ผลบอล ฝรั่งเศส 4-1 เบลเยียม ศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 นัดที่ 4 คืนวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2026 (ตรงกับ 01.45 น. วันอังคารที่ 6 ตุลาคม ตามเวลาไทย) ที่สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ ทีมชาติฝรั่งเศสตามหลังก่อนตั้งแต่ครึ่งแรก แล้วยิงรวดสี่ประตูในช่วง 14 นาทีสุดท้าย พลิกชนะและเก็บเพิ่มเป็น 10 แต้ม
ผลบอล ฝรั่งเศส 4-1 เบลเยียม เกมที่เปลี่ยนในสิบสี่นาที
ทีมชาติฝรั่งเศสของ ซีเนดีน ซีดาน (Zinedine Zidane) เปิดบ้านที่สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ (Stade de France) รับการมาเยือนของทีมชาติเบลเยียมชุดที่มี มาร์ค ฟาน บอมเมล (Mark van Bommel) เป็นกุนซือ สองทีมนี้คือคู่แย่งตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่มโดยตรง เกมจึงมีความหมายมากกว่าสามแต้มธรรมดา
เบลเยียมเป็นฝ่ายได้ประตูก่อนในนาที 35 จากจังหวะสวนกลับ โรเมโอ ลาเวีย (Romeo Lavia) เปิดบอลให้ โดดี้ ลูเคบาคิโอ (Dodi Lukebakio) หลุดเข้าไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น ปีศาจแดงแห่งยุโรปออกนำ 1-0 และรักษาสกอร์นี้ไว้ได้จนพักครึ่ง ก่อนจะยืนระยะต่อมาได้อีกกว่าครึ่งชั่วโมงในครึ่งหลัง
ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อซีดานแก้เกมด้วยตัวสำรอง เดซีเร ดูเอ (Desire Doue) ถูกส่งลงมาแทน แบรดลีย์ บาร์โกลา (Bradley Barcola) ตามด้วย รายอาน แชร์กี (Rayan Cherki) และ มีกาแอล โอลีเซ (Michael Olise) ทั้งสามคนมีส่วนกับทุกประตูของฝรั่งเศสในคืนนี้
ลำดับประตู ดูเอเปิดทาง โอลีเซปิดเกม
นาที 77 ดูเอพลิกตัวในกรอบเขตโทษแล้วซัดเต็มข้อเสียบมุมล่าง ตีเสมอ 1-1 ปลุกทั้งสนามให้ลุกขึ้นยืน อีกสี่นาทีถัดมา โอลีเซเปิดบอลจากริมเส้นให้แชร์กีเข้าชาร์จแซงนำ 2-1 ในนาที 81 เบลเยียมที่ยืนเกมรับได้ดีมาเกือบทั้งคืนเริ่มเสียรูปทรง
นาที 88 ถึงคิวของโอลีเซเอง เขารับบอลที่ดูเอเปิดมาแล้วยิงเข้าไปเป็น 3-1 ก่อนที่ทั้งคู่จะร่วมมือกันซ้ำอีกครั้งในช่วงทดเวลาเจ็บ นาที 90+1 ดูเอจ่าย โอลีเซยิง ปิดกล่องเป็น 4-1 รวมเวลาตั้งแต่ประตูตีเสมอถึงประตูสุดท้ายเพียง 14 นาที
| นาที | ผู้ทำประตู | ทีม | สกอร์ |
|---|---|---|---|
| 35 | โดดี้ ลูเคบาคิโอ | เบลเยียม | 0-1 |
| 77 | เดซีเร ดูเอ | ฝรั่งเศส | 1-1 |
| 81 | รายอาน แชร์กี | ฝรั่งเศส | 2-1 |
| 88 | มีกาแอล โอลีเซ | ฝรั่งเศส | 3-1 |
| 90+1 | มีกาแอล โอลีเซ | ฝรั่งเศส | 4-1 |
- ฝรั่งเศสชนะเบลเยียม 4-1 ที่สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2026
- เบลเยียมนำก่อนจาก โดดี้ ลูเคบาคิโอ นาที 35 และนำอยู่จนถึงนาที 77
- มีกาแอล โอลีเซ ยิงสองประตูและจ่ายอีกหนึ่ง เดซีเร ดูเอ ยิงหนึ่งและจ่ายสอง
- ฝรั่งเศสมี 10 แต้มจาก 4 นัด ยังไม่แพ้ใคร ส่วนเบลเยียมมี 6 แต้ม
สถานการณ์กลุ่ม 1 หลังผ่านสี่นัด
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ฝรั่งเศสมี 10 แต้มจาก 4 นัด ชนะสาม เสมอหนึ่ง ยังไม่แพ้ใครในเนชั่นส์ ลีก ฤดูกาลนี้ และทิ้งห่างเบลเยียมที่มี 6 แต้มออกไปเป็นสี่แต้ม เมื่อเหลือโปรแกรมรอบแบ่งกลุ่มอีกเพียงสองนัดในเดือนพฤศจิกายน 2026 ตราไก่จึงอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบชัดเจนในการลุ้นเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย
ส่วนอีกคู่ของกลุ่มที่เตะเวลาเดียวกัน ทีมชาติอิตาลีเปิดบ้านที่เมืองโบโลญญา ชนะทีมชาติตุรกี 3-1 จากประตูของ จานลูก้า สคามัคค่า (Gianluca Scamacca) ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ (Riccardo Calafiori) และ ปิโอ เอสโปซิโต (Pio Esposito) ทำให้อัซซูรี่ขยับขึ้นมาเบียดลุ้นตำแหน่งเข้ารอบกับเบลเยียมอย่างสูสี
บทเรียนจากเกม ความลึกของม้านั่งสำรองคือความต่าง
ตลอด 75 นาทีแรก เบลเยียมทำตามแผนได้เกือบสมบูรณ์ ตั้งรับเป็นระเบียบแล้วรอสวนกลับ แต่เมื่อขุมกำลังสดใหม่ของฝรั่งเศสลงสนามถึงสามคน ความเร็วและการเลี้ยงบอลตัวต่อตัวของดูเอกับโอลีเซก็ฉีกแนวรับที่เริ่มล้าออกเป็นช่อง นี่คือข้อได้เปรียบของทีมที่มีตัวเลือกระดับสูงล้นม้านั่ง ซึ่งซีดานหยิบมาใช้ได้ถูกจังหวะ
สำหรับฟาน บอมเมล โจทย์คือทำอย่างไรให้ทีมรักษาความเข้มข้นได้ครบ 90 นาทีเมื่อเจอคู่แข่งระดับนี้ เพราะการเสียสี่ประตูในช่วงเวลาสั้น ๆ ย่อมกระทบทั้งผลต่างประตูและความมั่นใจ ดูรายงานฉบับเต็มได้จาก ESPN และ beIN SPORTS
คำถามที่พบบ่อย
ใครยิงประตูในเกม ฝรั่งเศส 4-1 เบลเยียม
ฝรั่งเศสได้ประตูจาก เดซีเร ดูเอ นาที 77 รายอาน แชร์กี นาที 81 และ มีกาแอล โอลีเซ นาที 88 กับ 90+1 ส่วนเบลเยียมได้จาก โดดี้ ลูเคบาคิโอ นาที 35
หลังเกมนี้ฝรั่งเศสมีกี่แต้มในเนชั่นส์ ลีก
ฝรั่งเศสมี 10 แต้มจาก 4 นัด เป็นจ่าฝูงกลุ่ม 1 ของลีกเอ มีแต้มมากกว่าเบลเยียมอยู่สี่แต้ม
สรุปแล้ว ค่ำคืนที่เริ่มต้นอย่างฝืดเคืองของฝรั่งเศสจบลงด้วยชัยชนะขาดลอย เมื่อสามตัวสำรองเปลี่ยนเกมได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งในสี่ของชั่วโมง และพาทีมเข้าใกล้รอบน็อกเอาต์ของเนชั่นส์ ลีกอีกก้าวใหญ่









