ผลบอล ลิเวอร์พูล 0-3 แมนซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 6 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2026 ที่แอนฟิลด์ เกมเสมอ 0-0 จนถึงนาที 62 ก่อน ไรอัน กราเฟนแบร์ก (Ryan Gravenberch) โดนใบเหลืองใบที่สองไล่ออก จากนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี ยิงรวด 3 ประตูภายใน 16 นาที คว้าชัยนัดที่ 6 ติดต่อกันในลีก
เกมใหญ่ที่แฟนบอลไทยรอคอยเตะเวลา 22.30 น. ตามเวลาประเทศไทย และกลายเป็นคืนที่ทีมเยือนพลิกจากเกมที่สูสีมาเป็นชัยชนะขาดลอยในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งในห้าของเกม ลิเวอร์พูลของ อันโดนี อิราโอล่า (Andoni Iraola) ยังกดดันได้ดีในช่วงต้นครึ่งหลัง แต่ทุกอย่างพังลงหลังผู้ตัดสินชี้ใบแดง
ผลบอล ลิเวอร์พูล 0-3 แมนซิตี้: จุดเปลี่ยนคือใบแดงนาที 62
กราเฟนแบร์ก กองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์ รับใบเหลืองใบแรกช่วงต้นครึ่งหลังจากจังหวะเข้าปะทะ เอลเลียต แอนเดอร์สัน (Elliot Anderson) ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าแทบไม่มีการสัมผัส ก่อนจะโดนใบที่สองในนาที 62 จากการทำฟาวล์ เจเรมี่ โดกู (Jeremy Doku) ตอนที่ฝั่งแมนซิตี้กำลังเริ่มเคาน์เตอร์แอตแท็ก ผู้ตัดสินในเกมนี้คือ Chris Kavanagh
นักวิเคราะห์อย่าง คาร์ราเกอร์ (Jamie Carragher) และ Gary Neville มองตรงกันว่าเป็นคำตัดสินที่รุนแรงเกินไป ส่วนอิราโอล่ายืนยันหลังเกมว่าฟาวล์ครั้งแรกของกราเฟนแบร์ก “ไม่ใช่ใบเหลือง” และทีมของเขาเล่นเหมือนสองเกมที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ก่อนและหลังใบแดง
แมนซิตี้ใช้เวลาเพียงราวสองนาทีครึ่งหลังได้เปรียบผู้เล่นในการทำประตูแรก เออร์ลิง ฮาลันด์ (Erling Haaland) ซัดในนาที 65 สามนาทีต่อมาโดกูยิงเพิ่มเป็น 2-0 ในนาที 68 และ รายอาน แชร์กี (Rayan Cherki) ปิดสกอร์ 3-0 ในนาที 78 ท่ามกลางแฟนบอลเจ้าบ้านที่ทยอยเดินออกจากสนามก่อนเสียงนกหวีดหมดเวลา
- ลิเวอร์พูล 0-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี พรีเมียร์ลีก นัดที่ 6 วันที่ 11 ตุลาคม 2026 ที่แอนฟิลด์
- ไรอัน กราเฟนแบร์ก โดนใบเหลืองสองใบไล่ออกนาที 62 ขณะสกอร์ยังเป็น 0-0
- ประตูของแมนซิตี้: ฮาลันด์ 65′, โดกู 68′, แชร์กี 78′
- แมนซิตี้ชนะ 6 นัดรวดในลีก ส่วนลิเวอร์พูลแพ้ในลีกเป็นนัดแรกของฤดูกาล
ตารางลำดับเหตุการณ์สำคัญ
| นาที | เหตุการณ์ | สกอร์ |
|---|---|---|
| 62′ | ไรอัน กราเฟนแบร์ก (ลิเวอร์พูล) ใบเหลืองใบที่สอง ถูกไล่ออก | 0-0 |
| 65′ | เออร์ลิง ฮาลันด์ ยิงประตูแรก | 0-1 |
| 68′ | เจเรมี่ โดกู ยิงเพิ่ม | 0-2 |
| 78′ | รายอาน แชร์กี ปิดสกอร์ | 0-3 |
ความหมายของผลนี้ต่อตารางพรีเมียร์ลีก 2026-27
ก่อนเกมนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี ของ กุนซือ Enzo Maresca ชนะรวด 5 นัดแรกเก็บ 15 คะแนน ชัยชนะที่แอนฟิลด์ทำให้เรือใบสีฟ้ายังไร้พ่ายด้วยสถิติชนะ 6 นัดรวด 18 คะแนน และรักษาตำแหน่งจ่าฝูงไว้ได้ต่อ ส่วนลิเวอร์พูลที่เข้าเกมด้วยสถิติชนะ 2 เสมอ 3 ยังไม่เคยแพ้ในลีก ต้องรับความพ่ายแพ้ในลีกนัดแรกของฤดูกาล และค้างอยู่ที่ 9 คะแนนจาก 6 นัด
สำหรับฮาลันด์ ประตูนี้เป็นประตูที่ 6 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ตอกย้ำบทบาทหัวหอกที่ยังทำประตูได้ต่อเนื่องในเกมใหญ่ ขณะที่แชร์กีซึ่งมี 3 ประตูก่อนนัดนี้ ก็ขยับขึ้นเป็นตัวทำประตูอันดับสองของทีม
สื่ออังกฤษอย่าง Sky Sports ระบุว่าเกมนี้เป็นเกมแรกของแมนซิตี้หลังมีคำตัดสินคดีละเมิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีก ทำให้ชัยชนะครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ในสนามท่ามกลางเสียงโห่จากแฟนเจ้าบ้าน
สิ่งที่ลิเวอร์พูลต้องแก้ก่อนเกมถัดไป
เกมนี้สะท้อนว่าลิเวอร์พูลยังรับมือการเปลี่ยนแปลงกลางเกมได้ไม่ดีนัก เมื่อเหลือ 10 คน แนวรับเปิดพื้นที่ให้ปีกความเร็วสูงของแมนซิตี้เข้าทำได้ง่ายขึ้นมาก ประตูทั้งสามลูกเกิดขึ้นภายใน 13 นาทีหลังจากประตูแรก ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมยังจัดรูปเกมใหม่ไม่ทัน
ลิเวอร์พูลจะเหลือเวลาไม่มากในการฟื้นตัว เพราะสัปดาห์นี้มีภารกิจยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นัดที่ 2 ต่อด้วยเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 7 บุกไปเยือนเบรนท์ฟอร์ด ในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2026 ส่วนแมนซิตี้จะกลับไปเปิดบ้านพบ อิปสวิช ทาวน์ ในวันเดียวกัน
คำถามที่พบบ่อย
ผลบอล ลิเวอร์พูล 0-3 แมนซิตี้ ใครยิงประตูบ้าง
เออร์ลิง ฮาลันด์ นาที 65 เจเรมี่ โดกู นาที 68 และรายอาน แชร์กี นาที 78
ทำไมกราเฟนแบร์กโดนใบแดง
เขาได้รับใบเหลืองใบที่สองในนาที 62 จากการทำฟาวล์โดกู หลังจากรับใบเหลืองใบแรกช่วงต้นครึ่งหลังจากจังหวะปะทะเอลเลียต แอนเดอร์สัน
สรุปแล้ว ใบแดงเพียงใบเดียวเปลี่ยนเกมที่สูสีให้กลายเป็นชัยชนะ 3-0 ของแมนซิตี้ เรือใบยังไร้พ่ายบนยอดตาราง ขณะที่ลิเวอร์พูลต้องรีบตั้งหลักก่อนโปรแกรมถัดไป









