clubheng

แมนยูรื้อแดนกลางยุคคาร์ริค ซานโตส-ตีเลอมันส์เข้าทีม หลังดีลเอแดร์ซอนล่ม

แชร์บทความนี้FacebookXLINE

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินหน้ารื้อแดนกลางครั้งใหญ่ในซัมเมอร์ 2026 ภายใต้ ไมเคิ่ล คาร์ริค (Michael Carrick) โดยคว้า อันเดรย์ ซานโตส (Andrey Santos) จาก เชลซี ค่าตัวรวม 50 ล้านปอนด์ และ ยูริ ตีเลอมันส์ (Youri Tielemans) จาก แอสตัน วิลล่า อีก 35 ล้านปอนด์ หลังดีล เอแดร์ซอน จาก อตาลันต้า ล่มกลางคัน ภารกิจ แมนยูเสริมมิดฟิลด์ยุคคาร์ริค จึงกลายเป็นไฮไลต์หลังการอำลาของ กาเซมีโร่

สำหรับสาวกผีแดงชาวไทยที่เฝ้ารอการรีบิลด์มาหลายปี ซัมเมอร์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่ คาร์ริค ได้เลือกผู้เล่นในแบบของตัวเองเต็มตัว หลังพาทีมเก็บชัยได้ถึง 12 จาก 17 นัดในช่วงรักษาการ จนได้รับแต่งตั้งเป็นกุนซือถาวร และพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จบอันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025-26 โดยมี บรูโน่ แฟร์นานเดส คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมจากสมาคมนักข่าวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

แมนยูเสริมมิดฟิลด์ยุคคาร์ริค เมื่อดีลหนึ่งล่ม อีกดีลก็มา

ก้าวแรกของการรีบิลด์คือ อันเดรย์ ซานโตส มิดฟิลด์ทีมชาติบราซิลวัย 22 ปี ที่หวนคืนถิ่นพรีเมียร์ลีกด้วยค่าตัวรวม 50 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญา 5 ปี ถึงเดือนมิถุนายน 2031 พร้อมออปชั่นต่ออีก 1 ปี และรับเสื้อเบอร์ 17 น่าสนใจว่าฤดูกาลก่อนหน้าเจ้าตัวเพิ่งช่วย เชลซี คว้าแชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ก่อนตัดสินใจย้ายมาเป็นแกนหลักแดนกลางของ ปีศาจแดง โดยระบุชัดว่าเลือกมาที่นี่เพราะอยากทำงานกับ คาร์ริค

แต่แผนเดิมของยูไนเต็ดไม่ได้ราบรื่นทั้งหมด เป้าหมายหลักอย่าง เอแดร์ซอน (Éderson) มิดฟิลด์บราซิลจาก อตาลันต้า ต้องพับไป หลังไม่ผ่านการตรวจร่างกาย ทำให้บอร์ดบริหารตัดสินใจเปลี่ยนเกมอย่างฉับไว หันไปงัดเงื่อนไขค่าฉีกสัญญา 35 ล้านปอนด์ (ราว 41 ล้านยูโร) คว้า ยูริ ตีเลอมันส์ กัปตันทีมชาติเบลเยียมจาก แอสตัน วิลล่า มาแทนแบบสายฟ้าแลบ ปิดดีลเงียบจนแทบไม่มีใครระแคะระคาย เจ้าตัวเป็นมิดฟิลด์คุมจังหวะเกมที่เพิ่งช่วยวิลล่าคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ฤดูกาลก่อน

  • ซานโตส ย้ายจาก เชลซี ค่าตัวรวม 50 ล้านปอนด์ เซ็น 5 ปี สวมเสื้อเบอร์ 17
  • ตีเลอมันส์ กัปตันเบลเยียม ย้ายจาก วิลล่า ด้วยค่าฉีกสัญญา 35 ล้านปอนด์
  • ดีล เอแดร์ซอน จาก อตาลันต้า ล่ม หลังไม่ผ่านการตรวจร่างกาย
  • กาเซมีโร่ อำลา โอลด์ แทรฟฟอร์ด แบบหมดสัญญา
  • คาร์ริค รับตำแหน่งถาวรหลังทำสถิติ 12 ชนะจาก 17 นัดช่วงรักษาการ

สรุปความเคลื่อนไหวแดนกลางของยูไนเต็ดในหน้าร้อนนี้ได้ตามตารางด้านล่าง:

นักเตะสถานะต้นทาง/ปลายทางค่าตัว
อันเดรย์ ซานโตสเข้าจาก เชลซี50 ล้านปอนด์
ยูริ ตีเลอมันส์เข้าจาก แอสตัน วิลล่า35 ล้านปอนด์
เอแดร์ซอนดีลล่มอตาลันต้า
กาเซมีโร่ออกหมดสัญญาไม่มีค่าตัว

ทำไมแดนกลางคือหัวใจของ ปีศาจแดง ฤดูกาล 2026-27

การอำลาของ กาเซมีโร่ แบบหมดสัญญา ทำให้ยูไนเต็ดเสียทั้งประสบการณ์และตัวคุมเกมรับหน้าแนวหลังไปพร้อมกัน ภารกิจ แมนยูเสริมมิดฟิลด์ยุคคาร์ริค จึงไม่ใช่แค่การซื้อชื่อ แต่คือการหาสมดุลใหม่ระหว่างพลัง ความเก๋า และความคิดสร้างสรรค์ ซานโตส วัย 22 ปีมาเติมความดุดันและระยะวิ่ง ส่วน ตีเลอมันส์ วัย 29 ปีมาเติมความนิ่งในการครองจังหวะและลูกจ่ายระยะไกล โดยมี คอบบี้ ไมนู (Kobbie Mainoo) และ เมสัน เมาท์ เป็นทางเลือกในแดนกลางที่คาร์ริคหมายมั่นปั้นเป็นแกนอนาคต

ในเชิงข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ยูริ ตีเลอมันส์ ย้ายจาก แอสตัน วิลล่า สู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าฉีกสัญญา 35 ล้านปอนด์ ในซัมเมอร์ 2026 ขณะที่ อันเดรย์ ซานโตส ย้ายจาก เชลซี ด้วยค่าตัวรวม 50 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญายาวถึงปี 2031 ทั้งสองดีลรวมกันสะท้อนงบประมาณระดับกว่า 3,700 ล้านบาทที่ทุ่มลงแดนกลางจุดเดียว ซึ่งบอกชัดว่าคาร์ริคและกลุ่มอิเนออสมองว่าปัญหาเรื้อรังของทีมอยู่ตรงกลางสนามมาโดยตลอด อ่านรายละเอียดการประกาศคว้าซานโตสได้ที่ ESPN และบทวิเคราะห์แดนกลางเพิ่มเติมจาก สกาย สปอร์ตส์

โจทย์ใหญ่ที่เหลือคือ ทั้งสองรายจะจูนเข้ากับสไตล์ของคาร์ริคได้เร็วแค่ไหน และทีมจะยังหามิดฟิลด์เพิ่มอีกรายก่อนตลาดปิดวันที่ 1 กันยายนหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ทิศทางของการรีบิลด์รอบนี้ชัดเจนและมีเหตุผลมากกว่าหลายซัมเมอร์ที่ผ่านมา

คำถามที่พบบ่อย

ซัมเมอร์นี้แมนยูเซ็นใครในแดนกลางบ้าง

คว้ามาสองราย คือ อันเดรย์ ซานโตส จาก เชลซี (50 ล้านปอนด์) และ ยูริ ตีเลอมันส์ จาก แอสตัน วิลล่า (35 ล้านปอนด์) ทั้งคู่เซ็นสัญญายาวถึงปี 2031

ทำไมดีลเอแดร์ซอนถึงล่ม

ดีลคว้า เอแดร์ซอน จาก อตาลันต้า ต้องยุติลงหลังนักเตะไม่ผ่านการตรวจร่างกาย ทำให้ยูไนเต็ดหันไปปิดดีล ตีเลอมันส์ แทนอย่างรวดเร็ว

โดยรวมแล้ว ภารกิจ แมนยูเสริมมิดฟิลด์ยุคคาร์ริค ในซัมเมอร์ 2026 คือการตอบโจทย์จุดอ่อนที่ค้างคามานาน แม้จะมีดีลที่ล่มกลางทาง แต่การจบด้วยการได้ทั้ง ซานโตส และ ตีเลอมันส์ ก็ถือเป็นการวางรากฐานแดนกลางที่น่าจับตาที่สุดของ ปีศาจแดง ในรอบหลายปี

แชร์บทความนี้FacebookXLINE
คลิปที่เกี่ยวข้อง