เอ็กซ์เพคเต็ดโกล คือ สถิติที่คำนวณความน่าจะเป็นที่ลูกยิงแต่ละครั้งจะกลายเป็นประตู โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ระยะห่างจากประตู มุมยิง แรงกดดันจากฝ่ายรับ และท่าทางการยิงในจังหวะนั้น ค่า xG แสดงเป็นตัวเลขทศนิยมตั้งแต่ 0 ถึง 1 ต่อการยิงหนึ่งครั้ง ยิ่งค่าใกล้ 1 มากเท่าไหร่ยิ่งหมายถึงโอกาสทำประตูสูง สถิตินี้ถูกใช้กันแพร่หลายในพรีเมียร์ลีกเพื่อประเมินคุณภาพของโอกาสที่แต่ละทีมสร้างได้ ไม่ใช่แค่จำนวนประตูที่ทำได้จริง
- xG คำนวณจากข้อมูลการยิงหลายแสนครั้งในอดีตเพื่อประเมินความน่าจะเป็นของแต่ละสถานการณ์
- ทีมที่มีค่า xG สูงกว่าคู่แข่งแต่แพ้เกม มักถูกมองว่าเล่นได้ดีกว่าแต่โชคไม่ดีในการจบสกอร์
- xG ยังถูกแตกย่อยเป็น xA (Expected Assists) เพื่อวัดคุณภาพของการจ่ายบอลสร้างโอกาส
- บริษัทข้อมูลอย่าง Opta และ StatsBomb เป็นผู้พัฒนาโมเดล xG ที่ใช้กันแพร่หลายในวงการฟุตบอล
- xG ไม่ได้บอกว่าทีมไหนจะชนะแน่นอน แต่ช่วยประเมินคุณภาพเกมรุกในระยะยาวได้แม่นยำกว่าผลสกอร์เพียงอย่างเดียว
วิธีคำนวณค่าเอ็กซ์เพคเต็ดโกลในฟุตบอล
เอ็กซ์เพคเต็ดโกล คือ ตัวเลขที่ได้จากโมเดลทางสถิติที่วิเคราะห์ข้อมูลการยิงประตูนับแสนครั้งในอดีต เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ กับโอกาสที่ลูกยิงนั้นจะกลายเป็นประตู ปัจจัยหลักที่นำมาคำนวณได้แก่ระยะห่างจากประตู มุมการยิง จำนวนผู้เล่นฝ่ายรับที่อยู่ในเส้นทางลูกยิง ส่วนของร่างกายที่ใช้ยิง (เท้าหรือศีรษะ) และลักษณะของจังหวะก่อนยิง เช่น ยิงจากลูกกลางอากาศหรือยิงหลังรับบอลนิ่ง เมื่อรวมปัจจัยเหล่านี้เข้าด้วยกัน ระบบจะประมวลผลออกมาเป็นค่าความน่าจะเป็นต่อการยิงแต่ละครั้ง
ตัวอย่างการอ่านค่า xG
สมมติผู้เล่นคนหนึ่งยิงจากในกรอบเขตโทษระยะใกล้โดยไม่มีใครขวางเลย ค่า xG ของลูกนั้นอาจสูงถึง 0.7-0.8 เพราะสถิติในอดีตชี้ว่าลูกยิงลักษณะนี้กลายเป็นประตูบ่อยมาก แต่ถ้ายิงจากนอกกรอบเขตโทษระยะไกลมากและมีผู้เล่นฝ่ายรับบังอยู่ ค่า xG อาจต่ำเพียง 0.03-0.05 เท่านั้น แม้ลูกนั้นจะเข้าประตูจริงก็ตาม เพราะโดยสถิติแล้วโอกาสสำเร็จของลูกยิงแบบนั้นต่ำมาก
ทำไม xG ถึงสำคัญต่อการวิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีก
นักวิเคราะห์และสื่อกีฬาเริ่มใช้ xG กันอย่างแพร่หลายเพราะช่วยแยกแยะได้ว่าทีมไหนเล่นได้ดีจริงแต่โชคไม่เข้าข้าง กับทีมไหนที่ผลงานดีเพียงเพราะจบสกอร์แม่นในระยะสั้น หากทีมหนึ่งมีค่า xG สูงกว่าคู่แข่งอย่างต่อเนื่องหลายเกมแต่ผลการแข่งขันไม่ดี นักวิเคราะห์มักมองว่าทีมนั้นกำลังสร้างโอกาสคุณภาพดีและควรจะเริ่มเก็บผลงานที่ดีขึ้นในไม่ช้า สถิตินี้จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่แฟนบอลใช้ประกอบการวิเคราะห์นอกเหนือจากการดูผลสกอร์เพียงอย่างเดียว
ข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจเมื่อใช้ xG
แม้ xG จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก แต่ก็ไม่ใช่ตัวชี้วัดที่สมบูรณ์แบบ เพราะไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยเชิงจิตวิทยา เช่น ความกดดันในนัดสำคัญ หรือฟอร์มของผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้ามในวันนั้น นอกจากนี้แต่ละบริษัทข้อมูลก็อาจมีโมเดลคำนวณที่ต่างกันเล็กน้อย ทำให้ค่า xG ของเกมเดียวกันจากแหล่งต่างกันอาจไม่ตรงกันเป๊ะเสมอไป
เปรียบเทียบ xG กับสถิติวิเคราะห์เกมรุกอื่นในฟุตบอล
| สถิติ | สิ่งที่วัด | ประโยชน์หลัก |
|---|---|---|
| xG (Expected Goals) | ความน่าจะเป็นที่ลูกยิงจะเป็นประตู | ประเมินคุณภาพโอกาสทำประตู |
| xA (Expected Assists) | ความน่าจะเป็นที่การจ่ายบอลจะนำไปสู่ประตู | ประเมินคุณภาพการจ่ายบอลสร้างโอกาส |
| จำนวนยิงเข้ากรอบ (Shots on Target) | จำนวนลูกยิงที่ตรงกรอบประตู | วัดปริมาณการคุกคามประตู |
| การครองบอล (Possession) | สัดส่วนเวลาที่ควบคุมบอล | สะท้อนสไตล์การเล่นของทีม |
อ่านบทวิเคราะห์เชิงลึกที่ใช้ข้อมูล xG ประกอบการวิเคราะห์ทีมพรีเมียร์ลีกได้ที่ หน้ารวมวิเคราะห์บอล หรือศึกษาความรู้พื้นฐานเรื่องสถิติฟุตบอลอื่น ๆ เพิ่มเติมที่ หมวดรอบรู้ฟุตบอล ของเรา
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลฟุตบอลอย่าง Opta เริ่มพัฒนาโมเดล xG อย่างจริงจังตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 2010 และปัจจุบันสถิตินี้ถูกแสดงในการถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกของสื่อกีฬาหลายสำนักทั่วโลกแทบทุกนัด
ที่มา/อ้างอิง: ข้อมูลอ้างอิงจากระบบวิเคราะห์สถิติฟุตบอลของ Opta และ StatsBomb
คำถามที่พบบ่อย
เอ็กซ์เพคเต็ดโกล คือ อะไรแบบสรุปสั้นที่สุด
คือสถิติที่คำนวณความน่าจะเป็นที่ลูกยิงแต่ละครั้งจะกลายเป็นประตู โดยพิจารณาจากปัจจัยอย่างระยะห่างและมุมยิงจากข้อมูลสถิติในอดีต
ทีมที่มี xG สูงแต่แพ้เกม แปลว่าเล่นแย่หรือไม่
ไม่จำเป็น เพราะ xG สูงหมายถึงทีมนั้นสร้างโอกาสคุณภาพดีได้มาก แต่การแปลงเป็นประตูจริงยังขึ้นอยู่กับความแม่นยำของผู้ยิงและฟอร์มผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้ามในวันนั้นด้วย
xG กับ xA ต่างกันอย่างไร
xG วัดความน่าจะเป็นที่ลูกยิงจะเป็นประตู ส่วน xA วัดความน่าจะเป็นที่การจ่ายบอลครั้งนั้นจะนำไปสู่ประตู ทั้งสองมักใช้คู่กันเพื่อประเมินทั้งผู้ยิงและผู้จ่ายบอล









