อคาเดมี คือ ระบบพัฒนานักเตะเยาวชนของสโมสรฟุตบอล ที่รับผู้เล่นตั้งแต่วัยเด็กเข้ามาฝึกฝนทักษะอย่างเป็นระบบ ผ่านโค้ชและสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะทาง ก่อนคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพสูงสุดขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในที่สุด สโมสรในอังกฤษถูกจัดระดับตามคุณภาพของโครงสร้างนี้ผ่านระบบ Elite Player Performance Plan หรือ EPPP ซึ่งแบ่งออกเป็นสี่ระดับตั้งแต่ Category 1 ที่มาตรฐานสูงสุด ไปจนถึง Category 4 ที่เน้นการพัฒนาระดับพื้นฐาน
- ระบบ EPPP เริ่มบังคับใช้ในฤดูกาล 2012-13 เพื่อยกระดับมาตรฐานการพัฒนาเยาวชนทั่วประเทศ
- สโมสร Category 1 ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวก จำนวนโค้ช และงบลงทุนสูงกว่าระดับอื่นอย่างชัดเจน
- ยิ่งระดับสูงเท่าไหร่ ยิ่งได้สิทธิ์ดึงตัวนักเตะดาวรุ่งจากสโมสรระดับต่ำกว่าได้ง่ายขึ้นตามกฎการชดเชย
- นักเตะที่ผ่านระบบนี้ตั้งแต่อายุน้อยมักถูกนับเป็นนักเตะโฮมโกรนเมื่อขึ้นทีมชุดใหญ่
- สโมสรใหญ่หลายแห่งลงทุนงบประมาณต่อปีในโครงสร้างนี้สูงถึงหลักสิบล้านปอนด์
โครงสร้างระดับ Category ตามระบบ EPPP
อคาเดมี คือ ส่วนหนึ่งของระบบที่ถูกจัดระดับมาตรฐานผ่าน Elite Player Performance Plan ซึ่งพิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งจำนวนชั่วโมงฝึกซ้อมต่อสัปดาห์ที่จัดให้นักเตะแต่ละช่วงวัย คุณภาพของโค้ชที่ต้องผ่านใบประกาศนียบัตรระดับสูง สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างสนามฝึกและศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงการสนับสนุนด้านการศึกษาควบคู่กับการฝึกฟุตบอล สโมสรที่ผ่านเกณฑ์ Category 1 จะได้รับสิทธิประโยชน์มากที่สุด รวมถึงชั่วโมงฝึกซ้อมที่มากกว่าและค่าชดเชยที่สูงกว่าเมื่อดึงตัวนักเตะดาวรุ่งจากสโมสรอื่น
เหตุผลที่วงการอังกฤษต้องปฏิรูปในปี 2012
ก่อนหน้าระบบนี้ วงการเยาวชนอังกฤษเผชิญปัญหามาตรฐานที่ไม่สม่ำเสมอระหว่างสโมสร และกฎการชดเชยค่าตัวที่ไม่ชัดเจนทำให้สโมสรเล็กลังเลลงทุนพัฒนานักเตะเพราะกลัวถูกทีมใหญ่ดึงตัวไปฟรีหรือด้วยราคาต่ำเกินไป พรีเมียร์ลีกจึงร่วมกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษออกแบบระบบใหม่ที่ให้ความชัดเจนด้านค่าชดเชยและยกระดับมาตรฐานการฝึกสอนทั่วประเทศพร้อมกัน
เส้นทางจากอคาเดมีสู่ทีมชุดใหญ่
นักเตะที่ผ่านระบบนี้ตั้งแต่วัยเด็กมักเริ่มเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกเมื่ออายุประมาณสิบเจ็ดปี ก่อนถูกส่งไปยืมตัวกับสโมสรระดับรองเพื่อสั่งสมประสบการณ์ลงเล่นจริง เส้นทางนี้แตกต่างกันไปในแต่ละสโมสร บางทีมเลือกดันดาวรุ่งขึ้นทีมชุดใหญ่เร็ว ขณะที่บางทีมเน้นให้ยืมตัวสะสมประสบการณ์หลายฤดูกาลก่อนกลับมาแข่งขันตำแหน่งในทีมชุดใหญ่จริงจัง
ความเชื่อมโยงกับกฎนักเตะโฮมโกรน
นักเตะที่ผ่านการฝึกในระบบนี้กับสโมสรในอังกฤษหรือเวลส์ต่อเนื่องอย่างน้อยสามฤดูกาลก่อนอายุยี่สิบเอ็ดปี จะถูกนับเป็นนักเตะโฮมโกรนตามกฎของพรีเมียร์ลีก ซึ่งช่วยให้สโมสรเติมโควตาผู้เล่นในทะเบียนทีมชุดใหญ่ได้ครบตามที่กำหนด ทำให้การลงทุนในระบบนี้มีความสำคัญทั้งในเชิงกีฬาและเชิงกฎระเบียบไปพร้อมกัน
เปรียบเทียบระดับ Category ของระบบ EPPP
| ระดับ | มาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวก | ชั่วโมงฝึกซ้อมต่อสัปดาห์โดยประมาณ |
|---|---|---|
| Category 1 | สูงสุด สนามฝึกและศูนย์กีฬาครบครัน | มากกว่า 8,500 ชั่วโมงตลอดช่วงพัฒนา |
| Category 2 | สูง แต่น้อยกว่าระดับหนึ่ง | ราว 5,700 ชั่วโมง |
| Category 3 | ปานกลาง เน้นพื้นฐานเป็นหลัก | ราว 2,700 ชั่วโมง |
| Category 4 | พื้นฐาน เน้นการเข้าถึงเยาวชนในพื้นที่ | น้อยกว่าระดับอื่นอย่างชัดเจน |
อ่านความรู้เกี่ยวกับการพัฒนานักเตะเยาวชนและกฎโฮมโกรนอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ หมวดรอบรู้ฟุตบอล หรือติดตามข่าวนักเตะดาวรุ่งพรีเมียร์ลีกได้ที่ หมวดข่าวฟุตบอล ของเรา ข้อมูลระบบ EPPP อย่างเป็นทางการสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก เว็บไซต์ทางการของพรีเมียร์ลีก และ เว็บไซต์ทางการของ FA
พรีเมียร์ลีกเริ่มบังคับใช้ระบบ Elite Player Performance Plan ตั้งแต่ฤดูกาล 2012-13 เป็นต้นมา และปัจจุบันสโมสรระดับ Category 1 หลายแห่งลงทุนในโครงสร้างพัฒนาเยาวชนต่อปีสูงถึงหลักสิบล้านปอนด์เพื่อรักษามาตรฐานสูงสุดของระบบนี้
ที่มา/อ้างอิง: ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ทางการของพรีเมียร์ลีกและสมาคมฟุตบอลอังกฤษ
คำถามที่พบบ่อย
สรุปสั้นที่สุดหมายถึงระบบแบบไหน
หมายถึงระบบพัฒนานักเตะเยาวชนของสโมสรที่รับผู้เล่นตั้งแต่วัยเด็กมาฝึกฝนอย่างเป็นระบบ ก่อนคัดเลือกผู้มีศักยภาพสูงสุดขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในที่สุด
ทำไมสโมสร Category 1 ถึงได้เปรียบมากกว่า
เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวก จำนวนโค้ช และชั่วโมงฝึกซ้อมสูงกว่าระดับอื่นอย่างชัดเจน อีกทั้งยังได้รับค่าชดเชยที่สูงกว่าเมื่อสโมสรอื่นดึงตัวนักเตะดาวรุ่งของตนไป
นักเตะจากระบบนี้กลายเป็นนักเตะโฮมโกรนได้อย่างไร
หากผ่านการฝึกกับสโมสรในอังกฤษหรือเวลส์ต่อเนื่องอย่างน้อยสามฤดูกาลก่อนอายุยี่สิบเอ็ดปี จะถูกนับเป็นนักเตะโฮมโกรนตามกฎของพรีเมียร์ลีกโดยอัตโนมัติ









