เกี่ยวกับรายการ
ฟุตบอลโลก 2026 คือการแข่งขันฟุตบอลโลกชายครั้งที่ 23 ซึ่งจัดโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เตะระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม 2026 โดยมีแคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ถือเป็นฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีเจ้าภาพสามประเทศ และเป็นครั้งแรกที่ขยายจำนวนทีมเป็น 48 ทีม
ประวัติและที่มา
ฟีฟ่ามีมติเอกฉันท์เมื่อเดือนมกราคม 2017 ให้ขยายฟุตบอลโลกจาก 32 ทีมเป็น 48 ทีม เพื่อเปิดโอกาสให้ชาติจากทุกทวีปได้เข้าร่วมมากขึ้น ต่อมาในวันที่ 13 มิถุนายน 2018 ข้อเสนอเจ้าภาพร่วมของสามชาติอเมริกาเหนือได้รับเลือก แผนเดิมของฟีฟ่ากำหนดให้แบ่งเป็น 16 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม แต่ถูกยกเลิกไปเพราะกังวลเรื่องการล็อกผลในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม จนกระทั่งวันที่ 14 มีนาคม 2023 สภาฟีฟ่าอนุมัติรูปแบบสุดท้ายเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม
รอบคัดเลือกเริ่มขึ้นตั้งแต่ 7 กันยายน 2023 และสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2026 เพื่อหา 45 ทีมมาสมทบกับสามเจ้าภาพที่ผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติ ครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ทั้งหกสหพันธ์ทวีปมีโควตาการันตีอย่างน้อยหนึ่งทีม โดยเคปเวิร์ด กูราเซา จอร์แดน และอุซเบกิสถาน ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรก ขณะที่กูราเซากลายเป็นชาติที่มีประชากรน้อยที่สุดที่เคยเข้าฟุตบอลโลก ด้วยจำนวนราว 158,000 คน ส่วนอิตาลีคือทีมอันดับสูงสุดที่พลาดการเข้ารอบ หลังแพ้จุดโทษให้บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
รูปแบบการแข่งขัน
ทีมทั้ง 48 ทีมถูกแบ่งเป็น 12 กลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มเอถึงกลุ่มแอล กลุ่มละ 4 ทีม แต่ละทีมพบกันแบบพบกันหมดภายในกลุ่มทีมละ 3 นัด ชนะได้ 3 คะแนน เสมอได้ 1 คะแนน ทีมอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่มรวม 24 ทีม ผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติ และมีทีมอันดับ 3 ที่ผลงานดีที่สุด 8 ทีมจากทั้งหมด 12 ทีม เข้าร่วมด้วย รวมเป็น 32 ทีมในรอบน็อกเอาต์
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการเพิ่มรอบ 32 ทีมสุดท้ายเข้ามาใหม่ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในฟุตบอลโลกชาย ทำให้เส้นทางสู่แชมป์ประกอบด้วยรอบ 32 ทีม รอบ 16 ทีม รอบก่อนรองชนะเลิศ รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ ทีมที่เข้าชิงต้องลงเล่นถึง 8 นัด เพิ่มจากเดิม 7 นัด จำนวนนัดทั้งทัวร์นาเมนต์เพิ่มจาก 64 เป็น 104 นัด และระยะเวลาแข่งขันยาว 39 วัน ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ การจัดอันดับทีมที่ 3 ใช้เกณฑ์คะแนน ผลต่างประตู ประตูได้ คะแนนความประพฤติ และอันดับโลกฟีฟ่าตามลำดับ
เจ้าภาพและสนามแข่ง
การแข่งขันกระจายไปยัง 16 เมืองเจ้าภาพ แบ่งเป็นสหรัฐอเมริกา 11 เมือง เม็กซิโก 3 เมือง และแคนาดา 2 เมือง สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพจัด 78 นัด รวมถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศทั้งหมด ส่วนแคนาดาและเม็กซิโกจัดชาติละ 13 นัด นัดเปิดสนามจัดขึ้นเมื่อ 11 มิถุนายน 2026 ที่เอสตาดิโอ อัซเตกา ในเม็กซิโกซิตี ระหว่างเม็กซิโกกับแอฟริกาใต้ ทำให้อัซเตกากลายเป็นสนามแห่งแรกที่จัดฟุตบอลโลกถึงสามครั้ง คือปี 1970, 1986 และ 2026 ขณะที่เม็กซิโกเป็นชาติแรกที่เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกชายสามหน ส่วนนัดชิงชนะเลิศกำหนดจัดวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 ที่เมตไลฟ์ สเตเดียม เมืองอีสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์
ทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุด
ในภาพรวมของฟุตบอลโลก บราซิลคือชาติที่คว้าแชมป์มากที่สุดด้วยจำนวน 5 สมัย ตามด้วยเยอรมนีและอิตาลีชาติละ 4 สมัย อาร์เจนตินา 3 สมัย และอุรุกวัยกับฝรั่งเศสชาติละ 2 สมัย สำหรับทัวร์นาเมนต์ปี 2026 ฟีฟ่าจัดวางสายให้สี่ทีมอันดับต้นของโลกคือสเปน อาร์เจนตินา ฝรั่งเศส และอังกฤษ อยู่คนละมุมของสายการแข่งขัน เพื่อให้มีโอกาสพบกันได้เร็วที่สุดในรอบรองชนะเลิศเท่านั้น
ยุคที่น่าจดจำและสถิติ
ฟุตบอลโลก 2026 ทำลายสถิติผู้ชมสะสมสูงสุดในประวัติศาสตร์ โดยเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 ในเกมกลุ่มอีระหว่างเอกวาดอร์กับเยอรมนีที่เมตไลฟ์ สเตเดียม ยอดผู้ชมสะสมแตะ 3,605,357 คน แซงสถิติเดิม 3,587,538 คน ที่ยืนหยัดมานาน 32 ปีจากฟุตบอลโลก 1994 ซึ่งจัดในสหรัฐอเมริกาเช่นกัน นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่มีชาติอาหรับผ่านเข้ารอบสุดท้ายพร้อมกันถึง 8 ชาติ และเป็นครั้งแรกที่สองชาติจากแคริบเบียนคือกูราเซากับเฮติเข้าร่วมพร้อมกัน
ความสำคัญในวงการ
ฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นหมุดหมายของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1998 การขยายเป็น 48 ทีมช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของชาติหน้าใหม่และภูมิภาคที่เคยถูกมองข้าม โดยเฉพาะแอฟริกาและเอเชีย ขณะเดียวกันก็มีเสียงวิจารณ์จากยุโรปว่าการเพิ่มจำนวนทีมอาจลดทอนความเข้มข้นของรายการ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มรอบ 32 ทีมและกฎทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด ทำให้แทบไม่มีทีมใดหมดลุ้นจนกว่าจะจบนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเพิ่มความตื่นเต้นให้ผู้ชมทั่วโลก
ข้อมูลอ้างอิง: https://en.wikipedia.org/wiki/2026_FIFA_World_Cup
