ดูภาพรวมวิเคราะห์บอลวันนี้รวมทุกคู่เด็ดประจำวันได้ที่หน้าแรก
มาร์กเซย พบ แอธเลติก บิลเบา: วิเคราะห์บอลอุ่นเครื่องสองยุคใหม่ที่เวโลดรอม
มาร์กเซย พบ แอธเลติก บิลเบา คือเกมอุ่นเครื่องสโมสรที่สนามเวโลดรอม เมืองมาร์กเซย วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2026 คิกออฟ 22:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (17:30 น. เวลายุโรปกลาง) และเป็นการพบกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสองสโมสร ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของทีมเยือนที่ระบุชัดว่ายังไม่เคยมีสถิติเจอกันมาก่อน
จุดที่ทำให้คู่นี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือทั้งสองทีมเพิ่งเปลี่ยนกุนซือใหม่ในซัมเมอร์เดียวกัน ฝั่งเจ้าบ้านได้ บรูโน่ เชเนซิโอ เข้ามาเมื่อ 1 กรกฎาคม 2026 ด้วยสัญญาถึงปี 2028 แทน ฮาบิบ เบเย่ ที่คุมทีมได้เพียงสี่เดือน ส่วนทีมเยือนได้ เอดิน แตร์ซิช อดีตกุนซือ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่พาทีมเข้าชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปี 2024 เข้ามาแทน เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ด้วยสัญญาสองปีถึง 30 มิถุนายน 2028
ฟอร์มล่าสุดและสถิติเจอกันของ มาร์กเซย กับ แอธเลติก บิลเบา
ปรีซีซั่นของ มาร์กเซย ภายใต้ เชเนซิโอ ทำได้ 4 ชนะจาก 5 นัด เปิดหัวด้วยการชนะ แรนส์ 3-1 ก่อนจะสะดุดหนักด้วยการแพ้ นีซ 0-3 คาบ้านเมื่อ 25 กรกฎาคม จากนั้นกลับมาเก็บสามชัยชนะติด ชนะ นีมส์ 2-1 ชนะ ยามุสซูโกร 3-0 และล่าสุดถล่ม อัล ชาฮาเนีย จากกาตาร์ 3-0 เมื่อ 5 สิงหาคม สรุปคือเกมรุกลื่นไหลแต่แนวรับยังมีรอยรั่ว เสียไปแล้ว 5 ประตูใน 5 นัด และเกือบทั้งหมดมาจากนัดเดียวคือเกมกับ นีซ
ฝั่ง แอธเลติก บิลเบา ทำผลงานปรีซีซั่นได้น่าประทับใจกว่า ลงเล่น 6 นัดในแคว้นบาสก์และรอบข้าง ชนะ 5 เสมอ 1 เริ่มด้วยชนะ CD Derio 3-0 ตามด้วยถล่ม SD Leioa แบบขาดลอยระดับสองหลัก ชนะ Sestao River 2-0 เสมอ เอย์บาร์ 2-2 ชนะ ราซิ่ง ซานตานเดร์ 3-0 และปิดท้ายด้วยการบุกชนะ บูร์โกส 3-0 เมื่อ 1 สิงหาคม ตัวเลขที่โดดเด่นที่สุดคือเสียเพียง 2 ประตูจาก 6 นัด และเก็บคลีนชีตได้ถึง 5 นัด
| รายการเปรียบเทียบ | มาร์กเซย | แอธเลติก บิลเบา |
|---|---|---|
| นัดอุ่นเครื่องปรีซีซั่น 2026 | 5 | 6 |
| ชนะ / เสมอ / แพ้ | 4 / 0 / 1 | 5 / 1 / 0 |
| ประตูเสียในปรีซีซั่น | 5 | 2 |
| คลีนชีตในปรีซีซั่น | 2 นัด | 5 นัด |
| ผลนัดล่าสุด | ชนะ อัล ชาฮาเนีย 3-0 | ชนะ บูร์โกส 3-0 |
| สถิติเจอกัน | ยังไม่เคยพบกันมาก่อน (นัดแรกในประวัติศาสตร์) | |
จุดแข็ง จุดอ่อน และแผนการเล่นที่คาดของทั้งสองทีม
มาร์กเซย: 4-2-3-1 ของ เชเนซิโอ ท่ามกลางตลาดซื้อขายที่ติดขัด
เชเนซิโอ คือหนึ่งในกุนซือที่มีประสบการณ์ในลีกเอิงมากที่สุด ผ่านการคุม ลียง, แรนส์ และ ลีลล์ ซึ่งเขาเพิ่งพา ลีลล์ กลับสู่แชมเปียนส์ลีกก่อนย้ายมา สไตล์ของเขาคือการตั้งบล็อกกลางที่มีระเบียบ ใช้กองกลางตัวรับสองคนคุมพื้นที่ แล้วปล่อยให้ปีกกับตัวรุกอิสระในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งเข้ากับผู้เล่นอย่าง อิกอร์ ไปเชา และ ทิโมธี เวอาห์
จุดแข็งของ เลส์ โฟเซียง คือกองกลางที่แน่นและมากประสบการณ์ ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก กัปตันทีมชาวเดนมาร์ก จับคู่กับ เจฟฟรีย์ คอนโดกเบีย ให้ความมั่นคงในการคุมจังหวะ ส่วนแนวรับมีตัวเลือกเยอะทั้ง เลโอนาร์โด้ บาแลร์ดี, นาเยฟ อาแกร์ด, ฟาคุนโด เมดิน่า และ ซีเจ อีแกน-ไรลี่ย์
จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดอยู่นอกสนาม สื่อฝรั่งเศสรายงานว่าสโมสรต้องขายผู้เล่นเพื่อสร้างรายได้ราว 100 ล้านยูโรในซัมเมอร์นี้เพื่อเลี่ยงบทลงโทษด้านการเงิน ส่งผลให้ตลาดขาเข้ายังนิ่งสนิทจนถึงต้นเดือนสิงหาคม ขณะที่ เมสัน กรีนวูด ย้ายออกไปแล้ว และมีข่าว ฮอยเบิร์ก ถูกทีมพรีเมียร์ลีกจีบ ความไม่แน่นอนแบบนี้ทำให้ เชเนซิโอ ยังไม่มีชุดตัวจริงที่นิ่ง
แอธเลติก บิลเบา: 4-2-3-1 เพรสซิ่งดุดันสไตล์เยอรมันของ แตร์ซิช
แตร์ซิช นำแนวคิดเกมเวอร์ทิคัลจังหวะสูงแบบบุนเดสลีกามาใส่ในสกอดที่มีโปรไฟล์ทางกายภาพเหมาะสมอยู่แล้ว ผลลัพธ์คือเสียแค่ 2 ประตูจาก 6 นัดอุ่นเครื่อง จุดแข็งชัดเจนที่สุดคือคู่พี่น้อง วิลเลี่ยมส์ นิโก้ วิลเลี่ยมส์ เบอร์ 10 ที่พาสเปนคว้าแชมป์ยูโรมาแล้ว คือหนึ่งในปีกที่เร็วและเจาะตัวต่อตัวได้ดีที่สุดในยุโรป ส่วน อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ พี่ชายวัย 32 ปี ยังเป็นตัวยืนระยะที่วิ่งไล่บอลไม่มีหมด
เสาหลักอีกคนคือ โออิฮาน ซานเซต์ ตัวทำเกมเบอร์ 8 ที่สูง 188 เซนติเมตร ซึ่งอันตรายทั้งลูกกลางอากาศและการสอดขึ้นมายิงในกรอบ ด้านหลังมี อูไน ซิมอน มือกาวทีมชาติสเปนเฝ้าเสา จุดอ่อนของทีมคือความลึกของสกอด เพราะนโยบายใช้เฉพาะผู้เล่นสายเลือดบาสก์ทำให้ตัวสำรองมีจำกัด และการปรับตัวเข้ากับระบบใหม่ของ แตร์ซิช ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
ผู้เล่นตัวชี้ขาดใน มาร์กเซย พบ แอธเลติก บิลเบา
- นิโก้ วิลเลี่ยมส์ (แอธเลติก บิลเบา) ปีกเบอร์ 10 ที่ความเร็วและการเล่นตัวต่อตัวจะเป็นบททดสอบหนักที่สุดของแบ็กขวาเจ้าบ้าน
- โออิฮาน ซานเซต์ (แอธเลติก บิลเบา) ตัวทำเกมเบอร์ 8 สูง 188 ซม. อาวุธหลักทั้งลูกตั้งเตะและการสอดเข้ากรอบ
- อูไน ซิมอน (แอธเลติก บิลเบา) ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปน แกนหลักของสถิติเสียแค่ 2 ประตูจาก 6 นัด
- อิกอร์ ไปเชา (มาร์กเซย) ปีกซ้ายบราซิเลียนเบอร์ 14 คนที่กล้าเลี้ยงและยิงมากที่สุดในทีม
- ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก (มาร์กเซย) กัปตันทีมและตัวคุมจังหวะกลางสนาม แม้จะมีข่าวย้ายทีมกวนใจ
- อามีน กูอิริ (มาร์กเซย) กองหน้าเบอร์ 9 ที่ต้องรับภาระจบสกอร์หลังการจากไปของ เมสัน กรีนวูด
ปัจจัยแวดล้อม: เวโลดรอม อากาศร้อนริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และคิวโปรแกรม
สนามเวโลดรอม ความจุ 67,394 ที่นั่ง คือหนึ่งในสนามที่บรรยากาศกดดันที่สุดในยุโรป และล่าสุดสโมสรได้เปลี่ยนชื่อสิทธิ์เป็น CEPAC Vélodrome แฟนบอลกลุ่มอัลตร้าที่อัฒจันทร์ Virage Nord และ Virage Sud มักจะจัดเต็มแม้เป็นเกมอุ่นเครื่อง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบจริงสำหรับทีมที่เพิ่งเปลี่ยนโค้ชและกำลังต้องการเรียกศรัทธาจากแฟนบอลกลับมา
เกมเตะช่วงเย็นในเดือนสิงหาคมที่มาร์กเซย อากาศยังร้อนแบบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นสภาพที่ทีมจากแคว้นบาสก์ทางเหนือของสเปนคุ้นเคยน้อยกว่า และอาจกระทบกับระบบเพรสซิ่งสูงของ แตร์ซิช ที่กินแรงมาก โดยเฉพาะช่วง 30 นาทีสุดท้าย
ในแง่โปรแกรม ทั้งสองทีมยังมีเวลาก่อนลุยของจริง มาร์กเซย จะอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายกับ แอตเลติโก มาดริด ที่เวโลดรอมวันที่ 14 สิงหาคม ก่อนเปิดฤดูกาลลีกเอิงพบ สตราสบูร์ก วันที่ 21 สิงหาคม จึงมีแนวโน้มว่า เชเนซิโอ จะใช้เกมนี้ทดสอบ 11 ตัวจริงยาวกว่าปกติ รายละเอียดโปรแกรมของทีมเยือนดูได้ที่ หน้าแมตช์ทางการของแอธเลติก คลับ และประกาศแต่งตั้งกุนซือใหม่ของเจ้าบ้านที่ เว็บไซต์ทางการของลีกเอิง
มาร์กเซย จะชนะ แอธเลติก บิลเบา ได้ไหม? สรุปคาดการณ์ผลการแข่งขัน
บทวิเคราะห์บอลคู่นี้มองว่าเป็นเกมที่สูสีที่สุดในโปรแกรมอุ่นเครื่องวันนี้ เหตุผลที่ให้ มาร์กเซย ได้เปรียบคือสนามเหย้าและแรงเชียร์ บวกกับฟอร์มการทำประตูที่ดีในสามนัดหลัง แต่เหตุผลที่ทำให้ไม่กล้าฟันธงว่าเจ้าบ้านชนะคือตัวเลขเกมรับ แอธเลติก เสียแค่ 2 ประตูจาก 6 นัดและคลีนชีตถึง 5 นัด ขณะที่แนวรับ มาร์กเซย เพิ่งโดน นีซ ยิงรัว 3 ประตูคาบ้าน
อีกปัจจัยคือคุณภาพต่อตัวในแนวรุก แอธเลติก มี นิโก้ วิลเลี่ยมส์ ที่เป็นผู้เล่นระดับทีมชาติสเปนชุดใหญ่ ขณะที่ มาร์กเซย ยังหาคนแทน เมสัน กรีนวูด ไม่ได้ และตลาดขาเข้ายังไม่ขยับเพราะข้อจำกัดทางการเงิน ความคมในพื้นที่สุดท้ายจึงเป็นข้อที่ทีมเยือนเหนือกว่าเล็กน้อย
เมื่อชั่งน้ำหนักทั้งหมด คาดผลเสมอ 1-1 โดยทั้งสองทีมน่าจะทำประตูได้ เกมมีแนวโน้มเปิดกว้างในครึ่งแรกก่อนจะเนือยลงเมื่อทั้งคู่เปลี่ยนตัวยกชุดในครึ่งหลัง แฟนบอลไทยที่สนใจสามารถติดตามผ่านช่องทางสตรีมมิ่งทางการ Athletic Play ซึ่งถ่ายทอดเกมอุ่นเครื่องทุกนัดของ แอธเลติก คลับ เริ่มเวลา 22:30 น. ตามเวลาไทย
อ่านบทวิเคราะห์บอลคู่อื่น ๆ ได้ที่ หน้ารวมวิเคราะห์บอล
- เจอกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสองสโมสร ไม่มีสถิติเจอกันในอดีต
- ทั้งสองทีมเปลี่ยนกุนซือใหม่ในซัมเมอร์เดียวกัน บรูโน่ เชเนซิโอ กับ เอดิน แตร์ซิช
- แอธเลติก บิลเบา เสียแค่ 2 ประตูจาก 6 นัดปรีซีซั่น และเก็บคลีนชีตได้ 5 นัด
- มาร์กเซย ชนะ 4 จาก 5 นัด แต่เพิ่งแพ้ นีซ 0-3 คาบ้านซึ่งเป็นสัญญาณเตือนแนวรับ
- ตลาดขาเข้าของ มาร์กเซย ยังนิ่งเพราะต้องขายผู้เล่นเพื่อบริหารการเงินของสโมสร
ตัวจริงที่คาด
เชโรนิโม รูลี่ · ซีเจ อีแกน-ไรลี่ย์ · เลโอนาร์โด้ บาแลร์ดี · นาเยฟ อาแกร์ด · เอเมอร์สัน · เจฟฟรีย์ คอนโดกเบีย · ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก · ทิโมธี เวอาห์ · แองเจิ้ล โกเมส · อิกอร์ ไปเชา · อามีน กูอิริ
อูไน ซิมอน · Jesus Areso · ดานี่ วิเบียน · Aitor Paredes · Ander Izagirre · มิเกล เบสก้า · Unai Vencedor · อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ · โออิฮาน ซานเซต์ · นิโก้ วิลเลี่ยมส์ · กอร์ก้า กูรูเซต้า

