วีเออาร์ คือ ระบบผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (Video Assistant Referee) ที่ใช้ภาพรีเพลย์ช่วยผู้ตัดสินในสนามทบทวนการตัดสินที่ “ผิดพลาดชัดเจน” ใน 4 สถานการณ์หลัก คือ ประตู จุดโทษ ใบแดงโดยตรง และการระบุตัวผู้เล่นผิดคน โดยพรีเมียร์ลีกนำมาใช้ครั้งแรกในฤดูกาล 2019-20
- วีเออาร์ ช่วยตรวจสอบเฉพาะความผิดพลาดชัดเจนใน 4 สถานการณ์เท่านั้น
- IFAB บรรจุ VAR เข้ากติกาฟุตบอลอย่างเป็นทางการในปี 2018
- พรีเมียร์ลีกเริ่มใช้ VAR ในฤดูกาล 2019-20
- ผู้ตัดสินในสนามยังเป็นผู้ตัดสินใจสุดท้ายเสมอ
- ปี 2025 พรีเมียร์ลีกเสริมเทคโนโลยีล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติเข้ากับ VAR
วีเออาร์ คือ อะไร และทำงานอย่างไร
หลายคนเข้าใจผิดว่า VAR จะเข้ามาตรวจทุกจังหวะ แต่จริง ๆ แล้วระบบนี้ออกแบบมาให้เข้าแทรกแซง “เฉพาะเมื่อจำเป็น” เท่านั้น ทีมงาน VAR จะนั่งอยู่ในห้องควบคุมที่มีจอมอนิเตอร์หลายจอ คอยดูภาพรีเพลย์จากกล้องหลายมุม หากพบว่าผู้ตัดสินในสนามตัดสินผิดพลาดชัดเจน หรือมองไม่เห็นเหตุการณ์สำคัญ ทีม VAR จะแจ้งเตือนผ่านหูฟัง
จากนั้นผู้ตัดสินในสนามมีทางเลือกสองทาง คือ เชื่อคำแนะนำแล้วเปลี่ยนการตัดสินทันที หรือเดินไปดูจอข้างสนาม (On-Field Review) เพื่อตัดสินใจด้วยตาตัวเองอีกครั้ง หัวใจสำคัญคือ ผู้ตัดสินในสนามยังคงเป็นเจ้าของการตัดสินใจสุดท้ายเสมอ VAR เป็นเพียงเครื่องมือช่วย ไม่ได้มาแทนที่คน
4 สถานการณ์ที่ วีเออาร์ คือ ตัวช่วยสำคัญ
ระบบนี้ไม่ได้ตรวจทุกฟาวล์หรือทุกลูกเตะมุม แต่โฟกัสเฉพาะจังหวะที่ส่งผลต่อผลการแข่งขันโดยตรง สรุปได้ตามตาราง
| สถานการณ์ | VAR ตรวจสอบอะไร |
|---|---|
| ประตู | มีฟาวล์ ล้ำหน้า หรือบอลออกก่อนทำประตูหรือไม่ |
| จุดโทษ | ควรได้/ไม่ควรได้จุดโทษ หรือตัดสินผิดพลาดชัดเจน |
| ใบแดงโดยตรง | เหตุการณ์รุนแรงที่ควรไล่ออก (ไม่รวมใบเหลืองใบที่สอง) |
| ระบุตัวผิดคน | กรรมการแจกใบให้ผู้เล่นผิดคน |
ข้อสังเกตคือ VAR จะไม่เข้าไปยุ่งกับการให้ใบเหลือง หรือฟาวล์ทั่วไปที่ไม่นำไปสู่ประตูหรือจุดโทษ นี่คือเหตุผลที่บางจังหวะแฟนบอลรู้สึกว่า “ทำไม VAR ไม่เช็ก” เพราะมันอยู่นอกขอบเขตที่ระบบได้รับอนุญาตให้ตรวจนั่นเอง
เส้นทางของ VAR ในพรีเมียร์ลีก
คณะกรรมการกติกาสากล IFAB บรรจุ VAR เข้าในกติกาฟุตบอลอย่างเป็นทางการในปี 2018 หลังทดลองในหลายรายการ ก่อนที่ พรีเมียร์ลีก จะนำมาใช้ครั้งแรกในฤดูกาล 2019-20 โดยตั้งศูนย์ควบคุมกลางที่สต็อคลีย์ พาร์ก
ช่วงแรกระบบถูกวิจารณ์หนักเรื่องความล่าช้าและจังหวะลากเส้นล้ำหน้าที่กินเวลานาน พรีเมียร์ลีกจึงพัฒนาต่อยอดด้วยการนำเทคโนโลยีล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติมาเสริมตั้งแต่ 12 เมษายน 2025 ช่วยให้การตรวจสอบจังหวะ ล้ำหน้า เร็วและแม่นยำขึ้น การเข้าใจว่า วีเออาร์ คือ เครื่องมือที่มีขอบเขตชัดเจน จะช่วยให้แฟนบอลไทยดูเกมอย่างเข้าใจมากขึ้น อ่านต่อได้ที่ บทความรอบรู้ฟุตบอล
ที่มา/อ้างอิง: Premier League – Semi-automated offside technology, Premier League: What you need to know และกติกาของ IFAB
คำถามที่พบบ่อย
VAR ตรวจสอบทุกจังหวะในเกมไหม
ไม่ VAR เข้าตรวจสอบเฉพาะ 4 สถานการณ์คือ ประตู จุดโทษ ใบแดงโดยตรง และการระบุตัวผิดคน เมื่อมีข้อผิดพลาดชัดเจนเท่านั้น
พรีเมียร์ลีกใช้ VAR ตั้งแต่เมื่อไหร่
เริ่มใช้ครั้งแรกในฤดูกาล 2019-20 หลัง IFAB บรรจุ VAR เข้ากติกาอย่างเป็นทางการในปี 2018
สุดท้ายใครเป็นคนตัดสินใจ
ผู้ตัดสินในสนามยังเป็นผู้ตัดสินใจสุดท้ายเสมอ VAR เป็นเพียงตัวช่วยให้ข้อมูลและคำแนะนำ
โดยสรุป วีเออาร์ คือ ระบบที่ออกแบบมาเพื่อลดความผิดพลาดใหญ่ ๆ ไม่ใช่มาแทนที่ผู้ตัดสิน เมื่อรู้ขอบเขตการทำงานของมัน แฟนบอลก็จะเข้าใจว่าทำไมบางจังหวะถึงเช็ก และบางจังหวะถึงปล่อยผ่าน









