ดูภาพรวมวิเคราะห์บอลวันนี้รวมทุกคู่เด็ดประจำวันได้ที่หน้าแรก










ลิเวอร์พูล พบ โมนาโก: วิเคราะห์บอลอุ่นเครื่องนัดเปิดตัว อิราโอล่า ที่แอนฟิลด์
ลิเวอร์พูล พบ โมนาโก คือเกมอุ่นเครื่องสโมสรที่มีความหมายมากกว่าตัวเลขในตาราง เพราะเป็นครั้งแรกที่ อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือใหม่วัย 43 ปี จะยืนคุมทีมในกล่องเทคนิคที่แอนฟิลด์ ต่อหน้าแฟนบอลหงส์แดงเต็มความจุ ในบ่ายวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2026 คิกออฟ 20:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (14:30 น. เวลาอังกฤษ) หลังจากที่ทัวร์ปรีซีซั่นสามนัดก่อนหน้าเล่นในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด
อีกฝั่ง โมนาโก ก็อยู่ในช่วงเริ่มต้นยุคใหม่เช่นกัน ฟิลิเป้ ลุยส์ อดีตแบ็กซ้ายทีมชาติบราซิลที่เพิ่งพา ฟลาเมงโก้ คว้าโคปา ลิเบอร์ตาโดเรส 2025 เข้ามารับงานเมื่อ 6 กรกฎาคม 2026 ด้วยสัญญาถึงมิถุนายน 2028 แทนที่ เซบาสเตียน โปโกญโญลี ที่ถูกปลดหลังพาทีมจบอันดับ 7 ในลีกเอิง และพลาดโควตาแชมเปียนส์ลีก น่าสนใจว่าวันแข่งขันนี้ตรงกับวันเกิดครบรอบ 41 ปีของ ฟิลิเป้ ลุยส์ พอดี
ฟอร์มล่าสุดและสถิติเจอกันของ ลิเวอร์พูล กับ โมนาโก
ปรีซีซั่นของ ลิเวอร์พูล เริ่มสวยแล้วสะดุด นัดแรกของยุค อิราโอล่า ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 4-2 ที่แนชวิลล์ ตามด้วยเฉือน เร็กซ์แฮม 1-0 ที่แยงกี้ สเตเดียม จากประตูช่วงท้ายของ ริโอ เอ็นกูโมฮา ก่อนจะมาเจอบทเรียนหนักที่ชิคาโก นำ ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-0 ในครึ่งแรกจากประตูของ ลุค แชมเบอร์ส และ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ แต่หลังเปลี่ยนตัวยกชุดกลับเสียถึง 4 ประตูภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แพ้ไป 2-4
อิราโอล่า เองยอมรับหลังเกมว่า นัดนั้นคือนัดที่ได้ประโยชน์ที่สุด ทั้งในแง่บวกจากครึ่งแรกและแง่ลบจากครึ่งหลัง ซึ่งสะท้อนปัญหาความลึกของสกอดที่แท้จริง โดยเฉพาะแนวรับ
ฝั่ง โมนาโก ลงอุ่นเครื่องมาแล้ว 4 นัด เปิดหัวด้วยการถล่ม แซงต์-พรีสต์ 5-2 จากนั้นแพ้ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 0-2 ที่ประเทศโปรตุเกส เสมอ แซร์กเคิล บรูช 2-2 โดยตามหลัง 0-2 ก่อนที่ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน และ ปารีส บรุนเนอร์ จะไล่ตีเสมอในนาทีที่ 90 และล่าสุดชนะ เกตาเฟ่ 1-0 ที่สนามหลุยส์ ทู จากจุดโทษของ บรุนเนอร์ นาทีที่ 65 หลังเกมนี้ทีมจะเข้าแคมป์ที่ เซนต์ จอร์จ พาร์ค ก่อนอุ่นเครื่องปิดท้ายกับ โคเวนทรี ซิตี้ วันที่ 14 สิงหาคม
สถิติเจอกันของทั้งคู่มีเพียงสองนัดในรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2004-05 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ ลิเวอร์พูล ไปคว้าแชมป์ยุโรปที่อิสตันบูล โดยเปิดบ้านชนะ 2-0 และไปแพ้ที่สนามหลุยส์ ทู 0-1
| รายการเปรียบเทียบ | ลิเวอร์พูล | โมนาโก |
|---|---|---|
| นัดอุ่นเครื่องปรีซีซั่น 2026 | 3 | 4 |
| ชนะ / เสมอ / แพ้ | 2 / 0 / 1 | 2 / 1 / 1 |
| ประตูได้ – ประตูเสีย | 7 – 6 | 8 – 6 |
| อันดับลีกในประเทศ 2025-26 | 5 (พรีเมียร์ลีก) | 7 (ลีกเอิง) |
| สถิติเจอกัน (ยูซีแอล 2004-05) | ชนะ 1 | ชนะ 1 |
| เป้าหมายฤดูกาลใหม่ | ทวงคืนท็อปโฟร์ | เพลย์ออฟยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก |
จุดแข็ง จุดอ่อน และแผนการเล่นที่คาดของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล: 4-3-3 เพรสซิ่งสูงของ อิราโอล่า บนแนวรับที่บางเฉียบ
อิราโอล่า สร้างชื่อที่ บอร์นมัธ ด้วยการเพรสซิ่งสูงแบบชายต่อชาย วินัยเชิงตำแหน่ง และการเปลี่ยนเกมรับเป็นเกมรุกอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสไตล์ที่เข้ากับผู้เล่นอย่าง เจเรมี่ ฟริมปอง และ มิลอส เคอร์เกซ ลูกศิษย์เก่าที่เขาเคยคุมมาก่อน จุดแข็งชัดเจนคือแดนกลางและแนวรุก ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ กับ โดมินิค โซบอสซ์ไล ยังอยู่ครบ และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค เพิ่งกลับจากฟุตบอลโลกมาลงสนามกับ ลีดส์ ไปแล้วครึ่งเวลา
จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดจนถูกสื่ออังกฤษเรียกว่าวิกฤตคือตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก โจ โกเมซ เจ็บกล้ามเนื้อตั้งแต่นาทีที่ 8 ของเกมแรกกับ ซันเดอร์แลนด์ ส่วน เชเรมี ชาเกต์ กองหลังฝรั่งเศสค่าตัวแพงที่เพิ่งย้ายมาจาก แรนส์ ยังไม่ได้ลงเล่นเลยหลังผ่าตัดหัวไหล่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และ โจวานนี่ เลโอนี่ ก็ยังไม่ฟิต ทำให้ อิราโอล่า ต้องดันดาวรุ่งอย่าง ลุค แชมเบอร์ส และ Ifeanyi Ndukwe ขึ้นมายืนคู่กลาง ซึ่งเป็นจุดที่โดนเจาะจนแพ้ ลีดส์ นัดล่าสุด
โมนาโก: 4-2-3-1 ที่ต้องหาคนแทน อากลิยูช และรอ ป็อกบา ฟิต
ฟิลิเป้ ลุยส์ เข้ามาพร้อมโปรไฟล์ที่น่าเชื่อถือ ทำสถิติ 62 ชนะ 21 เสมอ 16 แพ้ ในสองฤดูกาลกับ ฟลาเมงโก้ และคว้ารางวัลโค้ชยอดเยี่ยมอเมริกาใต้ปี 2025 จุดแข็งของทีมชุดนี้คือประสบการณ์ในแนวรับ เอริค ดายเออร์ และ ทิโล เคห์เรอร์ คือคู่กลางที่ผ่านเกมระดับสูงมามาก ส่วนแดนกลางมี เดนิส ซาคาเรีย กัปตันทีม และ ลามีน คามาร่า ที่กำลังถูกหลายสโมสรพรีเมียร์ลีกจับตา
ปัญหาของ เสด-บลอง คือการสูญเสียตัวรุกหลัก มาญส์ อากลิยูช ย้ายไป ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ส่วน กาอิโอ เฮนริเก้ ย้ายไป อาแจ็กซ์ ขณะที่ ปอล ป็อกบา และ อันซู ฟาติ ยังเจ็บอยู่ ทำให้ภาระเกมรุกตกอยู่ที่ มิก้า บีเรธ กับ ปารีส บรุนเนอร์ ที่ทำประตูในสองนัดหลังสุดติดต่อกัน และ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ที่ยังเป็นตัวเชื่อมเกมสำคัญ
ผู้เล่นตัวชี้ขาดใน ลิเวอร์พูล พบ โมนาโก
- ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (ลิเวอร์พูล) ทำประตูในเกมกับ ลีดส์ และเป็นสมองของเกมรุกที่ อิราโอล่า จะสร้างทีมรอบตัวเขา
- อเล็กซานเดอร์ อิซัค (ลิเวอร์พูล) เพิ่งกลับจากฟุตบอลโลก ลงสนามครึ่งแรกกับ ลีดส์ นัดนี้น่าจะได้เวลามากขึ้นเพื่อเรียกความฟิต
- ริโอ เอ็นกูโมฮา (ลิเวอร์พูล) ดาวรุ่งที่ยิงประตูชัยใส่ เร็กซ์แฮม และกำลังเรียกร้องเวลาลงเล่นในฤดูกาลใหม่
- ปารีส บรุนเนอร์ (โมนาโก) ทำประตูตีเสมอนาทีที่ 90 ใส่ แซร์กเคิล บรูช และซัดจุดโทษชัยใส่ เกตาเฟ่ ฟอร์มร้อนที่สุดของทีมเยือน
- อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน (โมนาโก) ตัวเชื่อมเกมมากประสบการณ์ ทำประตูในเกมกับ แซร์กเคิล บรูช
- เอริค ดายเออร์ (โมนาโก) อดีตกองหลัง ท็อตแนม ที่คุ้นเคยกับเกมอังกฤษดีที่สุดในทีม จะเป็นคนคุมกล่องรับแรงกดดันจากแอนฟิลด์
ปัจจัยแวดล้อม: แอนฟิลด์ นัดเปิดบ้าน และการเรียกความฟิตของตัวจากฟุตบอลโลก
แอนฟิลด์ ความจุ 61,276 ที่นั่ง จะเป็นครั้งแรกที่แฟนหงส์แดงได้เห็น อิราโอล่า คุมทีมในบ้าน บรรยากาศแบบนี้มีผลจริงกับผู้เล่นใหม่และดาวรุ่งที่กำลังแย่งตำแหน่ง ขณะเดียวกันเกมนี้ยังเป็นเวทีเปิดตัว วิกตอร์ มูโญซ กองหน้าสเปนวัย 22 ปี ค่าตัว 34.5 ล้านปอนด์จาก โอซาซูน่า ที่เพิ่งคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกกับสเปนและตัดวันหยุดกลับมา แต่ยังไม่พร้อมลงสนาม โดยจะถูกแนะนำตัวต่อแฟนบอลก่อนเกม
อีกปัจจัยคือจังหวะการเรียกความฟิต อลิสซง, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค และ โคดี้ กัคโป ยังไม่ได้ลงเล่นในปรีซีซั่นเลยเพราะติดภารกิจฟุตบอลโลก แต่ซ้อมที่ศูนย์ฝึก AXA มาแล้วกว่าหนึ่งสัปดาห์ จึงมีลุ้นได้ลงสนามบางส่วนในนัดนี้ ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันในแนวรับได้ทันที ส่วน อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ยังลาพักหลังลุยฟุตบอลโลกกับอาร์เจนตินา รายละเอียดโปรแกรมและข่าวทีมดูได้ที่ เว็บไซต์ทางการของลิเวอร์พูล และรายชื่อชุดลุยของทีมเยือนที่ เว็บไซต์ทางการของโมนาโก
สำหรับ โมนาโก เกมนี้อยู่ห่างจากนัดชิงตั๋วยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบเพลย์ออฟไม่ถึงสองสัปดาห์ ทีมจะเจอผู้แพ้จากคู่ เฟเรนซ์วาโรช พบ กอร์นิค ซาบเช่ ดังนั้น ฟิลิเป้ ลุยส์ จะใช้เกมนี้ทดสอบ 11 ตัวจริงจริงจังมากกว่าจะหมุนเวียนทั้งชุด นั่นทำให้ระดับความเข้มข้นน่าจะสูงกว่าอุ่นเครื่องทั่วไป
ลิเวอร์พูล จะชนะ โมนาโก ได้ไหม? สรุปคาดการณ์ผลการแข่งขัน
บทวิเคราะห์บอลคู่นี้ให้ ลิเวอร์พูล เป็นต่อ ด้วยเหตุผลสามข้อ ข้อแรกคือคุณภาพแนวรุก แม้แนวรับจะบาง แต่ชุดรุกที่มี เวียร์ตซ์, อิซัค, คิเอซ่า และ โซบอสซ์ไล เหนือกว่าแนวรับ โมนาโก ที่เพิ่งเสีย 6 ประตูจาก 4 นัดอุ่นเครื่อง ข้อสองคือความได้เปรียบเรื่องสนาม แอนฟิลด์ เต็มความจุจะดันจังหวะเกมให้เร็วขึ้น ซึ่งเข้าทางเพรสซิ่งของ อิราโอล่า ข้อสามคือแรงจูงใจ ทีมเจ้าบ้านเพิ่งแพ้ยับ 2-4 และต้องการภาพลักษณ์ที่ดีก่อนเปิดฤดูกาล
สิ่งที่ต้องระวังคือช่วงครึ่งหลังหลังเปลี่ยนตัวยกชุด ซึ่งเป็นจุดที่ ลิเวอร์พูล พังกับ ลีดส์ มาแล้ว โมนาโก เองก็มีตัวสำรองที่พร้อมลงมาเปลี่ยนเกม โดยเฉพาะ บรุนเนอร์ ที่ทำประตูจากม้านั่งสำรองมาสองนัดติด บวกกับความคมของ บีเรธ ที่เคยอยู่ในระบบเยาวชน อาร์เซนอล จึงมีสิทธิ์เก็บอย่างน้อยหนึ่งประตูจากแนวรับดาวรุ่งของเจ้าบ้าน
เมื่อชั่งน้ำหนักแล้ว คาดผล ลิเวอร์พูล ชนะ 2-1 เป็นชัยชนะที่ไม่ขาดลอยแต่เพียงพอให้ อิราโอล่า เปิดตัวที่แอนฟิลด์ได้อย่างสวยงาม แฟนบอลไทยที่อยากดูสดสามารถรับชมผ่าน LFCTV และ All Red Video ซึ่งถ่ายทอดทั่วโลก เริ่มเวลา 20:30 น. ตามเวลาไทย
อ่านบทวิเคราะห์บอลคู่อื่น ๆ ได้ที่ หน้ารวมวิเคราะห์บอล
- นัดแรกของ อันโดนี่ อิราโอล่า ในฐานะกุนซือ ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ หลังทัวร์สหรัฐฯ 3 นัด
- ลิเวอร์พูล มีวิกฤตเซ็นเตอร์แบ็ก โจ โกเมซ, เชเรมี ชาเกต์ และ โจวานนี่ เลโอนี่ เจ็บพร้อมกัน
- โมนาโก เปิดยุคใหม่กับ ฟิลิเป้ ลุยส์ ที่พา ฟลาเมงโก้ คว้าโคปา ลิเบอร์ตาโดเรส 2025
- ทั้งคู่เคยเจอกันแค่ 2 นัด ในยูซีแอล 2004-05 ชนะกันคนละนัด
- ปารีส บรุนเนอร์ ทำประตูให้ โมนาโก สองนัดติด เป็นตัวอันตรายที่สุดของทีมเยือน
ตัวจริงที่คาด
จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี · เจเรมี่ ฟริมปอง · Ifeanyi Ndukwe · ลุค แชมเบอร์ส · มิลอส เคอร์เกซ · ไรอัน กราเวนแบร์ช · โดมินิค โซบอสซ์ไล · ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ · เฟเดริโก้ คิเอซ่า · อเล็กซานเดอร์ อิซัค · ริโอ เอ็นกูโมฮา
ลูคัส ฮราเดคกี้ · จอร์แดน เตเซ่ · เอริค ดายเออร์ · ทิโล เคห์เรอร์ · Flavio Nazinho · Pape Cabral · ลามีน คามาร่า · Mamadou Coulibaly · Mathys Detourbet · อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน · มิก้า บีเรธ

