาเต็มพิกัด ลิเวอร์พูล ทุ่มเงินมหาศาลในซัมเมอร์นี้ ปิดท้ายด้วย บรัดเลย์ บาร์กโกล่า ค่าตัวรวม 123 ล้านปอนด์จากเปแอสเช ทำให้ตัวเลือกริมเส้นแน่นขึ้นทันที ขณะที่ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ เริ่มเข้าที่เข้าทางในตำแหน่งหมายเลข 10 หลังโชว์ฟอร์มดีที่สุดในเกมเสมอ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์
จุดอ่อนอยู่ที่แนวรับและการเล่นเกมรับสวนกลับ หงส์แดงเสียประตูรวม 4 ลูกจากสามนัดแรกของลีก และเป็นทีมที่ถูกเจาะบริเวณช่องว่างหลังฟูลแบ็กบ่อยครั้ง การที่ โจ โกเมซ ยังไม่ฟิตเต็มร้อย และ คอเนอร์ แบรดลีย์ ยังเจ็บหัวเข่า ทำให้ โรนัลด์ อเราโฮ ตัวยืมจากบาร์เซโลน่า มีแนวโน้มได้ยืนแบ็กขวาต่อ โดยมี เฌเรมี่ ฌักเก้ต์ จับคู่เซนเตอร์แบ็กกับกัปตันทีม ฟาน ไดค์
แอตเลติโก มาดริด
ซิเมโอเน่คาดว่าจะวางระบบ 4-2-3-1 โดยดัน โกเก้ กับ มอร์เท่น ยูลมันด์ คุมพื้นที่กลางสนาม และปล่อยให้ จูเลียโน่ ซิเมโอเน่ กับ อเดโมล่า ลุคแมน วิ่งเติมสองข้าง จุดแข็งของ แอตเลติโก มาดริด คือความเหนียวและการเล่นลูกตั้งเตะ บวกกับ ยาน โอบลัค ที่ยังเป็นนายทวารระดับท็อปของยุโรป
ปัญหาของทีมตราหมีคือครึ่งหลัง พวกเขาเสียประตูในครึ่งหลังไปถึง 6 ลูกในสามนัดหลังสุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ซิเมโอเน่ต้องแก้ให้ได้ก่อนเจอบรรยากาศกดดันที่แอนฟิลด์ นอกจากนี้ยังต้องเล่นโดยไม่มี อเล็กซานเดอร์ ซอร์ล็อธ ที่เจ็บต้นขา และ อาร์เนา ออร์ติซ ที่ติดโทษแบนตกค้างจากเวทียุโรป ทำให้ตัวเลือกกองหน้าเหลือ โจนาธาน เดวิด แข้งยืมจากยูเวนตุส และ ฮูเลียน อัลวาเรซ ที่เพิ่งกลับมาลงเล่นหลังตกเป็นข่าวย้ายทีมทั้งซัมเมอร์
ผู้เล่นตัวชี้ขาด
- อเล็กซานเดอร์ อิซัค ยิงสองประตูภายในเก้านาทีแรกในเกมบุกชนะ อิปสวิช 2-0 แต่ตลอดอาชีพเขายิงในแชมเปียนส์ลีกได้เพียง 1 ประตูจาก 13 นัด เกมนี้คือโอกาสลบสถิตินั้น
- บรัดเลย์ บาร์กโกล่า แข้งใหม่ที่เคยคว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีก 2 สมัยกับเปแอสเช อาจได้ประเดิมตัวจริงนัดแรกให้หงส์แดงทางริมเส้นขวา
- เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เจ้าของประตูชัยนาที 90+2 ในเกมเจอกันเมื่อปีที่แล้ว และยังเป็นภัยคุกคามจากลูกตั้งเตะเสมอ
- อเล็กซ์ บาเอน่า ทำไปแล้ว 3 ประตูในลาลีกาฤดูกาลนี้ เป็นดาวซัลโวของแอตเลติโกและเป็นคนคุมจังหวะเกมรุกทั้งหมด
- มาร์กอส ยอเรนเต้ คนที่เคยเหมาสองประตูใส่ลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์ทั้งในปี 2020 และเมื่อเดือนกันยายน 2568 เขาแทบจะเป็นตัวปราบหงส์แดงโดยเฉพาะ
ปัจจัยแวดล้อม สนาม สภาพอากาศ และผู้ตัดสิน
แอนฟิลด์ในฤดูกาล 2026-27 จุผู้ชมได้ 61,276 ที่นั่ง หลังการปรับปรุงอัฒจันทร์แอนฟิลด์ โร้ด สแตนด์เสร็จสมบูรณ์ บรรยากาศคืนแชมเปียนส์ลีกที่นี่ยังเป็นหนึ่งในอาวุธที่จับต้องไม่ได้แต่ทรงพลังที่สุดของเจ้าบ้าน สภาพอากาศคืนวันแข่งคาดว่าอยู่ราว 13 องศาเซลเซียส มีเมฆมากและมีฝนโปรยเป็นบางช่วง ลมเบา ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เข้าทางเกมความเร็วมากกว่าเกมบอลยาว
ผู้ตัดสินคือ ดาวิเด้ มาสซ่า ชาวอิตาลี วัย 45 ปี ซึ่งเคยตัดสินเกมของแอตเลติโก มาดริด ในถ้วยยุโรปมาแล้ว 3 นัด และเคยตัดสินเกมของลิเวอร์พูล 1 นัด สไตล์การเป่าที่ค่อนข้างปล่อยให้เกมไหลของเขาอาจเป็นประโยชน์กับทีมที่เล่นปะทะหนักอย่างแอตเลติโก อย่าลืมเช็ก โปรแกรมบอลวันนี้ ก่อนเกมเริ่ม และดูรายละเอียดคู่อื่นในลีกเฟสได้ที่ เว็บไซต์ทางการยูฟ่า
สรุปคาดการณ์ผล ลิเวอร์พูล พบ แอตเลติโก มาดริด
เมื่อชั่งน้ำหนักทุกปัจจัย ทั้งสถิติที่แอตเลติโกยังไม่เคยชนะทีมอังกฤษในรอบแบ่งกลุ่ม/ลีกเฟส สถิติเปิดบ้านนัดแรกที่ลิเวอร์พูลไม่เคยแพ้ 12 ครั้งรวด ฟอร์มขาลงของทีมเยือนที่เพิ่งแพ้ยับ 0-3 และคุณภาพแนวรุกที่หงส์แดงเสริมเข้ามาในซัมเมอร์นี้ ทิศทางจึงเอนไปทางเจ้าบ้าน
แต่ก็ต้องยอมรับว่าแนวรับลิเวอร์พูลยังมีช่องให้เจาะ และแอตเลติโกเป็นทีมที่ไม่ยิงเลยเพียง 1 ครั้งจาก 5 นัดหลังสุดที่มาเยือนแอนฟิลด์ เกมนี้จึงน่าจะออกมาเป็นเกมเปิด มีประตูเกิดขึ้นทั้งสองฝั่ง และตัดสินกันด้วยรายละเอียดช่วงท้าย เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว คาดการณ์ผลการแข่งขันคือ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1
ห้ามพลาดเกมเปิดหัวลีกเฟสคู่นี้ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้เลย เตะ 02.00 น. คืนวันพุธที่ 9 ต่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน ชมสดทาง beIN SPORTS 1 ผ่าน TrueVisions / TrueID แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันว่าแอนฟิลด์จะร้อนแรงแค่ไหนในค่ำคืนแชมเปียนส์ลีกนัดแรกของฤดูกาล
- ลิเวอร์พูล พบ แอตเลติโก มาดริด เตะ 02.00 น. วันที่ 10 กันยายน 2569 ตามเวลาไทย ที่แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสดทาง beIN SPORTS 1 ผ่าน TrueVisions / TrueID
- เป็นการเจอกันในนัดเปิดลีกเฟสเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน หลังปีก่อนหงส์แดงชนะ 3-2 จากประตูชัยนาที 90+2 ของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์
- อันโดนี่ อิราโอล่า ประเดิมคุมทีมในแชมเปียนส์ลีกครั้งแรก ขณะที่ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ คือกุนซือที่อยู่กับสโมสรนานที่สุดในลีกเฟสฤดูกาลนี้
- แอตเลติโก มาดริด ยังไม่เคยชนะทีมจากอังกฤษในรอบแบ่งกลุ่ม/ลีกเฟส (เสมอ 4 แพ้ 6) และเพิ่งแพ้ แอธเลติก บิลเบา 0-3
- ลิเวอร์พูลขาด เอกิติเก้ แบรดลีย์ เลโอนี่ โกเมซ และ เคียซ่า ส่วนแอตเลติโกไร้ ซอร์ล็อธ (เจ็บ) และ ออร์ติซ (แบน)
ตัวจริงที่คาด
อลีสซง เบ็คเกอร์ · โรนัลด์ อเราโฮ · เฌเรมี่ ฌักเก้ต์ · เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ · มิลอช เคอร์เคซ · โดมินิค โซโบซไล · ไรอัน กราเฟนแบร์ค · บรัดเลย์ บาร์กโกล่า · ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ · โกดี้ คักโป · อเล็กซานเดอร์ อิซัค
ยาน โอบลัค · มาร์กอส ยอเรนเต้ · มาร์ก ปูบิลล์ · คริสเตียน โรเมโร่ · อเล็กซ์ กรีมัลโด้ · โกเก้ · มอร์เท่น ยูลมันด์ · จูเลียโน่ ซิเมโอเน่ · อเล็กซ์ บาเอน่า · อเดโมล่า ลุคแมน · โจนาธาน เดวิด

