ดูภาพรวมวิเคราะห์บอลวันนี้รวมทุกคู่เด็ดประจำวันได้ที่หน้าแรก
















ลิเวอร์พูล พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ศึกแอนฟิลด์ที่หงส์แดงต้องล้างตา
ลิเวอร์พูล พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ คือคู่เปิดหัวช่วงบ่ายของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2026/27 นัดที่ 2 ลงเตะที่สนามแอนฟิลด์ เมืองลิเวอร์พูล วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2026 เวลาไทย 18.30 น. (12.30 น. ตามเวลาอังกฤษ) เป็นเกมที่ทั้งสองทีมยังไม่มีชัยชนะในลีกฤดูกาลใหม่ และต่างเปลี่ยนกุนซือใหม่ทั้งคู่ในซัมเมอร์ที่ผ่านมา
ฝั่งเจ้าบ้านเปิดยุคของ อันโดนี่ อิราโอล่า ที่เข้ามารับช่วงต่อจาก อาร์เนอ สล็อต ด้วยการบุกไปเจ๊า นิวคาสเซิ่ล 2-2 ที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค เมื่อ 23 สิงหาคม โดย โคดี้ กัคโป ตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 55 ก่อน โดมินิก โซบอสซ์ไล จะซัดจุดโทษ ช่วยทีมเก็บแต้มในนาทีที่ 90+9 ส่วนทีมเยือนภายใต้ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ที่เข้ามาแทน วิตอร์ เปเรร่า เมื่อ 6 กรกฎาคม ยังไร้ประตูจาก 2 เกมแรกของฤดูกาล
ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุดหลังจบนัดแรก ลิเวอร์พูล อยู่อันดับ 10 ด้วย 1 คะแนน ขณะที่ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ รั้งอันดับ 15 โดยยังไม่มีคะแนน บทวิเคราะห์บอลคู่นี้จึงเป็นการวัดกันระหว่างทีมที่สร้างโอกาสได้มหาศาลแต่เสียประตูง่าย กับทีมที่แน่นเกมรับแต่ยิงไม่ออก
ฟอร์มล่าสุดและสถิติการเจอกันของทั้งสองทีม
5 นัดหลังสุดในเกมการแข่งขันจริงของ ลิเวอร์พูล คือ แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3, เสมอ เชลซี 1-1, แพ้ แอสตัน วิลล่า 2-4, เสมอ เบรนท์ฟอร์ด 1-1 (สี่นัดปิดฤดูกาล 2025/26) และเสมอ นิวคาสเซิ่ล 2-2 ในนัดเปิดฤดูกาลใหม่ ส่วน น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ คือ เสมอ นิวคาสเซิ่ล 1-1, แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3, เสมอ บอร์นมัธ 1-1, แพ้ ลีดส์ 0-1 ในลีก และแพ้ ลีดส์ ซ้ำอีก 0-2 ในคาราบาว คัพ รอบสอง เมื่อ 25 สิงหาคม
ฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูล จบอันดับ 5 ด้วย 60 คะแนน ส่วน ฟอเรสต์ จบอันดับ 16 ด้วย 44 คะแนน แต่สถิติเจอกันสองนัดหลังสุดกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง เพราะ ฟอเรสต์ เคยบุกมาถล่มถึงแอนฟิลด์ 3-0 เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2025 ก่อนที่ หงส์แดง จะไปเอาคืน 1-0 ที่ซิตี้ กราวด์ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026
| ตัวเลขเปรียบเทียบ | ลิเวอร์พูล | น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ |
|---|---|---|
| อันดับพรีเมียร์ลีกล่าสุด | 10 | 15 |
| คะแนนสะสมฤดูกาล 2026/27 | 1 | 0 |
| ประตูได้ / เสีย ในลีกฤดูกาลนี้ | 2 / 2 | 0 / 1 |
| อันดับและคะแนนเมื่อจบฤดูกาล 2025/26 | 5 (60 แต้ม) | 16 (44 แต้ม) |
| ครองบอลในนัดล่าสุดของลีก | 61% | 56% |
| ยิงทั้งหมด / เข้ากรอบ ในนัดล่าสุดของลีก | 27 / 7 | 12 / 2 |
ตัวเลขจากนัดเปิดฤดูกาลบอกชัดว่า ลิเวอร์พูล สร้างโอกาสได้ล้นหลาม ยิงถึง 27 ครั้ง และมีค่า xG สูงถึง 2.71 เทียบกับ นิวคาสเซิ่ล ที่ทำได้ 1.42 ขณะที่ ฟอเรสต์ ครองบอลเหนือกว่า ลีดส์ แต่ยิงเข้ากรอบเพียง 2 ครั้งจาก 12 ครั้ง และเสียประตูชัยในนาทีที่ 88
จุดแข็ง-จุดอ่อน และแผนการเล่นที่คาดของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล: บุกทะลวงได้ แต่โดนสวนกลับซ้ำซาก
อิราโอล่า วางระบบ 4-2-3-1 ในนัดแรก โดยให้ ไรอัน กราเฟนแบร์ช คู่กับ โซบอสซ์ไล เป็นสองตัวกลาง มี ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ เป็นเพลย์เมกเกอร์หลัง อเล็กซานเดอร์ อิซัค และเปิดโอกาสให้ ริโอ เอ็นกูโมฮา ดาวรุ่งวัยรุ่นยืนริมเส้นขวา แนวรับปรับใหม่ยกชุดหลัง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และ อิบราฮิม่า โกนาเต้ อำลาทีม โดยมี เฌเรมี ฌักเกต์ ที่ย้ายมาจากแรนส์ ยืนคู่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์
จุดอ่อนที่ชัดที่สุดคือการรับเกมสวนกลับ ข้อมูลจาก Opta Analyst ระบุว่า ลิเวอร์พูล เสียประตูจากการโดนสวนกลับเร็วรวม 9 ลูกนับตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก และในเกมกับ นิวคาสเซิ่ล ก็เสียประตูลักษณะนี้ถึง 2 ลูกในนัดเดียว
ซัมเมอร์นี้ หงส์แดง ยังทุ่มเสริมทัพหนัก ทั้งดึง บรัดเลย์ บาร์กโกล่า จากเปแอสเช, วิคตอร์ มูนอซ จากโอซาซูน่า และยืมตัว โรนัลด์ อเราโฮ มาจากบาร์เซโลน่า แต่ บาร์กโกล่า คาดว่ายังไม่ทันได้ประเดิมในเกมนี้ ภาระเกมรุกจึงตกอยู่กับชุดเดิมที่ยิงพลาดโอกาสดี ๆ ไปหลายจังหวะที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์: ระบบ 3-4-2-1 ของกลาสเนอร์ที่ยังหาประตูไม่เจอ
กลาสเนอร์ ยึดระบบ 3-4-2-1 อันเป็นลายเซ็นของตัวเอง โดยใช้แผงหลังสามคนคุมพื้นที่ มี โอลา ไอน่า และ เนโก้ วิลเลี่ยมส์ เป็นวิงแบ็กสองข้าง และวาง มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ กับ ดาน เอ็นดอย เป็นสองตัวรุกหนุนหลัง อิกอร์ เฆซุส ปัญหาคือจากสองเกมแรกที่พบ ลีดส์ ทีมยังยิงไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว
หลังแพ้คาบ้านสองนัดในสามวัน กลาสเนอร์ ยอมรับตรง ๆ ว่าตอนนี้ทีมยังห่างไกลจากจุดที่อยากไปให้ถึงมาก และย้ำว่าทีมชุดนี้เพิ่งผ่านศึกหนีตกชั้นมาเมื่อฤดูกาลก่อน ล่าสุดสโมสรทุ่มทำลายสถิติราว 50 ล้านปอนด์คว้า เลียม เดลาป จากเชลซี เมื่อ 27 สิงหาคม เพื่อแก้ปัญหาจบสกอร์ แต่คาดว่ายังเป็นได้แค่ตัวสำรองในเกมนี้
ผู้เล่นตัวชี้ขาดของเกมนี้
เกมที่ทีมหนึ่งยิงเยอะแต่ปิดเกมไม่ลง กับอีกทีมที่แน่นแต่ไร้ประตู ทำให้ผู้เล่นไม่กี่คนกลายเป็นตัวตัดสินผลจริง ๆ นี่คือชื่อที่ควรจับตาเป็นพิเศษที่แอนฟิลด์
- อเล็กซานเดอร์ อิซัค (ลิเวอร์พูล) — กองหน้าเบอร์ 9 ที่ยังไม่มีประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ทั้งที่ทีมยิงไปแล้ว 27 ครั้งในนัดเดียว ถ้าเขาตื่นขึ้นมาได้เกมนี้จบไว
- ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (ลิเวอร์พูล) — เบอร์ 7 ที่ต้องเจาะบล็อกต่ำห้าหลังของ ฟอเรสต์ ให้แตก เป็นคนที่ระบบของ อิราโอล่า ฝากงานสร้างสรรค์ไว้มากที่สุด
- โคดี้ กัคโป (ลิเวอร์พูล) — เจ้าของประตูตีเสมอในนัดเปิดฤดูกาลที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค และเป็นตัวเลือกริมเส้นซ้ายที่ทำเกมได้สองแบบ
- มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ (น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์) — กัปตันทีมและหัวใจการทำเกม เพิ่งฟิตกลับมาจากอาการเจ็บเข่า ที่ทำให้พลาดเกมคาราบาว คัพ
- ดาน เอ็นดอย (น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์) — อาวุธสวนกลับความเร็วสูงที่ตรงกับจุดอ่อนใหญ่ที่สุดของเจ้าบ้านพอดี
- มัตซ์ เซลส์ (น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์) — นายทวารเบลเยียมที่ต้องรับแรงกดดันหนักที่สุดในเกม
ฝั่งเจ้าบ้านยังขาด ฮูโก้ เอกิติเก้ (เอ็นร้อยหวายฉีก), คอเนอร์ แบรดลี่ย์ (เข่า), โจวานนี่ เลโอนี่ (เอ็นไขว้หน้าเข่า) และ โจ โกเมซ (กล้ามเนื้อ) ขณะที่ทีมเยือนไร้ ไรอัน เยตส์ และ นิโคโล่ ซาโวน่า ส่วน เนโก้ วิลเลี่ยมส์ ต้องเช็กความฟิต หลังเจ็บจากเกมถ้วยกลางสัปดาห์
ปัจจัยแวดล้อม: สนามแอนฟิลด์ สภาพอากาศ และผู้ตัดสิน
แอนฟิลด์ ความจุ 61,276 ที่นั่ง เป็นสนามที่ ฟอเรสต์ เพิ่งเก็บชัยชนะ 3-0 ไปได้เมื่อฤดูกาลก่อน แต่ในภาพรวมระยะยาว ลิเวอร์พูล ยังครองสถิติเหนือกว่าอย่างชัดเจน จาก 124 นัดที่พบกันทุกรายการ หงส์แดง ชนะ 61 เสมอ 30 และแพ้ 33
สภาพอากาศเป็นตัวแปรจริงจัง พยากรณ์ระบุว่าวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม เมืองลิเวอร์พูลจะมีฝนตก และช่วงเที่ยงถึงบ่ายซึ่งตรงกับเวลาแข่งมีโอกาสฝน 80-90% อุณหภูมิราว 18 องศาเซลเซียส สนามลื่นและบอลไหลเร็วมักเข้าทางทีมที่เล่นเกมตั้งรับ-สวนกลับมากกว่าทีมที่ต้องต่อบอลสั้นเจาะบล็อกต่ำ อีกทั้งลูกตั้งเตะและจังหวะสองในเขตโทษก็มีโอกาสเกิดความผิดพลาดสูงขึ้นเมื่อพื้นสนามเปียก
ผู้ตัดสินคือ แซม บาร์ร็อตต์ โดยมี อดัม นันน์ และ เวด สมิธ เป็นผู้ช่วย, ทิม โรบินสัน เป็นผู้ตัดสินที่สี่ และ ไมเคิล โอลิเวอร์ ทำหน้าที่ VAR ตามประกาศอย่างเป็นทางการของสโมสรลิเวอร์พูล เกมที่ปะทะกันหนักบวกสนามเปียกอาจทำให้มีจังหวะตัดสินใจยาก ๆ ให้ VAR ได้ทำงาน
ลิเวอร์พูล จะชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ได้ไหม?
คำตอบคือมีโอกาสสูง แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่ตัวเลขชื่อชั้นบอก ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ในนัดเปิดสนามที่บ้านและเกมแรก ๆ ของฤดูกาลมายาวนาน และสถิติเปิดฤดูกาลของทีมยังไม่แพ้ในนัดแรกติดต่อกัน 14 ฤดูกาล ยาวที่สุดในพรีเมียร์ลีกเวลานี้ บวกกับค่า xG 2.71 จากนัดที่ผ่านมาที่บอกว่าเครื่องยนต์เกมรุกเดินแล้ว
อีกด้าน น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ยิงไม่ได้เลยใน 2 เกมแรก และเพิ่งแพ้คาบ้านสองนัดรวดในสามวัน ทีมที่กำลังขาดความมั่นใจในการจบสกอร์ ต้องมาเยือนสนามที่ต้องยิงให้ได้อย่างน้อย 1 ลูกจึงจะมีลุ้น งานนี้จึงหนักกว่าเกมกับ ลีดส์ หลายเท่า อย่างไรก็ตาม ระบบ 3-4-2-1 ของ กลาสเนอร์ ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบ ในเกมรับและการเล่นลูกตั้งเตะ ซึ่งเป็นสองสิ่งที่พอจะกวนแผนเจ้าบ้านได้
ความเสี่ยงเดียวของเจ้าบ้านคือเกมสวนกลับ ซึ่ง เอ็นดอย และ อิกอร์ เฆซุส ทำได้ดี และเป็นจุดที่ ลิเวอร์พูล เสียประตูมากที่สุด หากแนวรับคู่ ฟาน ไดค์-ฌักเกต์ จัดการระยะห่างได้ดีกว่าที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค คาดว่า ลิเวอร์พูล จะเก็บสามแต้มแรกของฤดูกาลด้วยสกอร์ 2-0
แฟนบอลชาวไทยติดตามเกมนี้พร้อมกันได้ทาง MONOMAX ตั้งแต่เวลา 18.30 น. วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2026
อ่านบทวิเคราะห์บอลคู่อื่น ๆ ได้ที่ หน้ารวมวิเคราะห์บอล
- ลิเวอร์พูล เปิดบ้านแอนฟิลด์ พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ พรีเมียร์ลีกนัดที่ 2 เวลาไทย 18.30 น. วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2026 ถ่ายทอดสดทาง MONOMAX
- ลิเวอร์พูล อยู่อันดับ 10 (1 แต้ม) หลังบุกเจ๊า นิวคาสเซิ่ล 2-2 ส่วน ฟอเรสต์ อันดับ 15 ยังไม่มีแต้มและยังไม่มีประตูจาก 2 เกมแรก
- ทั้งสองทีมเปลี่ยนกุนซือใหม่ อันโดนี่ อิราโอล่า คุม ลิเวอร์พูล และ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ คุม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
- ฟอเรสต์ เคยบุกชนะที่แอนฟิลด์ 3-0 เมื่อพฤศจิกายน 2025 ก่อน ลิเวอร์พูล เอาคืน 1-0 ที่ซิตี้ กราวด์ กุมภาพันธ์ 2026
- ผู้ตัดสินคือ แซม บาร์ร็อตต์ VAR โดย ไมเคิล โอลิเวอร์ สภาพอากาศคาดว่ามีฝนตก อุณหภูมิราว 18 องศาเซลเซียส
ตัวจริงที่คาด
อลิสซง เบเกร์ · เยเรมี ฟริมปง · เฌเรมี ฌักเกต์ · เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ · มิลอส เคอร์เคซ · ไรอัน กราเฟนแบร์ช · โดมินิก โซบอสซ์ไล · ริโอ เอ็นกูโมฮา · ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ · โคดี้ กัคโป · อเล็กซานเดอร์ อิซัค
มัตซ์ เซลส์ · อุสมาน ดิโอม็องเด้ · นิโกล่า มิเลนโควิช · มูริลโล่ · โอลา ไอน่า · อิบราฮิม ซองกาเร่ · เจมส์ แม็คอาที · เนโก้ วิลเลี่ยมส์ · มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ · ดาน เอ็นดอย · อิกอร์ เฆซุส

