ประวัติ
ช่วงต้นชีวิตและเยาวชน
มีกาแอล โอลีเซ คือปีกและมิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติฝรั่งเศสที่เล่นให้บาเยิร์น มิวนิคในบุนเดสลีกา เขาเป็นหนึ่งในแนวรุกยุคใหม่ที่ถูกยกย่องว่ามีศักยภาพสูงสุดคนหนึ่งของโลก ด้วยสไตล์การเล่นที่ผสมผสานความสร้างสรรค์ การจ่ายบอลคิลเลอร์พาส และการจบสกอร์อันเฉียบคม
โอลีเซเกิดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2001 ที่ย่านไวต์ซิตี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเติบโตในเขต Hayes ครอบครัวของเขามีพื้นฐานหลากวัฒนธรรม บิดา วินเซนต์ เป็นชาวอังกฤษเชื้อสายไนจีเรียและเคยเป็นนักคริกเก็ตทีมชาติไนจีเรีย ส่วนมารดา มีนา เป็นชาวฝรั่งเศสเชื้อสายแอลจีเรีย เขายังมีน้องชาย ริชาร์ด ที่เล่นฟุตบอลเช่นกัน โอลีเซเติบโตในครอบครัวที่ใช้ทั้งภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส และมองตนเองว่าเชื่อมโยงกับสี่ประเทศคือ ฝรั่งเศส แอลจีเรีย ไนจีเรีย และอังกฤษ
ช่วงวัยเรียนเขาเข้าเรียนที่ Dr Triplett’s Primary School, Douay Martyrs School และ St Bede's College และได้รับการบันทึกว่าเป็นเด็กนิสัยขี้อาย แต่มีพรสวรรค์ด้านกีฬา เขาเล่นฟุตบอล คริกเก็ต ปิงปอง และเป็นแชมป์วิ่งครอสคันทรีของเขต Hillingdon รวมถึงเหรียญทองวิ่ง 400 เมตรระดับเขต ในด้านฟุตบอล เขาเริ่มจากอะคาเดมีของ Hayes & Yeading United ก่อนย้ายไปอะคาเดมีของอาร์เซนอล เชลซี และแมนเชสเตอร์ ซิตี ทำให้ได้ประสบการณ์จากระบบเยาวชนระดับสูงในอังกฤษ
เส้นทางสโมสร: เรดิง
ปี 2017 โอลีเซเข้าสู่ระบบเยาวชนของเรดิง และในเดือนกรกฎาคม 2018 เขาได้รับทุนจากโปรแกรมอะคาเดมีของสโมสร เขาเดบิวต์ทีมชุดใหญ่เรดิงในศึกแชมเปียนชิปเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2019 เกมแพ้ลีดส์ ยูไนเต็ด 3–0 ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2019 เขาเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรก 3 ปีกับเรดิง
ฤดูกาล 2019–20 เขาได้รับโอกาสมากขึ้นในทีมชุดใหญ่ และยิงประตูแรกลีกแชมเปียนชิปให้เรดิงในวันที่ 19 กันยายน 2020 เกมชนะบาร์นสลีย์ 2–0 โดยยิงวอลเลย์ในนาที 76 ฤดูกาล 2020–21 เขากลายเป็นตัวหลักของทีม ลงเล่นลีก 44 นัด ยิง 7 ประตู พร้อมทำแอสซิสต์จำนวนมาก การเล่นที่สม่ำเสมอทำให้เขาถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล EFL Young Player of the Season ก่อนจะคว้ารางวัลได้ในที่สุด และติดทีมยอดเยี่ยมแชมเปียนชิปฤดูกาลนั้น
เส้นทางสโมสร: คริสตัล พาเลซ
วันที่ 8 กรกฎาคม 2021 โอลีเซเซ็นสัญญา 5 ปีกับคริสตัล พาเลซหลังสโมสรจ่ายค่าฉีกสัญญาราว 8.37 ล้านปอนด์ เขาเดบิวต์ในพรีเมียร์ลีกเกมชนะท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 3–0 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2021 ในฐานะตัวสำรองช่วงท้ายเกม และลงเล่นเต็มเกมครั้งแรกกับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดในเดือนเดียวกัน
วันที่ 3 ตุลาคม 2021 เขายิงประตูแรกในพรีเมียร์ลีกให้พาเลซในเกมเสมอเลสเตอร์ ซิตี 2–2 กลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดของสโมสรที่ยิงในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่คลินตัน มอร์ริสัน ปี 1998 ฤดูกาล 2022–23 เขาเริ่มโดดเด่นด้านการสร้างสรรค์เกม โดยวันที่ 9 เมษายน 2023 เขากลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่แอสซิสต์จากโอเพนเพลย์ 3 ครั้งในเกมเดียวของพรีเมียร์ลีกแมตช์ถล่มลีดส์ ยูไนเต็ด 5–1 และในเดือนพฤษภาคมเขากลายเป็นนักเตะพาเลซคนแรกที่ทำแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกถึง 10 ครั้งในฤดูกาลเดียว
ฤดูกาล 2023–24 แม้มีอาการบาดเจ็บแฮมสตริงในช่วงต้นปี 2024 แต่หลังกลับมาจากอาการบาดเจ็บ เขาระเบิดฟอร์มด้วยการยิงสองประตูใส่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในเกมชนะ 4–0 และจบฤดูกาลด้วย 10 ประตูและ 6 แอสซิสต์จากเพียง 19 นัดในพรีเมียร์ลีก ฟอร์มดังกล่าวทำให้เขาถูกเสนอชื่อเข้าชิง PFA Young Player of the Year และได้รับความสนใจจากหลายสโมสรใหญ่ในพรีเมียร์ลีก ก่อนที่บาเยิร์น มิวนิคจะคว้าตัวไป
เส้นทางสโมสร: บาเยิร์น มิวนิค
วันที่ 7 กรกฎาคม 2024 บาเยิร์น มิวนิคประกาศเซ็นสัญญาโอลีเซด้วยสัญญา 5 ปีถึงปี 2029 ค่าตัวรวมออปชันรายงานราว 60 ล้านยูโร เขาได้เสื้อหมายเลข 17 และเดบิวต์ในเกมเดเอฟเบ โพคาลชนะ SSV Ulm 4–0 โดยลงมาเป็นตัวสำรองและแอสซิสต์ประตูของคิงส์ลีย์ โกม็องภายในสองนาทีหลังลงสนาม
ในบุนเดสลีกา เขายิงประตูแรกให้บาเยิร์นเกมชนะโฮลชไตน์ คีล 6–1 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2024 และยิงสองประตูในเกมเดบิวต์แชมเปียนส์ลีกพบดินาโม ซาเกร็บที่ชนะ 9–2 ที่อัลลิอันซ์ อารีนา ฤดูกาล 2024–25 เขาจบด้วย 12 ประตูและ 15 แอสซิสต์ในลีก เป็นจอมแอสซิสต์อันดับหนึ่งของบุนเดสลีกา และถูกเลือกติดทีมยอดเยี่ยมบุนเดสลีกา พร้อมคว้ารางวัล Bundesliga Rookie of the Season เขายังยิงสองประตูในเกมเปิดฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ 2025 ชนะโอ๊คแลนด์ ซิตี 10–0 และยิงประตูชัยใส่โบคา จูเนียร์ส พาบาเยิร์นผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์
ฤดูกาล 2025–26 โอลีเซยกระดับขึ้นไปอีก ในลีกเขายิง 15 ประตูและทำ 19 แอสซิสต์ในบุนเดสลีกาตามข้อมูลจากแหล่งสถิติ มีส่วนช่วยให้บาเยิร์นคว้าแชมป์ลีกและถ้วยเดเอฟเบ โพคาล รวมทั้งสร้างสถิติเป็นผู้เล่นคนที่สองต่อจากเจดอน ซานโชที่ทำได้อย่างน้อย 15 ประตูและ 15 แอสซิสต์ในฤดูกาลเดียวของบุนเดสลีกาตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลละเอียด เขายังยิงประตูชัยนาทีสุดท้ายเกมชนะเรอัล มาดริด 4–3 ในรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก และถูกโหวตให้เป็น VDV Bundesliga Player of the Season รวมถึง Bundesliga Player of the Season 2025–26 ซึ่งยืนยันสถานะของเขาในฐานะหนึ่งในปีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดของยุโรป
อาชีพทีมชาติฝรั่งเศส
โอลีเซมีสิทธิ์เลือกเล่นให้ฝรั่งเศส แอลจีเรีย อังกฤษ หรือไนจีเรีย แต่เขาเลือกฝรั่งเศส โดยให้เหตุผลว่ามีความผูกพันกับทีมชาติฝรั่งเศสมาตั้งแต่เด็กและฝันมาตลอดว่าจะได้เล่นให้ “เลเบล” มารดาของเขาเคยส่งคลิปการเล่นไปยังสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส จนถูกโค้ชเยาวชนทีมชาติฝรั่งเศสดึงเข้าสู่ระบบเยาวชน
ปี 2019 เขาถูกเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศสรุ่น U18 ชุดทัวร์นาเมนต์ตูลอน และลงเล่นเกมพบกาตาร์ U23 ต่อมาในปี 2022 เขาถูกเรียกติดทีม U21 และเดบิวต์ในเกมชนะหมู่เกาะแฟโร 2–0 เดือนกรกฎาคม 2024 เขาได้ติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดโอลิมปิกเกมปารีส 2024 ลงเล่นครบทั้งทัวร์นาเมนต์ ยิง 2 ประตูและทำ 5 แอสซิสต์ พาฝรั่งเศสคว้าเหรียญเงินฟุตบอลชายโอลิมปิก
เขาถูกเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2024 สำหรับศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก พบอิตาลีและเบลเยียม และเดบิวต์เกมแพ้อิตาลี 3–1 ที่ปาร์ก เดส์ แปร็งส์ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2024 ต่อมาในวันที่ 23 มีนาคม 2025 เขายิงประตูแรกให้ทีมชาติชุดใหญ่ในเกมชนะโครเอเชีย 2–0 ในเนชันส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ และยิงในเกมชิงอันดับสามเนชันส์ ลีกชนะเยอรมนี 2–0 เดือนมิถุนายน 2025
ในปี 2026 โอลีเซติดทีมชุดฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เขายิงแฮตทริกในเกมอุ่นเครื่องชนะไอร์แลนด์เหนือ 3–1 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน และเดบิวต์บอลโลกเกมชนะเซเนกัล 3–1 โดยทำแอสซิสต์และได้รางวัลแมน ออฟ เดอ แมตช์ เขายังทำสองแอสซิสต์ในเกมชนะสวีเดน 3–0 รอบ 32 ทีมสุดท้าย สะสมยอดแอสซิสต์รวม 5 ครั้งในทัวร์นาเมนต์ ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับจากโทมัส แฮสเลอร์ ปี 1994
สไตล์การเล่นและจุดเด่น
โอลีเซเป็นตัวรุกที่ยืนได้ทั้งปีกขวาและมิดฟิลด์ตัวรุกในพื้นที่ฮาล์ฟสเปซด้านขวา จุดเด่นคือการจ่ายบอลหลบแนวรับด้วยพาสทะลุช่องหรือการเปลี่ยนแกนโจมตี เขามักรับบอลในระยะ 30–50 หลาออกจากประตูในฝั่งขวา แล้วเลือกว่าจะพาบอลเข้ากรอบเขตโทษ เลี้ยงตัดเข้าใน หรือวางบอลยาวไปยังฝั่งตรงข้ามเพื่อเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีม
แม้ถนัดเท้าซ้ายเป็นหลัก เขายังสามารถยิงประตูด้วยทั้งสองเท้า และมีการเลี้ยงบอลที่รวดเร็วเปลี่ยนทิศทางในพื้นที่แคบได้ดี เขาได้รับแรงบันดาลใจจากเนย์มาร์และนักเตะสายเทคนิคหลายคน ทำให้สไตล์การเล่นของเขาเต็มไปด้วยความลื่นไหลและความมั่นใจ ขณะเดียวกันเขาเป็นคนรักหมากรุกและมองว่าการเล่นหมากรุกช่วยเรื่องสมาธิและการมองเกม ทำให้วิธีคิดของเขาในสนามมีมิติและคาดเดาได้ยาก
สถิติเด่น
ตามสถิติในตารางสรุปจนถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2026 โอลีเซลงเล่นระดับสโมสร 270 นัด ยิง 64 ประตู รวมถึง 67 นัด 7 ประตูกับเรดิง 82 นัด 14 ประตูกับคริสตัล พาเลซ และ 66 นัด 27 ประตูกับบาเยิร์น มิวนิคในทุกรายการ ในบุนเดสลีกาเขาทำอย่างน้อย 12 ประตูและ 15 แอสซิสต์ในฤดูกาลแรก และ 15 ประตู 15+ แอสซิสต์ในฤดูกาลที่สอง ทำให้สถิติในลีกเยอรมันโดดเด่นทั้งด้านการยิงและการจ่าย
ระดับทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ เขาลงเล่น 22 นัด ยิง 7 ประตูจนถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 รวมถึงประตูสำคัญในยูฟ่า เนชันส์ ลีก รอบน็อกเอาต์และเกมคัดบอลโลก 2026 ซึ่งสะท้อนบทบาทของเขาในทีมชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เกียรติยศและรางวัล
โอลีเซคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัยติดต่อกันกับบาเยิร์น มิวนิค (2024–25, 2025–26) พร้อมเดเอฟเบ โพคาลฤดูกาล 2025–26 และแชมป์ซูเปอร์คัพเยอรมันภายใต้ชื่อ Franz Beckenbauer Supercup 2025 ในระดับทีมชาติ เขาคว้าเหรียญเงินฟุตบอลชายโอลิมปิก 2024 กับทีมชาติฝรั่งเศส U23 และได้อันดับสามยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2024–25 กับทีมชาติชุดใหญ่
ด้านรางวัลส่วนตัว เขาได้รับรางวัล EFL Championship Young Player of the Season และติดทีมยอดเยี่ยมแชมเปียนชิป ฤดูกาล 2020–21 รางวัล Players' Player of the Season และ Goal of the Season ของคริสตัล พาเลซ รวมถึงรางวัล Rookie of the Season, Goal of the Month, Player of the Month และ Team of the Season ในบุนเดสลีกาหลายครั้ง เขาถูกโหวตเป็น VDV Bundesliga Player of the Season และ Bundesliga Player of the Season ฤดูกาล 2025–26 และติดทีมยอดเยี่ยมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รวมถึงได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Knight of the National Order of Merit จากรัฐบาลฝรั่งเศสในปี 2024
สถิติรวมทั้งอาชีพ
รวมจากข้อมูลที่บันทึกในระบบ
อาชีพค้าแข้ง (สโมสร)
| ทีม | ช่วงเวลา | ตำแหน่ง | เบอร์ |
|---|---|---|---|
| บาเยิร์น มิวนิก | 2024–ปัจจุบัน | กองหน้า | 17 |
| คริสตัล พาเลซ | 2021–2024 | กองหน้า | 7 |
| เรดดิง | 2017–2021 | กองหน้า | 48 |
| แมนเชสเตอร์ ซิตี | 2016–2017 | กองหน้า | 0 |
| อาร์เซนอล | 2009–2016 | กองหน้า | 0 |
| อาร์เซนอล | 2009–2009 | กองหน้า | 0 |
| เฮย์ส์ แอนด์ เยดิง ยูไนเต็ด | 2007–2009 | กองหน้า | 0 |
ทีมชาติ
| ทีม | ช่วงเวลา | ตำแหน่ง | เบอร์ |
|---|---|---|---|
| ฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศส | 2024–ปัจจุบัน | กองหน้า | 20 |
สถิติ
| รายการ | ซีซั่น | สถิติ | ค่า |
|---|---|---|---|
| บุนเดสลีกา | 2025-2026 | ลงเล่น | 32 |
| บุนเดสลีกา | 2025-2026 | แอสซิสต์ | 19 |
| บุนเดสลีกา | 2025-2026 | ประตู | 15 |
| ทีมชาติ | 2024-2026 | ลงเล่น | 22 |
| ทีมชาติ | 2024-2026 | ประตู | 7 |
| บุนเดสลีกา | 2024-2025 | ลงเล่น | 34 |
| บุนเดสลีกา | 2024-2025 | ประตู | 12 |
| พรีเมียร์ลีก | 2023-2024 | ลงเล่น | 19 |
| พรีเมียร์ลีก | 2023-2024 | ประตู | 10 |
| พรีเมียร์ลีก | 2022-2023 | ลงเล่น | 37 |
| พรีเมียร์ลีก | 2022-2023 | ประตู | 2 |
| พรีเมียร์ลีก | 2021-2022 | ลงเล่น | 26 |
| พรีเมียร์ลีก | 2021-2022 | ประตู | 2 |
| แชมเปียนชิป | 2020-2021 | ลงเล่น | 44 |
| แชมเปียนชิป | 2020-2021 | ประตู | 7 |
| แชมเปียนชิป | 2019-2020 | ลงเล่น | 19 |
| แชมเปียนชิป | 2018-2019 | ลงเล่น | 4 |
เกียรติยศ
- แชมป์ เดเอฟเบ โพคาล 2025-2026
- แชมป์ บุนเดสลีกา 2025-2026
- แชมป์ ทีมชาติ 2024-2025
- แชมป์ บุนเดสลีกา 2024-2025
- รางวัลส่วนตัว บุนเดสลีกา 2025-2026
- รางวัลส่วนตัว พรีเมียร์ลีก 2022-2023
- รางวัลส่วนตัว แชมเปียนชิป 2020-2021
คลิปที่เกี่ยวข้อง
ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง
นักกีฬาที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
ข้อมูลอ้างอิง: http://Wikipedia,%20Wikidata,%20FotMob/Soccerwiki/Bayern%20stats-height-foot,%20Commons%20image%20 · ข้อเท็จจริงบางส่วนจาก Wikidata (CC0)
