เกี่ยวกับทีม
ฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศส คือทีมฟุตบอลชายที่เป็นตัวแทนของประเทศฝรั่งเศสในการแข่งขันระดับนานาชาติ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส (FFF) เป็นสมาชิกของยูฟ่าในระดับทวีปยุโรปและฟีฟ่าในระดับโลก เป็นที่รู้จักในฉายา “เลส์ เบลอส์” หรือที่แฟนบอลไทยเรียกติดปากว่า “ตราไก่” และเป็นหนึ่งในชาติที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสองสมัยในปี 1998 และ 2018
ประวัติการก่อตั้ง
ทีมชาติฝรั่งเศสถือกำเนิดขึ้นในปี 1904 ซึ่งเป็นปีเดียวกับการก่อตั้งฟีฟ่า โดยฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในชาติผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรลูกหนังโลกแห่งนี้ ก่อนหน้านั้นมีการจัดทีมตัวแทนในนามสหภาพสมาคมกีฬาฝรั่งเศส (USFSA) ลงแข่งขันกับเบลเยียมและทีมสมัครเล่นอังกฤษในช่วงปี 1900 ถึง 1904 แต่ไม่ถูกนับเป็นสถิติอย่างเป็นทางการ การก่อตั้งสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสในปี 1919 ทำให้ทีมชาติมีโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้น และชัยชนะเหนืออังกฤษ 2-1 เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 1921 ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของทีมชาติฝรั่งเศสยุคใหม่
ยุคแรกและฟุตบอลโลกครั้งประวัติศาสตร์
ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในสี่ชาติยุโรปที่เดินทางไปร่วมฟุตบอลโลกครั้งแรกที่อุรุกวัยในปี 1930 และในทัวร์นาเมนต์นั้น ลูเซียง โลรองต์ ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้ทำประตูแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกในเกมที่ชนะเม็กซิโก 4-1 ต่อมาในปี 1938 ฝรั่งเศสได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก และในฟุตบอลโลก 1958 ที่สวีเดน ทีมจบอันดับสาม โดยฌุสต์ ฟงแตน สร้างสถิติยิง 13 ประตูในทัวร์นาเมนต์เดียว ซึ่งยังไม่มีใครทำลายได้จนถึงปัจจุบัน ร่วมกับเรมง โกปา ที่คว้ารางวัลบัลลงดอร์ในปีเดียวกัน
ยุคทองของพลาตินีและจตุรัสมหัศจรรย์
ทศวรรษ 1980 คือยุคที่ฝรั่งเศสได้รับสมญาว่า “บราซิลแห่งยุโรป” จากสไตล์การเล่นที่สวยงามและมีเทคนิคจัดจ้าน ภายใต้การคุมทีมของมิเชล อีดัลโก โดยมีแดนกลางที่เรียกว่า “จตุรัสมหัศจรรย์” ซึ่งมีมิเชล พลาตินี เป็นแกนหลัก ร่วมกับอแล็ง ฌิเรส, ฌ็อง ตีกานา และลุยส์ เฟร์นันเดซ ฝรั่งเศสเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกทั้งในปี 1982 และ 1986 และคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเป็นครั้งแรกในปี 1984 ในฐานะเจ้าภาพ โดยพลาตินียิงไปถึง 9 ประตูในทัวร์นาเมนต์เดียว ซึ่งยังคงเป็นสถิติสูงสุดของรายการ
แชมป์โลก 1998 และ 2018
จุดสูงสุดครั้งแรกมาถึงในปี 1998 เมื่อฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกและคว้าแชมป์โลกสมัยแรกด้วยการถล่มบราซิล 3-0 ในนัดชิงชนะเลิศที่สตาด เดอ ฟรองซ์ โดยซีเนดีน ซีดาน ยิงสองประตูจากลูกโหม่ง ทีมชุดนั้นซึ่งมีดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ เป็นกัปตัน และมีฟาเบียง บาร์กเตซ, ลิลิยง ตูราม, มาร์แซล เดอไซญี, ยูรี จอร์เกฟฟ์ และตีแอร์รี อองรี ยังต่อยอดด้วยการคว้าแชมป์ยูโร 2000 กลายเป็นทีมที่ครองแชมป์โลกและแชมป์ยุโรปพร้อมกัน
หลังผ่านช่วงตกต่ำในฟุตบอลโลก 2002 และ 2010 ฝรั่งเศสกลับมาผงาดอีกครั้งภายใต้การคุมทีมของดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ โดยเข้าชิงชนะเลิศยูโร 2016 ในฐานะเจ้าภาพก่อนพ่ายโปรตุเกส และคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ด้วยการเอาชนะโครเอเชีย 4-2 ในนัดชิงชนะเลิศ ทำให้เดส์ช็องส์กลายเป็นบุคคลที่สามในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์โลกทั้งในฐานะผู้เล่นและผู้จัดการทีม ทีมชุดนั้นนำโดยกีลียาน เอ็มบัปเป ที่ยิง 4 ประตูในวัยเพียง 19 ปี ต่อมาฝรั่งเศสยังคว้าแชมป์ยูฟ่าเนชันส์ลีก 2021 และเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ก่อนพ่ายอาร์เจนตินาในการดวลจุดโทษ แม้เอ็มบัปเปจะยิงแฮตทริกในนัดชิงชนะเลิศ
ฟุตบอลโลก 2026
ในฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ฝรั่งเศสลงแข่งขันในกลุ่ม I และคว้าตำแหน่งจ่าฝูงด้วยการชนะเซเนกัล 3-1, ชนะอิรัก 3-0 และชนะนอร์เวย์ 4-1 จากนั้นเอาชนะสวีเดน 3-0 ในรอบ 32 ทีม, ชนะปารากวัย 1-0 ในรอบ 16 ทีม และชนะโมร็อกโก 2-0 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ก่อนจะพ่ายสเปน 0-2 ในรอบรองชนะเลิศที่ดัลลาสเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2026 ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้นัดแรกของทีมในทัวร์นาเมนต์ ทำให้ต้องลงเล่นนัดชิงอันดับสามที่ไมอามีในวันที่ 18 กรกฎาคม ทัวร์นาเมนต์นี้ยังเป็นรายการสุดท้ายของเดส์ช็องส์ในฐานะกุนซือทีมชาติ หลังคุมทีมมาตั้งแต่ปี 2012
สนามเหย้า
ฝรั่งเศสใช้สตาด เดอ ฟรองซ์ ในเมืองแซ็ง-เดอนี ชานกรุงปารีส เป็นสนามเหย้าหลัก โดยสนามแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อรองรับฟุตบอลโลก 1998 และเป็นสถานที่ที่ทีมคว้าแชมป์โลกสมัยแรก ส่วนศูนย์ฝึกซ้อมของทีมชาติคือสถาบันฟุตบอลแห่งชาติที่แคลร์ฟงแตน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นแบบของระบบพัฒนาเยาวชนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จในยุคใหม่
คู่ปรับสำคัญ
คู่ปรับตลอดกาลของฝรั่งเศสคืออิตาลี ซึ่งพบกันในเกมสำคัญหลายครั้ง ทั้งนัดชิงชนะเลิศยูโร 2000 ที่ฝรั่งเศสชนะด้วยโกลเดนโกล และนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2006 ที่จบด้วยการดวลจุดโทษและเหตุการณ์ซีดานโขกหัวมาร์โก มาเตรัซซี นอกจากนี้ยังมีคู่ปรับสำคัญอย่างเยอรมนีและอังกฤษ ซึ่งเป็นเกมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมักมีเดิมพันสูงเสมอ
ผู้เล่นและโค้ชในตำนาน
ฝรั่งเศสมีนักเตะระดับตำนานมากมาย ทั้งมิเชล พลาตินี เจ้าของบัลลงดอร์สามสมัยติดต่อกัน, ซีเนดีน ซีดาน ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล, ตีแอร์รี อองรี, มาร์แซล เดอไซญี, ปาทริก วิเอรา, ฌุสต์ ฟงแตน และเรมง โกปา ส่วนอูโก โยริส เป็นผู้เล่นที่ติดทีมชาติมากที่สุดด้วยจำนวน 145 นัด ในยุคปัจจุบัน กีลียาน เอ็มบัปเป ก้าวขึ้นเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติแซงหน้าโอลิวิเยร์ ชิรูด์ และยังทำประตูในฟุตบอลโลกไปแล้ว 20 ลูก เป็นรองเพียงลิโอเนล เมสซี
เอกลักษณ์และสีประจำทีม
สีประจำทีมคือน้ำเงิน ขาว และแดง ตามธงชาติฝรั่งเศส โดยชุดเหย้าดั้งเดิมเป็นเสื้อสีน้ำเงินเข้ม อันเป็นที่มาของฉายา “เลส์ เบลอส์” ส่วนสัญลักษณ์บนอกเสื้อคือรูปไก่ตัวผู้แบบกอล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติฝรั่งเศส และเป็นที่มาของฉายาภาษาไทยว่า “ตราไก่” นอกจากนี้ทีมยังมีดาวสองดวงเหนือตราสัญลักษณ์ แทนการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสองสมัย
ผู้เล่นชุดปัจจุบัน
เกียรติยศ / ความสำเร็จ
- แชมป์ทีมชาติ2020–21
- แชมป์ยูฟ่าเนชันส์ลีก2020-21
- แชมป์ฟุตบอลโลก2018
- แชมป์ทีมชาติ2018
- แชมป์ทีมชาติ2018
- แชมป์ฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ2003
- แชมป์ทีมชาติ2003
- แชมป์ทีมชาติ2003
- แชมป์ฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ2001
- แชมป์ทีมชาติ2001
- แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2000
- แชมป์ทีมชาติ2000
- แชมป์ทีมชาติ2000
- แชมป์ทีมชาติ1999
- แชมป์ฟุตบอลโลก1998
- แชมป์ทีมชาติ1998
- แชมป์ทีมชาติ1998
- แชมป์โอลิมปิกฤดูร้อน1984
- แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป1984
- แชมป์ทีมชาติ1984
- แชมป์ทีมชาติ1984
- แชมป์ทีมชาติ1984
- แชมป์ทีมชาติ
- รองแชมป์ฟุตบอลโลก2022
- รองแชมป์ทีมชาติ2022
- รองแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2016
- รองแชมป์ฟุตบอลโลก2006
- รองแชมป์ทีมชาติ2006





