ประวัติ
ช่วงต้นชีวิตและเยาวชน
อุสมาน เดมเบเล คือกองหน้าหรือปีกขวาชาวฝรั่งเศสที่เล่นให้กับปารีส แซ็ง-แฌร์แม็งในลีกเอิงและทีมชาติฝรั่งเศส เขาเป็นหนึ่งในนักเตะยุคใหม่ที่ถูกยกย่องว่าติดกลุ่มผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก มีชื่ออยู่ในกลุ่มนักเตะไม่กี่คนที่คว้าแชมป์ฟีฟ่า เวิลด์คัพ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และรางวัลบัลลงดอร์ครบในอาชีพ
เดมเบเลเกิดที่เมืองแวร์นง จังหวัดเออร์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส บิดามีเชื้อสายมาลี ส่วนมารดามีเชื้อสายมอริเตเนีย-เซเนกัลจากหมู่บ้านวาลี เดียงตัง เขาเติบโตในสภาพแวดล้อมครอบครัวที่ผูกพันกับฟุตบอลและเริ่มเล่นกับสโมสรระดับท้องถิ่นในเออเวอ เมื่อยังเป็นเด็ก สโมสรแรกที่เขาเล่นคือ ALM Évreux ก่อนย้ายไป Évreux FC 27 แล้วเข้าสู่ระบบเยาวชนของแรนส์ในปี 2010 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่ฟุตบอลอาชีพ
เส้นทางสโมสร: เยาวชนและแรนส์
เดมเบเลเริ่มปรากฏตัวในทีมสำรองของแรนส์ (Rennes II) ในฟุตบอลระดับ CFA2 ช่วงฤดูกาล 2014–15 เขาเดบิวต์ในเดือนกันยายน 2014 โดยลงเล่นเป็นตัวสำรองและมีส่วนช่วยให้ทีมชนะกิงก็องสำรอง 2–0 ตลอดฤดูกาลนั้นเขายิงได้ถึง 13 ประตูจาก 18 นัด รวมถึงแฮตทริกในเกมชนะเอร์รูวิล 6–1 ทำให้ชื่อของเขาเริ่มถูกจับตามองในฐานะดาวรุ่งสำคัญ
ฤดูกาล 2015–16 เขาขยับขึ้นทีมชุดใหญ่แรนส์ในลีกเอิง เดบิวต์เกมพบอองเชร์สเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2015 จากนั้นยิงประตูแรกในลีกเอิงเกมเสมอบอร์กโดซ์ 2–2 และทำประตูสำคัญในเกมตามตีเสมอลอริยองต์ 2–2 รวมถึงยิงแฮตทริกในเกมดาร์บี แดร์ บรอตง กับน็องต์สที่ชนะ 4–1 เขาจบฤดูกาลแรกกับทีมชุดใหญ่ด้วยการยิง 12 ประตูจาก 29 นัดในลีกและบอลถ้วย พร้อมคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมลีกเอิงฤดูกาล 2015–16
เส้นทางสโมสร: โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
ในเดือนพฤษภาคม 2016 เดมเบเลเซ็นสัญญา 5 ปีกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ โดยย้ายทีมอย่างเป็นทางการวันที่ 1 กรกฎาคม 2016 เขาเดบิวต์ให้ดอร์ทมุนด์ในศึกเดเอฟเบ ซูเปอร์คัพกับบาเยิร์น มิวนิกในเดือนสิงหาคม และยิงประตูแรกในบุนเดสลีกาเกมชนะโวล์ฟสบวร์ก 5–1 วันที่ 20 กันยายน 2016
ฤดูกาล 2016–17 เขาเป็นหนึ่งในแกนหลักแนวรุกของดอร์ทมุนด์ ช่วยทีมทั้งยิงและจ่ายในลีกและยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ไฮไลต์สำคัญคือเกมเดเอฟเบ โพคาล รอบรองชนะเลิศกับบาเยิร์นที่เขาแอสซิสต์ประตูตีเสมอให้ปิแอร์-เอเมริก โอบาเมยอง และยิงประตูชัยด้วยตัวเอง พาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะยิงอีกประตูในนัดชิงชนะเลิศพบไอน์ทรัคต์ แฟรงก์เฟิร์ต ช่วยให้ดอร์ทมุนด์คว้าเดเอฟเบ โพคาล ฤดูกาลนั้นเขายิงรวม 6 ประตูและทำ 13 แอสซิสต์ในทุกรายการ ถูกเลือกติดทีมยอดเยี่ยมบุนเดสลีกาและคว้ารางวัลบุนเดสลีกา รูกี้ ออฟ เดอะ ซีซัน
เส้นทางสโมสร: บาร์เซโลนา
ในเดือนสิงหาคม 2017 บาร์เซโลนาบรรลุข้อตกลงซื้อตัวเดมเบเลจากดอร์ทมุนด์ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 105 ล้านยูโรบวกแอดออน ทำให้เขากลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงอันดับสองของโลกในเวลานั้น และเป็นหนึ่งในดีลที่ใหญ่ที่สุดหลังการย้ายทีมของเนย์มาร์ เขาเซ็นสัญญา 5 ปีพร้อมค่าเสียหายสัญญา 400 ล้านยูโร และได้รับเสื้อหมายเลข 11 ที่เคยเป็นของเนย์มาร์
ฤดูกาล 2017–18 เดมเบเลเดบิวต์ในเกมลีกชนะเอสปันญอล 5–0 พร้อมแอสซิสต์ให้หลุยส์ ซัวเรซ ก่อนจะบาดเจ็บกล้ามเนื้อหลังต้นขาอย่างหนักในเกมกับเคตาเฟ ทำให้ต้องพักหลายเดือน แม้กลับมาลงสนามช่วงต้นปี 2018 เขายังบาดเจ็บซ้ำ และลงเล่นในฤดูกาลนั้นไม่มากนัก แต่ก็ยิงประตูแรกให้บาร์ซาในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีมกับเชลซี และมีส่วนคว้าแชมป์ลาลีกาและโกปา เดล เรย์
ฤดูกาล 2018–19 เขาเริ่มแสดงศักยภาพมากขึ้น ยิงประตูชัยในซูเปร์โกปา เด เอสปันญา กับเซบียา และทำประตูสำคัญในลาลีกาและแชมเปียนส์ลีก รวม 14 ประตูทุกรายการ ฤดูกาลต่อ ๆ มา เดมเบเลประสบปัญหาบาดเจ็บกล้ามเนื้อซ้ำหลายครั้ง ทำให้จำนวนเกมลงสนามจำกัด แต่เมื่อฟิตเต็มที่ เขาสร้างสรรค์เกมได้โดดเด่น โดยในฤดูกาล 2021–22 เขาทำแอสซิสต์มากที่สุดในลาลีกา 13 ครั้ง กลายเป็นจอมแอสซิสต์ของลีก และได้รับเสียงชื่นชมจากสื่อถึงพัฒนาการด้านการจ่ายบอลและการตัดสินใจ
เส้นทางสโมสร: ปารีส แซ็ง-แฌร์แม็ง
เดือนสิงหาคม 2023 เดมเบเลย้ายกลับฝรั่งเศสร่วมทีมปารีส แซ็ง-แฌร์แม็งด้วยค่าตัว 50.4 ล้านยูโร เซ็นสัญญาถึงปี 2028 เขาเริ่มต้นด้วยเสื้อหมายเลข 23 ก่อนเปลี่ยนมาใช้หมายเลข 10 หลังเนย์มาร์ออกจากทีม เดบิวต์เกมลีกเอิงกับตูลูส และทำประตูแรกให้สโมสรในเกมชนะโมนาโก 5–2 ในเดือนพฤศจิกายน 2023
ฤดูกาล 2023–24 เขาช่วยให้ PSG คว้าแชมป์ลีกเอิงและโกป เดอ ฟร็องส์ โดยยิงประตูเปิดหัวในนัดชิงบอลถ้วยกับลียง ในแชมเปียนส์ลีก เขายิงประตูสำคัญทั้งในรอบก่อนรองชนะเลิศกับบาร์เซโลนา และมีส่วนช่วยทีมเข้าถึงรอบลึกของรายการ
ฤดูกาล 2024–25 เป็นปีที่เดมเบเลระเบิดฟอร์มเต็มที่ เขายิงรวม 33 ประตูและทำ 15 แอสซิสต์จาก 49 นัด เป็นดาวซัลโวร่วมของลีกเอิงด้วย 21 ประตู พร้อมคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมลีกเอิง นักเตะแชมเปียนส์ลีกยอดเยี่ยม และนำ PSG คว้า “ทริปเปิลแชมป์ระดับทวีป” ทั้งลีกเอิง แชมเปียนส์ลีก และแชมป์ยุโรปอื่น ๆ เขายังช่วยทีมเข้าถึงรอบชิงฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ 2025 ก่อนจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ และฟอร์มสุดโดดเด่นในฤดูกาลนี้ส่งให้เขาคว้ารางวัลบัลลงดอร์ปี 2025
ฤดูกาล 2025–26 แม้มีปัญหาบาดเจ็บกล้ามเนื้อทั้งต้นขาและน่อง เดมเบเลยังคงมีบทบาทสำคัญ ยิง 10 ประตูและทำ 6 แอสซิสต์ในลีกเอิง ช่วย PSG คว้าแชมป์ลีกเอิงอีกครั้ง พร้อมคว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และรักษาถ้วยยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกหลังเอาชนะอาร์เซนอลในรอบชิงด้วยการยิงจุดโทษสำคัญ เขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมลีกเอิงเป็นปีที่สองติดต่อกัน และถูกเลือกติด FIFPRO World 11 รวมถึงได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในสตาร์เบอร์ต้นของยุโรป
อาชีพทีมชาติฝรั่งเศส
เดมเบเลผ่านการเล่นทีมชาติฝรั่งเศสรุ่น U17, U18, U19 และ U21 ก่อนถูกเรียกติดทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2016 และเดบิวต์เกมอุ่นเครื่องชนะอิตาลี 3–1 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2016 ที่สนามสตาดิโอ ซาน นิโคลาส เขายิงประตูทีมชาติชุดใหญ่ลูกแรกในเกมอุ่นเครื่องชนะอังกฤษ 3–2 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2017
เขาถูกเลือกติดทีมชุดฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2018 ที่รัสเซีย ลงเล่นทั้งในรอบแบ่งกลุ่มและรอบน็อกเอาต์ และเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดคว้าแชมป์โลกครั้งที่สองของฝรั่งเศส แม้จะไม่ได้ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศ เขายังมีชื่อในทีมชุดยูโร 2020 ที่เลื่อนมาแข่งปี 2021 แต่บาดเจ็บหนักจนต้องถอนตัวจากทัวร์นาเมนต์
ในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ เดมเบเลเป็นตัวจริงตลอดทัวร์นาเมนต์ ช่วยทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศและจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์โลก แม้ในนัดชิงจะทำเสียจุดโทษและถูกเปลี่ยนตัวออกก่อนจบครึ่งแรก ฤดูกาลต่อมาเขามีส่วนช่วยทีมชาติในยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2024–25 และถูกเรียกติดชุดฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยในการแข่งขันปี 2026 เขายิงแฮตทริกในเกมชนะนอร์เวย์ 4–1 รอบแบ่งกลุ่ม กลายเป็นนักเตะฝรั่งเศสคนที่สามที่ยิงแฮตทริกในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย หลังชุสต์ ฟงแตน และกีลีย็อง เอ็มบัปเป รวมทั้งเป็นคนแรกที่ยิงแฮตทริกครึ่งแรกนับจากปี 1994
สไตล์การเล่นและจุดเด่น
เดมเบเลเป็นปีกที่เล่นได้ทั้งสองฝั่งและสามารถขยับเป็นกองหน้าตัวเป้าหรือหน้าต่ำ จุดเด่นที่สุดคือการใช้เท้าได้ดีทั้งสองข้าง เขาสามารถเลี้ยงบอลและยิงด้วยเท้าซ้ายหรือเท้าขวาใกล้เคียงกัน ทำให้การอ่านเกมของคู่แข่งยากมาก เขามีความเร็วจัด การเปลี่ยนจังหวะและทิศทางในพื้นที่แคบยอดเยี่ยม และมีสกิลเลี้ยงบอลที่ซับซ้อนในการดวลหนึ่งต่อหนึ่ง
นอกจากการเลี้ยงทะลุแนวรับ เขายังเด่นด้านการเปิดบอลและการจ่ายคิลเลอร์พาสจากริมเส้น การเล่นกับบาร์เซโลนาและ PSG ทำให้เขาพัฒนาการจ่ายบอลในพื้นที่สุดท้ายจนกลายเป็นจอมแอสซิสต์ในลีกและแชมเปียนส์ลีก ด้วยการเคลื่อนที่ฉลาดและความเร็ว ทำให้เขาเป็นตัวอันตรายโดยเฉพาะในจังหวะสวนกลับที่ต้องใช้ระยะวิ่งยาวและการตัดเข้าใน
สถิติเด่น
ตามข้อมูลสรุป ณ พฤษภาคม 2026 เดมเบเลลงเล่นในระดับสโมสร 421 นัด ยิง 136 ประตูรวมทุกรายการ แบ่งเป็น 26 นัด 12 ประตูกับแรนส์, 32 นัด 6 ประตูกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, 127 นัด 24 ประตูกับบาร์เซโลนา และ 77 นัด 34 ประตูกับ PSG ในลีก ขณะที่ยอดรวมรวมบอลถ้วยและยุโรปทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในปีกตัวรุกที่มีผลงานทั้งยิงและจ่ายสูงมากในยุคปัจจุบัน
ในทีมชาติฝรั่งเศส เขาลงเล่นชุดใหญ่ 64 นัด ยิง 11 ประตูจนถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 พร้อมสถิติยิงในฟุตบอลโลก ยูโร และเนชันส์ ลีก ครบทุกทัวร์นาเมนต์ใหญ่หลังปี 2018
เกียรติยศและรางวัล
เกียรติยศระดับสโมสรของเดมเบเลประกอบด้วยแชมป์เดเอฟเบ โพคาล 2016–17 กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แชมป์ลาลีกา 3 สมัย (2017–18, 2018–19, 2022–23) แชมป์โกปา เดล เรย์ 2 สมัย และซูเปร์โกปา เด เอสปันญา 2 สมัยกับบาร์เซโลนา รวมถึงแชมป์ลีกเอิง 3 สมัยติดต่อกัน (2023–24, 2024–25, 2025–26) แชมป์โกป เดอ ฟร็องส์หลายครั้ง แชมป์โทรฟี เดส์ ช็องปียงส์ และสำคัญที่สุดคือแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2 สมัยติดต่อกัน 2024–25 และ 2025–26 กับ PSG พร้อมยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2025 และรองแชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ 2025
ระดับทีมชาติ เขาเป็นแชมป์โลก 2018 กับฝรั่งเศส และรองแชมป์โลก 2022 รวมถึงมีส่วนในทีมที่จบอันดับสามในยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2024–25 ด้านรางวัลส่วนตัว เขาคว้ารางวัลบัลลงดอร์ปี 2025 รางวัล The Best FIFA Men's Player 2025 รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมลีกเอิง 2 ฤดูกาลติดต่อกัน รางวัลดาวรุ่งและนักเตะยอดเยี่ยมจากหลายองค์กร เช่น Bundesliga Rookie of the Season, La Liga จอมแอสซิสต์ฤดูกาล 2021–22 ติดทีมยอดเยี่ยมแชมเปียนส์ลีกและ FIFPRO World 11 และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อัศวินแห่งเลฌียงดูนเนอร์ของฝรั่งเศสหลังคว้าแชมป์โลก 2018
สถิติรวมทั้งอาชีพ
รวมจากข้อมูลที่บันทึกในระบบ
อาชีพค้าแข้ง (สโมสร)
| ทีม | ช่วงเวลา | ตำแหน่ง | เบอร์ |
|---|---|---|---|
| ปารีส แซงต์-แชร์กแมง | 2023–ปัจจุบัน | กองหน้า | 10 |
| บาร์เซโลนา | 2017–2023 | กองหน้า | 11 |
| แอร์เบ ไลป์ซิก | 2016–2017 | กองหน้า | 7 |
| แรนส์ | 2010–2016 | กองหน้า | 23 |
| เออเวอ เอฟซี 27 | 2009–2010 | กองหน้า | 0 |
| อาเอส บูเออร์ วีลเลอร์บานน์ | 2004–2009 | กองหน้า | 0 |
ทีมชาติ
| ทีม | ช่วงเวลา | ตำแหน่ง | เบอร์ |
|---|---|---|---|
| ฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศส | 2016–ปัจจุบัน | กองหน้า | 11 |
สถิติ
| รายการ | ซีซั่น | สถิติ | ค่า |
|---|---|---|---|
| ลีกเอิง | 2025-2026 | ลงเล่น | 22 |
| ลีกเอิง | 2025-2026 | ประตู | 10 |
| ลีกเอิง | 2024-2025 | ลงเล่น | 29 |
| ลีกเอิง | 2024-2025 | ประตู | 21 |
| ลีกเอิง | 2023-2024 | ลงเล่น | 26 |
| ลีกเอิง | 2023-2024 | ประตู | 3 |
| ลาลิกา | 2021-2022 | ลงเล่น | 21 |
| ลาลิกา | 2021-2022 | แอสซิสต์ | 13 |
| ลาลิกา | 2020-2021 | ลงเล่น | 30 |
| ลาลิกา | 2020-2021 | ประตู | 6 |
| ลาลิกา | 2018-2019 | ลงเล่น | 29 |
| ลาลิกา | 2018-2019 | ประตู | 8 |
| ลาลิกา | 2017-2018 | ลงเล่น | 17 |
| ลาลิกา | 2017-2018 | ประตู | 3 |
| ทีมชาติ | 2016-2026 | ลงเล่น | 64 |
| ทีมชาติ | 2016-2026 | ประตู | 11 |
| บุนเดสลีกา | 2016-2017 | ลงเล่น | 32 |
| บุนเดสลีกา | 2016-2017 | ประตู | 6 |
| ลีกเอิง | 2015-2016 | ลงเล่น | 26 |
| ลีกเอิง | 2015-2016 | ประตู | 12 |
เกียรติยศ
- แชมป์ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2025-2026
- แชมป์ ลีกเอิง 2025-2026
- แชมป์ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2024-2025
- แชมป์ ลีกเอิง 2024-2025
- แชมป์ ลีกเอิง 2023-2024
- แชมป์ โกปา เดล เรย์ 2020-2021
- แชมป์ ลาลิกา 2018-2019
- แชมป์ ซูเปร์โกปา เด เอสปันญา 2018-2018
- แชมป์ ทีมชาติ 2018
- แชมป์ โกปา เดล เรย์ 2017-2018
- แชมป์ ลาลิกา 2017-2018
- แชมป์ เดเอฟเบ โพคาล 2016-2017
- รองแชมป์ ทีมชาติ 2022
คลิปที่เกี่ยวข้อง
ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง
นักกีฬาที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
ข้อมูลอ้างอิง: http://Wikipedia,%20Wikidata,%20PSG%20official%20profile,%20Forza/ballondor%20height-foot%20 · ข้อเท็จจริงบางส่วนจาก Wikidata (CC0)
