clubheng

ผลบอล แมนยู 1-1 สเปอร์ส: โซลานกี้โหม่งตีเสมอทดเจ็บ ไก่ 10 คนบุกแบ่งแต้มโอลด์ แทรฟฟอร์ด

แชร์บทความนี้FacebookXLINE

ผลบอล แมนยู 1-1 สเปอร์ส ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 6 คืนวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2026 เวลา 23.30 น. ตามเวลาไทย ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด เจ้าบ้านขึ้นนำจาก ไบรอัน เอ็มเบโม่ นาที 73 ทีมเยือนเหลือ 10 คนเมื่อ โรดริโก้ เบนตานกูร์ โดนใบแดงนาที 78 แต่ โดมินิก โซลานกี้ โหม่งตีเสมอนาที 90+2

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของกุนซือ ไมเคิ่ล คาร์ริค (Michael Carrick) ลงสนามนัดนี้ในฐานะทีมอันดับ 12 ที่มี 5 คะแนนจาก 5 นัด ขณะที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ (Roberto De Zerbi) จมอยู่อันดับสุดท้ายของตาราง มีเพียง 2 คะแนนและยังไม่ชนะใครในลีก เกมนี้จึงเป็นการพบกันของสองทีมที่ออกสตาร์ตฤดูกาล 2026-27 ได้น่าผิดหวังทั้งคู่ และผลที่ออกมาก็ไม่ได้ช่วยให้ฝ่ายใดหายใจโล่งขึ้นอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเจ้าบ้านที่โดนแฟนบอลตัวเองโห่ทั้งตอนจบครึ่งแรกและหลังเสียงนกหวีดยาว

ครึ่งแรกสเปอร์สคุมเกม แต่ทิ้งโอกาสทองหลายครั้ง

เกมเริ่มได้ไม่ถึง 3 นาที ทีมเยือนก็เกือบได้ประตูขึ้นนำ เมื่อ เซนเน่อ ลัมเมนส์ (Senne Lammens) ผู้รักษาประตูแมนยู ออกบอลพลาดกลางสนาม ลูคัส เบิร์กวาลล์ (Lucas Bergvall) เข้ามาตัดบอลได้แล้วส่งให้ โดมินิก โซลานกี้ (Dominic Solanke) หลุดเข้าไปยิง แต่ ลัมเมนส์ แก้ตัวด้วยการเซฟไว้ได้ทัน หลังจากนั้นสเปอร์สเพรสซิ่งสูงและบีบให้ผีแดงเล่นอยู่ในแดนตัวเองเกือบตลอด นาที 21 ซาวินโญ่ (Savio) ทำทางให้ โมฮัมเหม็ด คูดุส (Mohammed Kudus) ได้ยิงจังหวะเดียว แต่บอลเฉียดเสาออกไป

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งมีโอกาสลุ้นครั้งแรกในนาที 34 จากเกมสวนกลับ ไบรอัน เอ็มเบโม่ (Bryan Mbeumo) ไหลบอลให้ อาหมัด ดิยัลโล่ (Amad Diallo) ยิง แต่ไม่หนีมือ อันโตนิน คินสกี้ (Antonin Kinsky) ก่อนที่นาที 42 คอเนอร์ กัลลาเกอร์ (Conor Gallagher) จะหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษแต่ตัดสินใจช้าเกินไปจนยิงไม่ผ่าน จบ 45 นาทีแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0 ท่ามกลางเสียงโห่จากอัฒจันทร์ของเจ้าบ้าน

ต้นครึ่งหลังภาพยังไม่ต่างจากเดิม นาที 49 ซาวินโญ่ หลุดไปถึงเส้นหลังแล้วปาดเข้ากลาง แต่ ลุค ชอว์ (Luke Shaw) สกัดออกไปได้หวุดหวิด อีกสองนาทีต่อมา ซาวินโญ่ เปิดให้ โซลานกี้ ได้ยิงในระยะเผาขน แต่บอลกลับลอยข้ามคานไป กลายเป็นอีกหนึ่งจังหวะที่ทีมเยือนต้องเสียดาย

ผลบอล แมนยู 1-1 สเปอร์ส พลิกไปมาในครึ่งชั่วโมงสุดท้าย

ราวนาที 59-60 คาร์ริค ตัดสินใจเปลี่ยนตัวพร้อมกัน 3 คน ส่ง คาร์ลอส บาเลบา (Carlos Baleba) ลงประเดิมสนามให้ต้นสังกัดใหม่ พร้อมกับ ดีโอโก้ ดาโลต์ (Diogo Dalot) และ โจชัว เซิร์กซี (Joshua Zirkzee) เกมของเจ้าบ้านจึงเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น และนาที 73 ก็ได้ประตูขึ้นนำ มาเธอุส กุนญ่า (Matheus Cunha) เลี้ยงเข้ากรอบแล้วจ่ายให้ เอ็มเบโม่ พลิกตัวหนีกองหลังก่อนซัดด้วยซ้ายเสียบเสาไกล เป็นประตูที่มาสวนทางกับรูปเกมโดยรวม

อีก 5 นาทีต่อมา สถานการณ์ของสเปอร์สยิ่งเลวร้ายลง โรดริโก้ เบนตานกูร์ (Rodrigo Bentancur) ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรอง เข้าเสียบ ชอว์ อย่างรุนแรง แบ็กซ้ายเจ้าบ้านผลักกลับจนได้รับใบเหลือง แต่ เบนตานกูร์ ตอบโต้ด้วยการเอาศีรษะโขกใส่หน้าคู่กรณี ผู้ตัดสิน Stuart Attwell จึงชักใบแดงโดยตรงไล่ออกจากสนามในนาที 78 เหตุการณ์นี้ยังทำให้ผู้เล่นและทีมงานของทั้งสองฝ่ายเข้ามาชุลมุนกันบริเวณข้างสนามอยู่พักใหญ่

ทั้งที่ได้เปรียบทั้งสกอร์และจำนวนผู้เล่น แต่แมนยูกลับปิดเกมไม่ลง นาที 86 เอ็มเบโม่ มีโอกาสยิงประตูที่สองแต่ คินสกี้ เซฟไว้ได้ ก่อนที่ผู้ตัดสินจะทดเวลาเจ็บให้ 8 นาที และในนาที 90+2 ซานโดร โตนาลี่ (Sandro Tonali) เปิดบอลจากทางขวาเข้าไปในกรอบ โซลานกี้ ซึ่งสวมปลอกแขนกัปตันทีมสเปอร์สเป็นครั้งแรก เบียดเข้าหน้า ลิซานโดร มาร์ติเนซ (Lisandro Martinez) แล้วก้มโหม่งเข้าเสาไกล โดยที่ ลัมเมนส์ ได้แต่ยืนมอง จบเกมด้วยสกอร์ 1-1

  • นาที 73: ไบรอัน เอ็มเบโม่ ยิงให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0 จากการจ่ายของ มาเธอุส กุนญ่า
  • นาที 78: โรดริโก้ เบนตานกูร์ โดนใบแดงโดยตรงจากการเอาศีรษะโขกใส่ ลุค ชอว์
  • นาที 90+2: โดมินิก โซลานกี้ โหม่งตีเสมอ 1-1 จากลูกเปิดของ ซานโดร โตนาลี่
  • แมนยูไม่ชนะในพรีเมียร์ลีก 4 นัดติดต่อกัน ส่วนสเปอร์สยังไม่ชนะใครเลยตลอด 6 นัดแรก

สถิติหลังเกมและผลต่อตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

ตัวเลขจาก Sky Sports ยืนยันว่าทีมเยือนสร้างโอกาสได้มีคุณภาพกว่าอย่างชัดเจน แม้จำนวนการยิงจะเท่ากัน โดยค่า xG ของสเปอร์สสูงกว่าเจ้าบ้านถึงเท่าตัว และพลาดโอกาสทองไปถึง 3 ครั้ง อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ Sky Sports และ BBC Sport

สถิติแมนยูสเปอร์ส
ครองบอล49.6%50.4%
ยิงทั้งหมด (เข้ากรอบ)12 (4)12 (3)
ค่า xG0.81.62
ใบเหลือง / ใบแดง4 / 03 / 1
คะแนนหลังจบ 6 นัด (อันดับ)6 (อันดับ 12)3 (อันดับ 18)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บได้เพียง 6 คะแนนจาก 6 นัดแรกของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นแต้มน้อยที่สุดของสโมสรในช่วงเวลาเดียวกันนับตั้งแต่ฤดูกาล 1986-87 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มี 3 คะแนนจาก 6 นัดหลังเกมวันที่ 10 ตุลาคม 2026 ขยับจากอันดับ 20 ขึ้นมาอยู่อันดับ 18 แต่ยังอยู่ในโซนตกชั้น นอกจากนี้ยังเป็นเกมลีกนัดที่สองติดต่อกันในบ้านที่ผีแดงเอาชนะคู่แข่งที่เหลือ 10 คนไม่ได้ ต่อจากนัดที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 เมื่อเดือนกันยายน

หลังเกม คาร์ริค ยอมรับว่าทีมเริ่มเกมได้ไม่ดีทั้งตอนมีบอลและไม่มีบอล และไม่พอใจกับจำนวนคะแนนที่เก็บได้ พร้อมย้ำว่าลูกทีมต้องเขี้ยวและหนักแน่นกว่านี้ในช่วงท้ายเกม ด้าน เด แซร์บี้ มองว่าสเปอร์สไม่สมควรแพ้ และเป็นครั้งแรกของฤดูกาลที่ลูกทีมแสดงให้เห็นถึงความเป็นทีม สู้ไปด้วยกันจนถึงนาทีสุดท้าย

โปรแกรมพรีเมียร์ลีกนัดต่อไป แมนยูจะบุกไปเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด ในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2026 โดยก่อนหน้านั้นช่วงกลางสัปดาห์มีคิวไปเยือน แอต.มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ส่วนสเปอร์สจะกลับไปเล่นในบ้านพบ โคเวนทรี ซึ่งเป็นเกมที่ทีมของ เด แซร์บี้ ต้องการชัยชนะนัดแรกอย่างยิ่ง

คำถามที่พบบ่อย

ผลบอล แมนยู 1-1 สเปอร์ส ใครเป็นคนทำประตู?

ไบรอัน เอ็มเบโม่ ยิงให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำในนาที 73 ก่อนที่ โดมินิก โซลานกี้ จะโหม่งตีเสมอให้ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในนาที 90+2

ใครโดนใบแดงในเกมแมนยูพบสเปอร์ส?

โรดริโก้ เบนตานกูร์ กองกลางสเปอร์ส โดนใบแดงโดยตรงในนาที 78 จากการเอาศีรษะโขกใส่ ลุค ชอว์ ทำให้ทีมเยือนเหลือผู้เล่น 10 คนในช่วงท้ายเกม

สรุปแล้ว ผลบอล แมนยู 1-1 สเปอร์ส ทำให้แรงกดดันยังคงอยู่กับกุนซือทั้งสองทีมต่อไป และต้องรอดูว่านัดหน้าใครจะกลับมาเก็บชัยชนะได้ก่อนกัน

แชร์บทความนี้FacebookXLINE
คลิปที่เกี่ยวข้อง