ประวัติมาราโดน่า คือเรื่องราวของดิเอโก อาร์มันโด มาราโดนา ฟรังโก นักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินาผู้เกิดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 1960 ที่เมืองลานุส และเติบโตในสลัมวิลลา ฟิออริโต แห่งกรุงบัวโนสไอเรส ก่อนกลายเป็นเจ้าของ “หัตถ์พระเจ้า” และ “ประตูแห่งศตวรรษ” ที่พาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1986
- เกิดที่ลานุส เติบโตในสลัมวิลลา ฟิออริโต กรุงบัวโนสไอเรส
- เปิดตัวทีมชุดใหญ่อาร์เจนติโนส จูเนียร์สตั้งแต่อายุ 15 ปี ก่อนวันเกิดครบ 16 ปีเพียง 10 วัน
- สร้างสถิติค่าตัวโลก 2 ครั้งติดต่อกัน ทั้งตอนย้ายไปบาร์เซโลนาและนาโปลี
- พาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1986 ด้วยผลงาน “หัตถ์พระเจ้า” และ “ประตูแห่งศตวรรษ”
- เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2020 ด้วยวัย 60 ปี จากอาการหัวใจวาย
ประวัติมาราโดน่า จากเด็กสลัมสู่ดาวรุ่งอาร์เจนติโนส จูเนียร์ส
มาราโดน่าเกิดในครอบครัวยากจนที่มีพี่น้องรวมกัน 8 คน เขาได้ลูกฟุตบอลลูกแรกเป็นของขวัญวันเกิดครบ 3 ขวบ และหลงรักมันทันที เมื่ออายุ 8 ขวบ พรสวรรค์ของเขาเข้าตาแมวมองของอาร์เจนติโนส จูเนียร์ส ทำให้ได้เข้าร่วมทีมเยาวชน “ลอส เซโบลลิตาส” ซึ่งไร้พ่ายต่อเนื่องนานกว่า 100 นัด ก่อนจะลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่อาร์เจนติโนส จูเนียร์สเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 1976 ก่อนวันเกิดครบ 16 ปีเพียง 10 วัน กลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ลีกปริเมราดิบิซิออนของอาร์เจนตินา ตลอด 5 ปีกับสโมสรนี้เขายิงไป 116 ประตูจาก 166 นัด รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่วิกิพีเดียภาษาไทย
สถิติค่าตัวโลก 2 ครั้งติดต่อกัน
หลังยิงประตูช่วยโบคา จูเนียร์สคว้าแชมป์ลีกปี 1981 มาราโดน่าถูกบาร์เซโลนาซื้อตัวด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ในปี 1982 ซึ่งเป็นสถิติโลก ณ ขณะนั้น แต่ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บและความขัดแย้งกับผู้บริหารสโมสร เขาจึงย้ายไปนาโปลีในปี 1984 ด้วยค่าตัว 6.9 ล้านปอนด์ ซึ่งทำลายสถิติค่าตัวโลกอีกครั้ง กลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สร้างสถิติค่าตัวโลกได้ถึง 2 ครั้ง
ประวัติมาราโดน่า กับหัตถ์พระเจ้าและแชมป์โลก 1986
วันที่ 22 มิถุนายน 1986 ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกที่เม็กซิโก อาร์เจนตินาเผชิญหน้ากับอังกฤษ มาราโดน่ายิงประตูแรกด้วยการใช้มือซ้ายปัดบอลผ่านปีเตอร์ ชิลตัน ผู้รักษาประตูอังกฤษ กลายเป็นที่มาของฉายา “หัตถ์พระเจ้า” ก่อนจะยิงประตูที่สองด้วยการเลี้ยงบอลจากกลางสนามหลบผู้เล่นอังกฤษถึง 6 คน ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น “ประตูแห่งศตวรรษ” อาร์เจนตินาชนะไป 2-1 และมาราโดน่าพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่สองของประเทศได้สำเร็จ พร้อมคว้ารางวัลลูกบอลทองคำในฐานะผู้เล่นยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์ ตลอดทีมชาติ มาราโดน่าลงเล่น 91 นัด ทำประตู 34 ลูก และยังพาทีมเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1990 ก่อนแพ้เยอรมนีตะวันตก
เทพเจ้าแห่งเนเปิลส์กับนาโปลี
ที่นาโปลี มาราโดน่ากลายเป็นกัปตันทีมและพาสโมสรระดับกลางของอิตาลีคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อาได้ถึง 2 สมัย ในฤดูกาล 1986-87 และ 1989-90 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทีมทางเหนืออย่างเอซี มิลาน และยูเวนตุส เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้เขาได้รับฉายา “เทพเจ้าแห่งเนเปิลส์” จากแฟนบอลท้องถิ่น
| ช่วงเวลา | สโมสร/ทีมชาติ | ความสำเร็จสำคัญ |
|---|---|---|
| 1976-1980 | อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | เปิดตัวทีมชุดใหญ่วัย 15 ปี |
| 1982-1984 | บาร์เซโลนา | ค่าตัวสถิติโลก 5 ล้านปอนด์ |
| 1984-1991 | นาโปลี | แชมป์เซเรีย อา 2 สมัย, ค่าตัวสถิติโลก 6.9 ล้านปอนด์ |
| 1986 | ทีมชาติอาร์เจนตินา | แชมป์ฟุตบอลโลก, หัตถ์พระเจ้า, ประตูแห่งศตวรรษ |
| 1997 | โบคา จูเนียร์ส | แขวนสตั๊ด |
ประวัติมาราโดน่ายังคงเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ถูกเล่าขานมากที่สุดในวงการฟุตบอล ทั้งความยิ่งใหญ่ในสนามและชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสันนอกสนาม เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2020 ด้วยวัย 60 ปี แต่ตำนานของ “เสือเตี้ย” ยังคงถูกเปรียบเทียบกับเปเล่ในฐานะสองนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลเสมอมา หากสนใจตำนานลูกหนังบราซิลอีกคนที่มีสไตล์การเล่นเปี่ยมมนต์ขลังไม่แพ้กัน สามารถอ่านต่อได้ที่ ประวัติเปเล่ และติดตามบทวิเคราะห์คู่แข่งขันฟุตบอลโลกล่าสุดได้ที่ วิเคราะห์บอลวันนี้
ที่มา/อ้างอิง: Wikipedia ภาษาไทย (ดิเอโก มาราโดนา), Khaosod.co.th, Matichon.co.th
คำถามที่พบบ่อย
มาราโดน่าเกิดที่ไหน
มาราโดน่าเกิดวันที่ 30 ตุลาคม 1960 ที่เมืองลานุส ประเทศอาร์เจนตินา และเติบโตในสลัมวิลลา ฟิออริโต แห่งกรุงบัวโนสไอเรส
หัตถ์พระเจ้าคืออะไร
หัตถ์พระเจ้าคือประตูที่มาราโดน่าใช้มือซ้ายปัดบอลผ่านผู้รักษาประตูอังกฤษในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 1986 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 1986 ซึ่งกรรมการไม่เห็นและให้ประตูนี้
มาราโดน่าเสียชีวิตเมื่อไหร่
มาราโดน่าเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2020 ด้วยวัย 60 ปี จากอาการหัวใจวายเฉียบพลันที่บ้านพักในกรุงบัวโนสไอเรส









