ดูภาพรวมวิเคราะห์บอลวันนี้รวมทุกคู่เด็ดประจำวันได้ที่หน้าแรก
โมนาโก พบ กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ ศึกชี้ชะตาตั๋วรอบลีกเฟสที่สตาด หลุยส์ ทู
โมนาโก พบ กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ คือเกมนัดที่สองของรอบเพลย์ออฟ ยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก 2026/27 ที่สนามสตาด หลุยส์ ทู ในคืนวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2026 เวลา 23:45 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยเจ้าบ้านถือแต้มต่อทางสกอร์รวมอยู่ 3-2 หลังบุกไปเฉือนชนะที่สตาดิโอน อิม แอร์เนสตา โพห์ลา เมืองซาเบอร์เซ่ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ต่อหน้าแฟนบอล 23,027 คน
เกมนัดแรกไม่ได้ราบรื่นอย่างที่หลายคนคิด โมนาโก ออกนำ 2-0 จากลูกยิงของ มิกา เบียเรธ นาทีที่ 9 และ ลามีน กามารา นาทีที่ 51 ก่อนที่เจ้าถิ่นโปแลนด์จะไล่มาเป็น 1-2 ในนาทีที่ 53 จาก อีริก เพรคอป แล้ว ปารีส บรุนเนอร์ ก็ซัดคืนให้ทีมฝรั่งเศสหนีเป็น 3-1 ในนาทีที่ 58 ก่อน ซอนเดร ลีเซท ตัวสำรองจะโหม่งตีไข่แตกลูกที่สองในนาทีที่ 74 ปิดสกอร์ 2-3
สิ่งที่น่าสนใจคือสถิติในสนามกลับสวนทางกับสกอร์ กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ ยิงรวมมากถึง 17 ครั้ง ตรงกรอบ 6 ครั้ง และได้เตะมุม 6 ครั้ง ขณะที่ โมนาโก ยิงเพียง 9 ครั้ง ตรงกรอบ 5 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นประตูได้ถึงสามลูก นี่คือภาพสะท้อนของทีมที่มีประสิทธิภาพในการจบสกอร์เหนือกว่า แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าแนวรับยังเปิดช่องให้คู่แข่งเข้าทำได้บ่อยเกินไป
ฟอร์มล่าสุด & สถิติเจอกัน
โมนาโก ภายใต้การคุมทีมของ ฟิลิเป้ ลุยส์ เปิดฤดูกาล 2026/27 ได้ค่อนข้างดี ห้านัดหลังสุดรวมทุกรายการชนะ 4 แพ้ 1 โดยชนะ เกตาเฟ่ 1-0, ชนะ ลิเวอร์พูล 3-2 ที่แอนฟิลด์ในเกมอุ่นเครื่อง, แพ้ โคเวนทรี 0-2, ชนะ กอร์นิค 3-2 และล่าสุดบุกชนะ เลอ อาฟร์ 1-0 ในลีก เอิง นัดเปิดฤดูกาลจากลูกโหม่งของ เอริค ดายเออร์ นาทีที่ 14 ปัจจุบันทีมรั้งอันดับ 5 ของตารางลีก เอิง จากการลงเล่นเพียงนัดเดียว
ฝั่ง กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ ของ มิคาล กาชปาริค เข้าสู่ฤดูกาลนี้ด้วยการเริ่มจากรอบคัดเลือก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนตกชั้นมาเล่นยูโรปา ลีก และลงมาถึงคอนเฟอเรนซ์ ลีก ในที่สุด ฟอร์มห้านัดหลังสุดรวมทุกรายการคือ แพ้ เฟเรนซ์วาโรช 0-1, ชนะ ราโดเมียก ราดอม 3-1, เสมอ เฟเรนซ์วาโรช 1-1, ชนะ วิสวา คราคูฟ 2-1 และแพ้ โมนาโก 2-3 ในบ้าน จุดที่น่ากลัวคือในเอ็คสตราคลาซ่าพวกเขาชนะรวด 3 นัดแรก เก็บ 9 คะแนน ยืนอันดับ 2 ของตาราง
| ตัวเลขเปรียบเทียบ (นัดแรก 20 ส.ค. 2026) | โมนาโก | กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ |
|---|---|---|
| ครองบอล % | 49 | 51 |
| ยิงรวม (ครั้ง) | 9 | 17 |
| ยิงตรงกรอบ (ครั้ง) | 5 | 6 |
| เตะมุม (ครั้ง) | 3 | 6 |
| ฟาวล์ (ครั้ง) | 14 | 7 |
| ความแม่นยำการจ่ายบอล % | 87 | 86 |
| อันดับลีกในประเทศปัจจุบัน | 5 (ลีก เอิง) | 2 (เอ็คสตราคลาซ่า) |
สถิติการเจอกันมีเพียงนัดเดียวในประวัติศาสตร์ นั่นคือเกมนัดแรกของรอบเพลย์ออฟหนนี้ที่ โมนาโก ชนะ 3-2 นอกจากนี้สโมสรจากแคว้นไซลีเซียยังไม่เคยผ่านเข้ารอบในถ้วยยุโรปเลยสักครั้งในศตวรรษนี้ หากแพ้ในนัดแรก ซึ่งเป็นสถิติที่กดดันพวกเขาอย่างหนักก่อนบุกมาถึงราชรัฐโมนาโก รายละเอียดแมตช์ทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้ที่ หน้าแมตช์อย่างเป็นทางการของยูฟ่า
จุดแข็ง-จุดอ่อน และแผนการเล่นที่คาด
โมนาโก
จุดแข็งของทีมเจ้าบ้านคือคุณภาพผู้เล่นแนวรุกที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน มิกา เบียเรธ และ ปารีส บรุนเนอร์ ทำประตูได้ทั้งคู่ในนัดแรก ขณะที่ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ยังเป็นตัวจ่ายบอลสุดท้ายที่อ่านเกมได้เฉียบคม เสริมด้วย ลามีน กามารา ที่เล่นได้ครบเครื่องทั้งเกมรับเกมรุกในแดนกลาง คาดว่า ฟิลิเป้ ลุยส์ จะวางระบบ 4-4-2 เหมือนนัดแรก โดยใช้ เดนิส ซาคาเรีย เป็นแกนกลางคุมจังหวะ
จุดอ่อนคือแนวรับที่เสียประตูในสองนัดหลังสุดของถ้วยยุโรปรวม 2 ลูก และการที่ทีมยังต้องปรับตัวกับผู้เล่นใหม่หลายราย โมนาโก เสียผู้เล่นสำคัญไปหลายคนจากอาการบาดเจ็บ ทั้ง โมฮัมเหม็ด ซาลิซู และ ทาคุมิ มินามิโนะ ที่เจ็บเอ็นไขว้เข่า รวมถึง อันซู ฟาติ ที่มีปัญหากล้ามเนื้อน่อง และ มัทธิส อับลีน ที่บาดเจ็บเท้า ทำให้ตัวเลือกในแดนหน้าลดลงพอสมควร
กอร์นิค ซาเบอร์เซ่
ทีมเยือนเล่นด้วยระบบ 4-3-3 ที่กล้าดันเกมสูงและกดดันคู่แข่งตั้งแต่แดนบน สถิติ 17 ครั้งที่พวกเขายิงใส่ โมนาโก ในนัดแรกยืนยันว่าเกมรุกไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร อีริก เพรคอป และ ซอนเดร ลีเซท ยิงคนละ 3 ประตูในเอ็คสตราคลาซ่าฤดูกาลนี้ ส่วน แคสเปอร์ อูร์บันสกี มิดฟิลด์ตัวรุกก็เป็นคนที่กล้าเจาะพื้นที่แคบ
ปัญหาใหญ่คือความคมของแนวรับเมื่อออกไปเล่นนอกบ้าน สองนัดยุโรปนอกบ้านฤดูกาลนี้พวกเขาแพ้ทั้งคู่และยิงไม่ได้เลยแม้แต่ประตูเดียว อีกทั้งยังขาด ยาโรสวัฟ คูบิตสกี้ มิดฟิลด์ตัวรับที่แขนหักตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เมื่อบวกกับความจำเป็นที่ต้องบุกเพื่อไล่สกอร์รวม ช่องว่างหลังแนวรับจะยิ่งเปิดกว้างให้เกมสวนกลับของเจ้าบ้าน
ผู้เล่นตัวชี้ขาด
เกมนี้น่าจะถูกตัดสินด้วยการจบสกอร์ในจังหวะจำกัด ทั้งสองทีมมีตัวรุกที่พร้อมทำประตูจากโอกาสเดียว และนี่คือรายชื่อที่ต้องจับตาเป็นพิเศษในการวิเคราะห์บอล ยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก คู่นี้
- มิกา เบียเรธ (โมนาโก) – ยิงเปิดสกอร์นาทีที่ 9 ในนัดแรก และเป็นศูนย์หน้าตัวหลักหลังจากทีมขาด โฟลาริน บาโลกุน
- ปารีส บรุนเนอร์ (โมนาโก) – ยิงประตูที่สามนาทีที่ 58 พร้อมชนะดวลตัวต่อตัว 5 จาก 10 ครั้ง เป็นตัวเร็วที่อันตรายในเกมสวนกลับ
- ลามีน กามารา (โมนาโก) – ยิง 1 ประตู จ่ายบอล 59 ครั้งในนัดแรก เป็นเครื่องยนต์กลางสนามที่คุมจังหวะเกม
- อีริก เพรคอป (กอร์นิค ซาเบอร์เซ่) – ยิง 3 ประตูในเอ็คสตราคลาซ่าฤดูกาลนี้ และตีไข่แตกให้ทีมในนัดแรก
- ซอนเดร ลีเซท (กอร์นิค ซาเบอร์เซ่) – ลงมาเป็นตัวสำรองแล้วยิงได้ทันทีในนาทีที่ 74 ทำ 3 ประตูในลีกเช่นกัน
ปัจจัยแวดล้อม: สนาม อากาศ และผู้ตัดสิน
สตาด หลุยส์ ทู มีความจุ 18,523 ที่นั่ง เป็นสนามที่มีลู่วิ่งรอบสนามและบรรยากาศไม่ได้กดดันทีมเยือนมากนัก ซึ่งอาจเป็นข้อได้เปรียบเล็กๆ ของ กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ ที่ต้องออกมาเล่นเกมรุก แต่พื้นสนามที่เรียบกว่าสนามในโปแลนด์จะเอื้อต่อเกมจ่ายบอลเร็วของเจ้าบ้านมากกว่า
สภาพอากาศริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในช่วงปลายเดือนสิงหาคมค่อนข้างอบอุ่น คาดการณ์อุณหภูมิราว 27 องศาเซลเซียส ท้องฟ้าโปร่ง ลมสงบ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกมเปิดและมีจังหวะขึ้น-ลงเร็ว ผู้ตัดสินคือ วาซิลิส โฟเทียส จากกรีซ ที่มีสถิติแจกใบเหลืองเฉลี่ย 5.0 ใบต่อนัด และเป่าฟาวล์เฉลี่ย 26.8 ครั้งต่อนัด ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย บ่งชี้ว่าเขาปล่อยให้เกมไหลลื่นพอสมควร
อีกจุดที่ต้องระวังคือวินัยของฝั่งเจ้าบ้าน ในนัดแรก โมนาโก ทำฟาวล์ถึง 14 ครั้งและโดนใบเหลือง 2 ใบ ขณะที่ กอร์นิค ทำฟาวล์เพียง 7 ครั้ง หากผู้ตัดสินเข้มงวดกับจังหวะสกัดในพื้นที่อันตราย ลูกตั้งเตะจะกลายเป็นอาวุธสำคัญของทีมเยือนทันที
โมนาโก จะชนะ กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ ได้ไหม?
เมื่อประเมินจากคุณภาพนักเตะ ความลึกของทีม และแต้มต่อสกอร์รวม 3-2 คำตอบคือ โมนาโก มีโอกาสสูงกว่าอย่างชัดเจน ทีมจากราชรัฐชนะ 4 จาก 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ ยิงได้ 8 ประตู เสียเพียง 6 ประตู และได้เล่นในบ้านที่คุ้นเคย ที่สำคัญคือ กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ ต้องยิงอย่างน้อย 2 ประตูเพื่อพลิกสถานการณ์ ซึ่งเป็นภารกิจที่พวกเขาทำไม่ได้เลยในสองนัดยุโรปนอกบ้านฤดูกาลนี้
อย่างไรก็ตาม เกมนี้ไม่น่าจะจบแบบขาดลอย ทีมเยือนพิสูจน์แล้วว่ากล้าสู้และสร้างโอกาสได้จริงถึง 17 ครั้งในนัดแรก การที่พวกเขาต้องเปิดเกมรุกจะทำให้เกมเปิดกว้างและมีประตูเกิดขึ้นทั้งสองฝั่ง ข้อมูลฟอร์มและสถิติเชิงลึกเพิ่มเติมสามารถตามอ่านได้ที่ หน้าสถิติของโมนาโกบน FBref
บทสรุปการวิเคราะห์บอลคู่นี้จึงเทไปทางเจ้าบ้าน คาดผลออกมาที่ โมนาโก ชนะ 2-1 และผ่านเข้ารอบลีกเฟสด้วยสกอร์รวม 5-3 โดยมีตัวแปรอยู่ที่ประสิทธิภาพการจบสกอร์ของ เบียเรธ และ บรุนเนอร์ ในครึ่งชั่วโมงแรก หากเจ้าบ้านได้ประตูก่อน เกมจะจบเร็วกว่าที่คิด
ห้ามพลาดเกมชี้ชะตาตั๋วรอบลีกเฟส โมนาโก พบ กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ คืนวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2026 เวลา 23:45 น. รับชมถ่ายทอดสดได้ทาง beIN SPORTS ทาง ทรูวิชั่นส์ / TrueVisions NOW ในประเทศไทย
อ่านบทวิเคราะห์บอลคู่อื่น ๆ ได้ที่ หน้ารวมวิเคราะห์บอล
- เกมนี้คือนัดที่สองของรอบเพลย์ออฟ โมนาโก ถือแต้มต่อสกอร์รวม 3-2 หลังบุกชนะที่โปแลนด์เมื่อ 20 ส.ค. 2026
- กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ ยิงรวมถึง 17 ครั้งในนัดแรก มากกว่า โมนาโก ที่ยิง 9 ครั้ง แต่แพ้เรื่องประสิทธิภาพการจบสกอร์
- โมนาโก ขาดผู้เล่นบาดเจ็บ 5 ราย ทั้ง ซาลิซู มินามิโนะ ฟาติ อับลีน และ ดิอ็อป ส่วน กอร์นิค ขาด คูบิตสกี้ ที่แขนหัก
- กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ ยังไม่เคยผ่านเข้ารอบในถ้วยยุโรปเลยในศตวรรษนี้เมื่อแพ้นัดแรก และแพ้สองนัดยุโรปนอกบ้านฤดูกาลนี้โดยยิงไม่ได้เลย
- ผู้ตัดสินคือ วาซิลิส โฟเทียส ชาวกรีซ สถิติใบเหลืองเฉลี่ย 5.0 ใบต่อนัด และเป่าฟาวล์ 26.8 ครั้งต่อนัด ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
ตัวจริงที่คาด
ลูกาช์ ฮราเดคกี้ · แวนเดอร์สัน · ซาดิบู ซาเน · เอริค ดายเออร์ · คริสเตียน มาอิสซา · มาธีส เดอตูร์เบ็ท · ลามีน กามารา · เดนิส ซาคาเรีย · อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน · มิกา เบียเรธ · ปารีส บรุนเนอร์
Philipp Schulze · Michal Sacek · Rafal Janicki · Josema Sanchez · อีริก ยันซา · แคสเปอร์ อูร์บันสกี · มักซิมิเลียน ดีตซ์ · Paulo Bernardo · Bruno Durdov · อีริก เพรคอป · Maksym Khlan

