clubheng

คาเตนัชโช คือ อะไร ความหมายของระบบเกมรับแบบกลอนประตู ต้นกำเนิด ลิเบโร่ และทีมที่โด่งดังจากแผนนี้

แชร์บทความนี้FacebookXLINE

คาเตนัชโช คือ ระบบเกมรับของฟุตบอลอิตาลีที่เน้นปิดพื้นที่หน้าประตูให้แน่นเหมือนลงกลอน คำว่า Catenaccio ในภาษาอิตาลีแปลว่า “กลอนประตู” หัวใจของระบบคือกองหลังที่ประกบตัวคู่แข่งแบบคนต่อคน โดยมีลิเบโร่ยืนคุมอยู่ด้านหลังสุดคอยเก็บกวาด แล้วอาศัยจังหวะสวนกลับเพื่อทำประตู

  • คาเตนัชโช (Catenaccio) แปลว่า กลอนประตู เป็นระบบที่ให้ความสำคัญกับเกมรับเป็นอันดับแรก
  • ต้นแบบมาจากระบบ verrou ของ คาร์ล รัปปาน (Karl Rappan) ในสวิตเซอร์แลนด์ช่วงทศวรรษ 1930
  • ตำแหน่งที่ขาดไม่ได้คือ ลิเบโร่ หรือสวีปเปอร์ ที่ยืนหลังแนวกองหลัง
  • ทีมที่โด่งดังที่สุดจากระบบนี้คือ อินเตอร์ มิลาน ของ เอเลนิโอ เอร์เรร่า และ เอซี มิลาน ของ เนเรโอ ร็อคโก้
  • ระบบค่อย ๆ เสื่อมความนิยมเมื่อเจอโทเทิล ฟุตบอล และการประกบแบบโซน

คาเตนัชโช คือ อะไร และทำงานอย่างไร

ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพ คาเตนัชโช คือ การจัดทีมที่ยอมเสียพื้นที่ครองบอลให้คู่แข่ง แต่ไม่ยอมเสียพื้นที่อันตรายหน้าประตู กองหลังแต่ละคนจะได้รับมอบหมายให้ประกบกองหน้าฝั่งตรงข้ามแบบตัวต่อตัวตลอดเกม หากใครหลุดการประกบ ลิเบโร่ที่ยืนอยู่หลังสุดจะเป็นคนเข้ามาปิดช่องว่างทันที

เมื่อแย่งบอลได้ ทีมที่เล่นคาเตนัชโชมักไม่ต่อบอลสั้นยาว ๆ แต่จะเปิดบอลยาวหรือส่งบอลไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อเล่นงานพื้นที่ว่างที่คู่แข่งทิ้งไว้ระหว่างขึ้นเกม นี่คือเหตุผลที่ระบบนี้ถูกมองว่าเป็นแท็กติกของทีมที่ “รับแน่นแล้วสวนเร็ว”

บทบาทของลิเบโร่ในระบบกลอนประตู

ลิเบโร่ (Libero) หรือที่หลายคนเรียกว่าสวีปเปอร์ เป็นกองหลังอิสระที่ไม่ต้องประกบใคร หน้าที่หลักคือเก็บบอลที่หลุดมา ช่วยประกบซ้อนเมื่อคู่แข่งมีกองหน้าที่อันตราย และเป็นจุดเริ่มเกมด้วยการเปิดบอลยาวจากแนวหลัง ผู้อ่านที่อยากเข้าใจตำแหน่งนี้ละเอียดขึ้นอ่านต่อได้ที่ ลิเบโร่ คือ อะไร

การประกบตัวแบบคนต่อคน

อีกเสาหลักของคาเตนัชโชคือการประกบตัวแบบเข้มงวด กองหลังจะตามคู่แข่งของตัวเองไปทุกที่ วิธีนี้ได้ผลมากกับกองหน้าที่ยืนตำแหน่งตายตัว แต่ก็มีจุดอ่อนเมื่อคู่แข่งสลับตำแหน่งกันบ่อย ดูหลักการประกบตัวเพิ่มเติมได้ที่ การประกบตัว คือ อะไร

ต้นกำเนิดของคาเตนัชโช

รากฐานของระบบนี้ไม่ได้เริ่มที่อิตาลี แต่มาจากโค้ชชาวออสเตรีย คาร์ล รัปปาน ซึ่งคิดระบบ verrou หรือ “กลอนสวิส” ในปี 1932 ระหว่างคุมทีมแซร์แวตต์ (Servette) ในสวิตเซอร์แลนด์ โดยวางผู้เล่นตำแหน่งเก็บกวาดไว้หน้าผู้รักษาประตู รัปปานพาแซร์แวตต์คว้าแชมป์ลีก 2 สมัย ก่อนย้ายไปคุมกราสฮ็อปเปอร์ในปี 1935 และพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้อีก 5 สมัย

แนวคิดนี้เดินทางเข้าสู่อิตาลีในปี 1946 เมื่อ อ็อตตาวิโอ บาร์บิเอรี (Ottavio Barbieri) นำตำแหน่งสวีปเปอร์มาใช้กับเจนัว ก่อนที่ เนเรโอ ร็อคโก้ (Nereo Rocco) จะพัฒนาเป็นรูปแบบที่ชัดเจนขึ้นกับทรีเอสตินาในปี 1947 ด้วยแผน 1-3-3-3 และพาทีมจบอันดับสองของเซเรีย อา ได้อย่างเหนือความคาดหมาย

ทีมที่โด่งดังจากระบบคาเตนัชโช

ยุคทองของคาเตนัชโชอยู่ในทศวรรษ 1960 เมื่อสองสโมสรจากเมืองมิลานนำระบบนี้ไปครองยุโรป

อินเตอร์ มิลาน ของ เอเลนิโอ เอร์เรร่า

เอเลนิโอ เอร์เรร่า (Helenio Herrera) ใช้แผน 5-3-2 ที่มีกองหลังประกบตัว 4 คนบวกลิเบโร่ 1 คน ทีมที่ถูกขนานนามว่า “กรันเด อินเตอร์” คว้าแชมป์เซเรีย อา 3 สมัย ยูโรเปียน คัพ 2 สมัยในปี 1964 และ 1965 และอินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ อีก 2 สมัย เอร์เรร่าเคยยืนยันว่าระบบของเขารุกมากกว่าที่คนจดจำ เพราะฟูลแบ็กมีหน้าที่ขึ้นสอดด้วย

เอซี มิลาน ของ เนเรโอ ร็อคโก้

ร็อคโก้นำแนวคิดเดียวกันไปใช้กับเอซี มิลาน ในช่วงทศวรรษ 1960-1970 และได้แชมป์เซเรีย อา 2 สมัย โคปปา อิตาเลีย 3 สมัย ยูโรเปียน คัพ 2 สมัยในปี 1963 และ 1969 รวมถึงคัพวินเนอร์ส คัพ อีก 2 สมัย

โค้ชทีมช่วงเวลาผลงานเด่น
คาร์ล รัปปานแซร์แวตต์ / กราสฮ็อปเปอร์ทศวรรษ 1930ต้นแบบระบบ verrou แชมป์ลีกสวิสรวม 7 สมัย
เนเรโอ ร็อคโก้ทรีเอสตินา1947รองแชมป์เซเรีย อา ด้วยแผน 1-3-3-3
เอเลนิโอ เอร์เรร่าอินเตอร์ มิลานทศวรรษ 1960ยูโรเปียน คัพ 1964 และ 1965
เนเรโอ ร็อคโก้เอซี มิลานทศวรรษ 1960-1970ยูโรเปียน คัพ 1963 และ 1969

ทำไมคาเตนัชโชจึงเสื่อมความนิยม

จุดเปลี่ยนแรกเกิดในนัดชิงยูโรเปียน คัพ ปี 1967 เมื่อเซลติกที่เล่นเกมรุกเต็มรูปแบบเอาชนะอินเตอร์ของเอร์เรร่า 2-1 ต่อมาในทศวรรษ 1970 โทเทิล ฟุตบอล ของ รินุส มิเชลส์ (Rinus Michels) ก็เปิดโปงจุดอ่อนของการประกบตัวแบบตายตัว เพราะผู้เล่นสลับตำแหน่งกันตลอดจนกองหลังตามไม่ทัน อาแจ็กซ์ชนะอินเตอร์ 2-0 ในนัดชิงยูโรเปียน คัพ ปี 1972 อ่านแนวคิดฝั่งตรงข้ามได้ที่ โทเทิล ฟุตบอล คือ อะไร

โค้ชอิตาเลียนจึงปรับตัวเป็นระบบ zona mista ที่ผสมการประกบตัวกับการประกบโซน ทีมชาติอิตาลีของ เอนโซ แบร์ซอต (Enzo Bearzot) คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1982 ด้วยแนวทางนี้ โดยมี เกตาโน่ ชีเรอา (Gaetano Scirea) เป็นลิเบโร่ระดับตำนาน ก่อนที่ อาร์ริโก้ ซาคคี่ (Arrigo Sacchi) จะพลิกโฉมด้วยการประกบโซน เพรสซิ่งสูง และแผน 4-4-2 ในปลายทศวรรษ 1980

มรดกของคาเตนัชโชในฟุตบอลยุคใหม่

แม้ทุกวันนี้แทบไม่มีทีมระดับสูงใช้คาเตนัชโชแบบดั้งเดิม แต่แนวคิด “รับให้แน่นก่อนแล้วค่อยหาจังหวะ” ยังอยู่ในทีมที่เน้นบล็อกต่ำและเล่นสวนกลับ เมื่อทีมรองเจอทีมใหญ่ที่ครองบอลเหนือกว่า เราจะเห็นการถอยลงมาปิดพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษแล้วรอโอกาสสวนกลับเสมอ ซึ่งก็คือร่องรอยของกลอนประตูอิตาลีนั่นเอง

ที่มา/อ้างอิง: Catenaccio – Wikipedia, Helenio Herrera – Wikipedia

คำถามที่พบบ่อย

คาเตนัชโช คือ แผนอะไร

คาเตนัชโช คือ ระบบเกมรับของอิตาลีที่ใช้กองหลังประกบตัวแบบคนต่อคน มีลิเบโร่ยืนเก็บกวาดหลังสุด และเน้นสวนกลับอย่างรวดเร็ว

ใครเป็นผู้คิดค้นคาเตนัชโช

ต้นแบบมาจากระบบ verrou ของคาร์ล รัปปาน ในปี 1932 ก่อนที่เนเรโอ ร็อคโก้ และเอเลนิโอ เอร์เรร่า จะพัฒนาจนโด่งดังในอิตาลี

ทีมไหนประสบความสำเร็จที่สุดจากคาเตนัชโช

อินเตอร์ มิลาน ของเอร์เรร่า ที่คว้ายูโรเปียน คัพ ปี 1964 และ 1965 และเอซี มิลาน ของร็อคโก้ ที่คว้ายูโรเปียน คัพ ปี 1963 และ 1969

สรุปแล้ว คาเตนัชโช คือ หนึ่งในแท็กติกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล แม้จะถูกมองว่าเน้นรับ แต่ก็สร้างแชมป์ยุโรปให้สโมสรอิตาลีมาแล้วหลายสมัย และยังทิ้งมรดกไว้ในเกมสมัยใหม่จนถึงวันนี้

แชร์บทความนี้FacebookXLINE