บิ๊กซิกซ์ คือ คำที่สื่อกีฬาอังกฤษใช้เรียกกลุ่มหกสโมสรที่มีฐานะทางการเงิน อิทธิพล และผลงานในสนามโดดเด่นเหนือทีมอื่นในพรีเมียร์ลีกอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยอาร์เซนอล เชลซี ลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ กลุ่มนี้มักครองอันดับต้นตารางและมีรายได้เชิงพาณิชย์สูงกว่าสโมสรอื่นอย่างชัดเจน แม้บางฤดูกาลบางทีมในกลุ่มจะทำผลงานได้ไม่ดีนักก็ตาม คำนี้จึงยังคงถูกใช้เรียกโดยอิงจากฐานะทางเศรษฐกิจและประวัติศาสตร์มากกว่าผลงานเฉพาะฤดูกาลใดฤดูกาลหนึ่ง
- ประกอบด้วยอาร์เซนอล เชลซี ลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์
- ทั้งหกทีมมีรายได้เชิงพาณิชย์และมูลค่าสโมสรสูงกว่าทีมอื่นในลีกอย่างต่อเนื่อง
- คำนี้ถูกใช้กันแพร่หลายในสื่อกีฬาอังกฤษมาตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 2010
- ในปี 2021 ทั้งหกสโมสรนี้ประกาศเข้าร่วมยูโรเปียนซูเปอร์ลีก ก่อนถอนตัวภายในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมงหลังกระแสต่อต้านรุนแรง
- คำนี้ถูกวิจารณ์ว่าตอกย้ำความเหลื่อมล้ำทางการเงินระหว่างทีมใหญ่กับทีมเล็กในพรีเมียร์ลีก
ที่มาของคำเรียกกลุ่มสโมสรทรงอิทธิพล
บิ๊กซิกซ์ คือ คำที่เริ่มถูกใช้อย่างแพร่หลายในสื่อกีฬาอังกฤษตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 2010 หลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้และท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ก้าวขึ้นมามีฐานะทางการเงินและผลงานทัดเทียมกับสี่สโมสรดั้งเดิมที่เคยถูกเรียกว่า “บิ๊กโฟร์” ในทศวรรษก่อนหน้า ได้แก่อาร์เซนอล เชลซี ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การขยายจากสี่เป็นหกสโมสรสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจทางการเงินในวงการฟุตบอลอังกฤษ
เหตุการณ์ยูโรเปียนซูเปอร์ลีกที่ทำให้คำนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก
เดือนเมษายนปี 2021 ทั้งหกสโมสรในกลุ่มนี้ร่วมประกาศเข้าร่วมโครงการยูโรเปียนซูเปอร์ลีก ซึ่งเป็นแผนตั้งลีกปิดที่ทีมผู้ก่อตั้งไม่มีความเสี่ยงตกชั้น กระแสต่อต้านจากแฟนบอล สื่อ และรัฐบาลอังกฤษรุนแรงมากจนทั้งหกสโมสรต้องประกาศถอนตัวภายในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมงหลังประกาศเข้าร่วม เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดที่แฟนบอลจำนวนมากเริ่มมองคำเรียกกลุ่มนี้ในแง่ลบมากขึ้น เพราะสะท้อนแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ทางการเงินเหนือระบบเลื่อนชั้น-ตกชั้นแบบดั้งเดิม
ผลกระทบต่อความเหลื่อมล้ำในพรีเมียร์ลีก
กลุ่มนี้มักมีรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ และรายได้เชิงพาณิชย์อื่นสูงกว่าทีมกลางตารางและทีมเล็กหลายเท่าตัว ทำให้มีความสามารถในการดึงตัวนักเตะคุณภาพสูงและจ่ายเงินเดือนที่แข่งขันได้มากกว่า ความได้เปรียบทางการเงินนี้ยังส่งผลต่อโควตาการเข้าร่วมบอลถ้วยยุโรปในระยะยาว เพราะทีมที่มีทรัพยากรมากกว่ามักรักษาอันดับท็อปของตารางไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
ทำไมทีมนอกกลุ่มถึงพยายามท้าทายสถานะนี้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีสโมสรนอกกลุ่มบางทีมที่ได้รับการลงทุนมหาศาลจากเจ้าของใหม่ พยายามท้าทายสถานะของกลุ่มนี้ด้วยการทุ่มงบซื้อนักเตะระดับสูง แม้จะยังไม่สามารถแทนที่ตำแหน่งในกลุ่มนี้ได้อย่างถาวร แต่ก็สะท้อนว่าโครงสร้างอำนาจในพรีเมียร์ลีกไม่ได้ตายตัวเสียทีเดียว และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเงินทุนและการบริหารจัดการในระยะยาว
เปรียบเทียบบิ๊กซิกซ์กับบิ๊กโฟร์ยุคก่อนหน้า
| ยุค | สโมสรในกลุ่ม | ช่วงเวลาที่ใช้คำนี้ |
|---|---|---|
| บิ๊กโฟร์ | อาร์เซนอล เชลซี ลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | ช่วงกลางทศวรรษ 2000 ถึงต้นทศวรรษ 2010 |
| บิ๊กซิกซ์ | เพิ่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้และท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ | ตั้งแต่กลางทศวรรษ 2010 ถึงปัจจุบัน |
อ่านความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและวัฒนธรรมพรีเมียร์ลีกอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ หมวดรอบรู้ฟุตบอล หรือติดตามข่าวความเคลื่อนไหวสโมสรใหญ่ได้ที่ หมวดข่าวฟุตบอล ของเรา ข้อมูลเหตุการณ์ยูโรเปียนซูเปอร์ลีกเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้จาก รายงานของ BBC Sport และ เว็บไซต์ทางการของพรีเมียร์ลีก
ทั้งหกสโมสรประกาศเข้าร่วมยูโรเปียนซูเปอร์ลีกเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2021 และประกาศถอนตัวทั้งหมดภายในวันที่ 20 เมษายน 2021 หลังกระแสต่อต้านรุนแรงจากแฟนบอลทั่วประเทศ กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงทางความคิดต่อคำเรียกกลุ่มนี้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของพรีเมียร์ลีก
ที่มา/อ้างอิง: ข้อมูลอ้างอิงจากรายงานของ BBC Sport และเว็บไซต์ทางการของพรีเมียร์ลีก
คำถามที่พบบ่อย
สรุปสั้นที่สุดหมายถึงสโมสรกลุ่มไหน
หมายถึงกลุ่มหกสโมสรที่มีฐานะทางการเงินและอิทธิพลโดดเด่นในพรีเมียร์ลีก ได้แก่อาร์เซนอล เชลซี ลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์
ทำไมคำนี้ถึงถูกวิจารณ์หลังปี 2021
เพราะทั้งหกสโมสรร่วมกันประกาศเข้าร่วมยูโรเปียนซูเปอร์ลีกที่ทีมผู้ก่อตั้งไม่มีความเสี่ยงตกชั้น สะท้อนแนวคิดที่ขัดกับระบบเลื่อนชั้น-ตกชั้นดั้งเดิมของฟุตบอลอังกฤษ ก่อนต้องถอนตัวเพราะกระแสต่อต้านรุนแรง
ทีมนอกกลุ่มมีโอกาสแทนที่ตำแหน่งนี้ได้หรือไม่
มีโอกาสในทางทฤษฎีหากได้รับการลงทุนมหาศาลอย่างต่อเนื่อง แต่ในทางปฏิบัติกลุ่มนี้ยังคงรักษาความได้เปรียบด้านฐานะการเงินและประวัติศาสตร์ที่สั่งสมมายาวนาน ทำให้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนี้เกิดขึ้นได้ยากในระยะสั้น









