โกลเดนโกล คือ กติกาที่เคยใช้ตัดสินเกมในช่วงต่อเวลาพิเศษ โดยหากทีมใดทำประตูได้ก่อนไม่ว่าจะเป็นนาทีไหนของสองครึ่งต่อเวลา เกมจะจบลงทันทีและทีมนั้นเป็นฝ่ายชนะโดยไม่ต้องเล่นต่อจนครบเวลา แนวคิดนี้ถูก IFAB นำมาใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1993 เพื่อกระตุ้นให้ทีมกล้าเล่นเกมรุกในช่วงต่อเวลาแทนที่จะรอดวลจุดโทษ แต่สุดท้ายก็ถูกยกเลิกไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2004 หลังใช้งานมาได้ราว 11 ปี
- กติกานี้เริ่มใช้อย่างเป็นทางการในปี 1993 และถูกยกเลิกในเดือนกุมภาพันธ์ 2004
- เธียร์รี่ อ็องรี (Thierry Henry) เป็นผู้ทำประตูชี้ขาดแบบนี้ครั้งสุดท้ายในรายการใหญ่ระดับฟีฟ่า ในนัดชิงคอนเฟเดอเรชั่นส์คัพ 2003
- เหตุผลหลักที่ถูกยกเลิกคือกลับกลายเป็นว่าหลายทีมเล่นระมัดระวังมากขึ้นในช่วงต่อเวลา เพราะกลัวเสียประตูที่จะจบเกมทันที ตรงข้ามกับเจตนารมณ์เดิม
- ระหว่างปี 2002-2004 มีการทดลองใช้ระบบซิลเวอร์โกลควบคู่กันไปก่อนที่ IFAB จะยกเลิกทั้งสองระบบพร้อมกัน
- หลังยกเลิก การแข่งขันที่ยังเสมอกันในช่วงต่อเวลาพิเศษจะเล่นให้ครบทั้งสองครึ่ง 15 นาทีเสมอ ก่อนตัดสินด้วยดวลจุดโทษหากจำเป็น
ที่มาของกติกาช่วงต่อเวลาพิเศษแบบจบทันที
โกลเดนโกล คือ แนวคิดที่ IFAB ริเริ่มขึ้นเพื่อแก้ปัญหาความเบื่อหน่ายจากเกมรับที่เข้มงวดในฟุตบอลโลก 1990 ที่อิตาลี คล้ายกับเหตุผลที่นำไปสู่การแก้กฎแบ็คพาสในปีเดียวกัน โดยหวังว่าหากมีเดิมพันสูงถึงขั้นจบเกมทันทีเมื่อยิงได้ ทั้งสองทีมจะกล้าเล่นเกมรุกมากขึ้นในช่วงต่อเวลาแทนที่จะรอดวลจุดโทษที่ผลลัพธ์ค่อนข้างเป็นการสุ่ม
ประตูประวัติศาสตร์จากระบบนี้
หนึ่งในภาพจำที่ชัดเจนที่สุดคือฟุตบอลโลก 1998 รอบชิงชนะเลิศระหว่างฝรั่งเศสกับอิตาลีในศึกยูโร 2000 ที่ดาบิด เทรเซเก้ (David Trezeguet) ยิงประตูชี้ขาดให้ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ทันที นอกจากนี้ เธียร์รี่ อ็องรียังเป็นผู้ทำประตูแบบนี้ครั้งสุดท้ายในรายการใหญ่ของฟีฟ่า เมื่อยิงให้ฝรั่งเศสเอาชนะแคเมอรูนในนัดชิงคอนเฟเดอเรชั่นส์คัพปี 2003
ทำไม IFAB ถึงตัดสินใจยกเลิกในปี 2004
สิ่งที่ผู้ออกแบบกฎไม่คาดคิดคือผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามกับเจตนารมณ์เดิม แทนที่ทีมจะกล้าเล่นเกมรุก หลายทีมกลับเล่นระมัดระวังมากขึ้นในช่วงต่อเวลา เพราะความเสี่ยงที่จะเสียประตูแล้วจบเกมทันทีนั้นสูงเกินไป ทำให้เกมในช่วงต่อเวลาพิเศษหลายนัดกลายเป็นเกมที่น่าเบื่อยิ่งกว่าเดิม IFAB จึงทดลองปรับเป็นระบบซิลเวอร์โกลในช่วงปี 2002-2004 ก่อนสุดท้ายตัดสินใจยกเลิกทั้งสองระบบไปพร้อมกันในเดือนกุมภาพันธ์ 2004 และกลับไปใช้รูปแบบต่อเวลาเต็มสองครึ่งแบบดั้งเดิม
ระบบที่ใช้แทนหลังการยกเลิก
หลังจากนั้น หากยังเสมอกันเมื่อจบเวลาปกติ ทั้งสองทีมจะเล่นต่อเวลาพิเศษให้ครบทั้งสองครึ่ง 15 นาทีเต็ม ไม่ว่าจะมีทีมใดทำประตูได้ระหว่างนั้นหรือไม่ก็ตาม และหากยังเสมอกันเมื่อจบ 30 นาทีเต็ม จะตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ รูปแบบนี้ยังคงใช้กันมาจนถึงฟุตบอลโลกและยูโรฉบับปัจจุบัน
เปรียบเทียบระบบตัดสินช่วงต่อเวลาพิเศษในแต่ละยุค
| ระบบ | ช่วงเวลาที่ใช้ | หลักการทำงาน |
|---|---|---|
| Golden Goal | 1993-2004 | จบเกมทันทีเมื่อทีมใดยิงได้ก่อนในช่วงต่อเวลา |
| Silver Goal | 2002-2004 | เล่นถึงครึ่งแรกของต่อเวลาถ้ามีประตู จบเกมเมื่อครบครึ่งนั้น |
| ต่อเวลาเต็มรูปแบบ | 2004-ปัจจุบัน | เล่นครบสองครึ่ง 15 นาทีเสมอก่อนดวลจุดโทษ |
อ่านความรู้เกี่ยวกับกติกาช่วงต่อเวลาพิเศษและดวลจุดโทษอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ หมวดรอบรู้ฟุตบอล หรือติดตามบทวิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกได้ที่ หน้ารวมวิเคราะห์บอล ของเรา ข้อมูลประวัติศาสตร์กติกาเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้จาก กติกาฟุตบอลของ IFAB และ รายงานย้อนอดีตของ ESPN
IFAB ประกาศยกเลิกกติกานี้อย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ 2004 หลังการแข่งขันยูโร 2004 จบลง และตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2006 เป็นต้นมา ทุกรายการใหญ่ของฟีฟ่าก็กลับไปใช้รูปแบบต่อเวลาพิเศษเต็มสองครึ่งจนถึงปัจจุบัน
ที่มา/อ้างอิง: ข้อมูลอ้างอิงจาก International Football Association Board (IFAB) และรายงานประวัติศาสตร์ของ ESPN
คำถามที่พบบ่อย
สรุปสั้นที่สุดคือกติกาแบบไหน
คือกติกาต่อเวลาพิเศษที่เกมจบทันทีเมื่อทีมใดทำประตูได้ก่อน ใช้ตั้งแต่ปี 1993 ถึงปี 2004 ก่อนถูกยกเลิกและกลับไปใช้ต่อเวลาเต็มรูปแบบ
ทำไมกติกานี้ถึงไม่ได้ผลตามที่ตั้งใจ
เพราะทีมกลับเล่นระมัดระวังมากขึ้นในช่วงต่อเวลา เนื่องจากกลัวเสียประตูที่จะทำให้แพ้ทันที ตรงข้ามกับเจตนารมณ์เดิมที่ต้องการกระตุ้นเกมรุก
ปัจจุบันช่วงต่อเวลาพิเศษตัดสินอย่างไร
ทั้งสองทีมเล่นให้ครบสองครึ่ง 15 นาทีเสมอไม่ว่าจะมีประตูเกิดขึ้นหรือไม่ หากยังเสมอกันเมื่อจบครบเวลาจะตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ









