สัญญายืมตัว คือ ข้อตกลงที่สโมสรต้นสังกัดส่งนักเตะไปเล่นให้อีกสโมสรหนึ่งเป็นการชั่วคราว โดยสัญญาหลักยังผูกอยู่กับต้นสังกัดเดิม เมื่อครบกำหนดนักเตะต้องกลับต้นสังกัด ยกเว้นมีเงื่อนไขซื้อขาดระบุไว้ ปัจจุบันฟีฟ่ากำหนดกรอบชัดเจนว่ายืมได้กี่คน นานแค่ไหน และห้ามทำอะไรบ้าง
ในอดีตการยืมตัวเคยเป็นช่องทางให้สโมสรใหญ่กว้านซื้อนักเตะเก็บไว้จำนวนมาก แล้วกระจายไปตามสโมสรพันธมิตรทั่วยุโรป ฟีฟ่ามองว่านี่คือการกักตุนผู้เล่นที่บิดเบือนความสมดุลของการแข่งขัน จึงออกกฎใหม่ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2022
สัญญายืมตัว คือ เรื่องที่มีเพดานชัดเจนแล้ว
สาระสำคัญของกฎฟีฟ่าคือการจำกัดจำนวนและระยะเวลา โดยมีช่วงเปลี่ยนผ่านให้สโมสรปรับตัว จากเดิมยืมได้ 8 คนในฤดูกาล 2022-23 ลดเหลือ 7 คนในฤดูกาล 2023-24 และเหลือ 6 คนตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2024 เป็นต้นไป
| หัวข้อ | สาระสำคัญ |
|---|---|
| จำนวนยืมออก | สูงสุด 6 คนในแต่ละช่วงเวลาของฤดูกาล |
| จำนวนยืมเข้า | สูงสุด 6 คนในแต่ละช่วงเวลาของฤดูกาล |
| ยืมกับสโมสรเดียวกัน | สูงสุด 3 คนต่อทิศทาง |
| ระยะเวลา | ยาวสุด 1 ปี สั้นสุดเท่ากับช่วงระหว่างสองตลาดซื้อขาย |
| การยืมต่อ | ห้ามส่งนักเตะที่ถูกยืมมาไปยืมต่อให้สโมสรที่สาม |
| ข้อยกเว้น | นักเตะอายุไม่เกิน 21 ปี และนักเตะที่สโมสรปั้นเอง |
ข้อยกเว้นเรื่องอายุ 21 ปีและนักเตะที่ปั้นเองสำคัญมาก เพราะเป้าหมายหลักของกฎชุดนี้คือพัฒนานักเตะเยาวชน ไม่ใช่ปิดกั้นไม่ให้ดาวรุ่งได้ไปหาประสบการณ์ นั่นแปลว่าสโมสรใหญ่ยังส่งเด็กปั้นออกไปเก็บชั่วโมงบินได้ไม่จำกัดจำนวนตามกรอบนี้
ยืมล้วน ออปชั่นซื้อ และข้อผูกมัดซื้อ ต่างกันตรงไหน
เวลาอ่านข่าวตลาดนักเตะ เรามักเจอคำสามคำนี้สลับกันไปมา และมันมีผลต่างกันมากในทางปฏิบัติ
- ยืมล้วน (straight loan) จบสัญญาแล้วนักเตะกลับต้นสังกัดทันที ไม่มีเงื่อนไขซื้อขาดผูกไว้
- ยืมพร้อมออปชั่นซื้อ (option to buy) สโมสรที่ยืมมี “สิทธิ์” ซื้อขาดในราคาที่ตกลงไว้ล่วงหน้า แต่จะใช้สิทธิ์หรือไม่ก็ได้
- ยืมพร้อมข้อผูกมัดซื้อ (obligation to buy) สโมสรที่ยืม “ต้อง” ซื้อขาด เมื่อเงื่อนไขที่ระบุไว้เกิดขึ้น เช่น ลงเล่นครบตามจำนวนนัด หรือทีมเลื่อนชั้น
- บางดีลระบุด้วยว่าใครรับผิดชอบค่าเหนื่อยสัดส่วนเท่าไหร่ และมีค่าธรรมเนียมการยืมหรือไม่
- ทุกกรณีต้องมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุระยะเวลาและเงื่อนไขทางการเงินชัดเจน
ทำไมสโมสรถึงเลือกยืมแทนซื้อขาด
เหตุผลแรกคือความเสี่ยง การยืมช่วยให้ทีมทดลองใช้งานผู้เล่นก่อนตัดสินใจจ่ายเงินก้อนใหญ่ เหตุผลที่สองคือการเงิน เพราะค่าตัวขาดต้องบันทึกเป็นค่าเสื่อมในบัญชีสโมสรตลอดอายุสัญญา ขณะที่ค่ายืมเป็นค่าใช้จ่ายก้อนเดียวในปีนั้น ซึ่งช่วยเรื่องกฎการเงินอย่าง PSR ได้พอสมควร
เหตุผลที่สามคือการพัฒนา สำหรับดาวรุ่งที่ยังไม่พร้อมกับทีมชุดใหญ่ การยืมไปเล่นตัวจริงในลีกที่ระดับต่ำลงมาหนึ่งขั้นมักได้ผลดีกว่าการนั่งสำรอง และเหตุผลสุดท้ายคือการลดภาระค่าเหนื่อยของผู้เล่นที่กุนซือไม่ได้ใช้งานแล้ว ตัวอย่างที่เห็นชัดในตลาดซัมเมอร์ 2026 คือกรณีที่บาร์เซโลนาปล่อย มาร์ก-อันเดร แตร์ สเตเก้น ไปยืมกับ อาแจ็กซ์ หนึ่งฤดูกาลเต็ม โดยต้นสังกัดยังรับผิดชอบค่าเหนื่อยส่วนใหญ่
อ้างอิง: FIFA และ Sky Sports
คำถามที่พบบ่อย
สโมสรยืมนักเตะได้สูงสุดกี่คนต่อฤดูกาล
ตามกฎฟีฟ่าที่บังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2024 สโมสรมีนักเตะถูกยืมออกได้สูงสุด 6 คน และยืมเข้าได้สูงสุด 6 คนในแต่ละช่วงเวลาของฤดูกาล โดยนักเตะอายุไม่เกิน 21 ปีและนักเตะที่ปั้นเองไม่นับรวม
ยืมพร้อมออปชั่นซื้อ ต่างจากข้อผูกมัดซื้ออย่างไร
ออปชั่นซื้อคือสิทธิ์ที่จะซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ ส่วนข้อผูกมัดซื้อคือหน้าที่ที่ต้องซื้อขาดเมื่อเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้เกิดขึ้นจริง
สรุปแล้ว การยืมตัวไม่ใช่แค่การส่งนักเตะไปเล่นที่อื่นชั่วคราว แต่เป็นเครื่องมือทางกลยุทธ์ที่ผูกกับทั้งงบประมาณ กฎการเงิน และแผนพัฒนาผู้เล่นระยะยาวของสโมสร





