ดูภาพรวมวิเคราะห์บอลวันนี้รวมทุกคู่เด็ดประจำวันได้ที่หน้าแรก
















ฝรั่งเศส พบ เบลเยียม ภาคสองในรอบแปดวัน ตราไก่เปิดบ้านรับการล้างตา
ฝรั่งเศส พบ เบลเยียม กลับมาเจอกันอีกครั้งในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2026/27 ลีกเอ กลุ่ม 1 นัดที่ 4 เพียงแปดวันหลังจากเกมแรกที่กรุงบรัสเซลส์ คราวนี้ย้ายมาเตะที่สตาด เดอ ฟรองซ์ ชานกรุงปารีส คืนวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2026 ซึ่งตรงกับเวลา 01.45 น. ของวันอังคารที่ 6 ตุลาคม ตามเวลาประเทศไทย
บทวิเคราะห์บอลคู่นี้เขียนขึ้นก่อนเกมนัดที่ 3 ของกลุ่มจะเตะ (ฝรั่งเศสเปิดบ้านรับอิตาลี และเบลเยียมเปิดบ้านรับตุรกี) ตัวเลขทั้งหมดจึงเป็นข้อมูลหลังจบสองนัดแรก ซึ่งฝรั่งเศสของ ซีเนดีน ซีดาน เก็บชัยได้ทั้งสองเกม มี 6 แต้มเต็มนำเป็นจ่าฝูง ส่วนเบลเยียมของ Mark van Bommel มี 3 แต้มเท่ากับอิตาลี
ความน่าสนใจอยู่ที่ทั้งสองทีมเพิ่งเปลี่ยนกุนซือใหม่พร้อมกัน และเกมแรกตัดสินกันด้วยประตูเดียวในช่วงท้าย เกมที่ปารีสจึงเป็นทั้งโอกาสทิ้งห่างของเจ้าบ้าน และโอกาสแก้มือของทีมเยือน
ฟอร์มล่าสุดและสถิติเจอกัน
ฝรั่งเศสเปิดยุคซีดานด้วยการบุกชนะตุรกี 1-0 จากประตูของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ แล้วตามด้วยการบุกชนะเบลเยียม 1-0 จากลูกยิงนาทีที่ 88 ของ ไมเคิ่ล โอลีเซ่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 77 สองนัด สองชัยชนะ ยังไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียว และทั้งสองเกมเป็นเกมเยือนทั้งคู่
เบลเยียมเริ่มต้นได้สวยด้วยการบุกชนะอิตาลี 2-0 จากประตูของ มิก้า ก็อดท์ส และ Dodi Lukebakio ก่อนจะแพ้ฝรั่งเศสคาบ้าน 0-1 ในเกมที่ยันเสมอได้ถึงนาทีที่ 88 ตามรายงานของ ยูฟ่า ผลงานสองนัดแรกของกลุ่มนี้คือ ฝรั่งเศส 6 แต้ม เบลเยียม 3 แต้ม อิตาลี 3 แต้ม และตุรกียังไม่มีแต้ม
| รายการ (หลังสองนัดแรก) | ฝรั่งเศส | เบลเยียม |
|---|---|---|
| คะแนน | 6 | 3 |
| ชนะ-เสมอ-แพ้ | 2-0-0 | 1-0-1 |
| ประตูได้ | 2 | 2 |
| ประตูเสีย | 0 | 1 |
| เกมไม่เสียประตู | 2 | 1 |
ในภาพรวมประวัติศาสตร์ สองชาติเพื่อนบ้านเจอกันมาแล้ว 79 นัด สูสีอย่างยิ่ง หลังชัยชนะที่บรัสเซลส์ ฝรั่งเศสไล่ทันเป็นชนะ 30 นัดเท่ากับเบลเยียม และเสมอกัน 19 นัด แต่ถ้าดูเฉพาะช่วงหลัง ฝรั่งเศสเหนือกว่าชัดเจน เพราะชนะเบลเยียมมาแล้ว 5 นัดติดต่อกันในทุกรายการ
- 28 ก.ย. 2026 เนชั่นส์ ลีก: เบลเยียม 0-1 ฝรั่งเศส
- 14 ต.ค. 2024 เนชั่นส์ ลีก: เบลเยียม 1-2 ฝรั่งเศส
- 9 ก.ย. 2024 เนชั่นส์ ลีก: ฝรั่งเศส 2-0 เบลเยียม
- 1 ก.ค. 2024 ยูโร 2024 รอบ 16 ทีม: ฝรั่งเศส 1-0 เบลเยียม
- 7 ต.ค. 2021 เนชั่นส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ: เบลเยียม 2-3 ฝรั่งเศส
จุดแข็ง-จุดอ่อน และแผนการเล่นที่คาด
ฝรั่งเศส
จุดแข็งที่เห็นชัดที่สุดของฝรั่งเศสยุคซีดานคือเกมรับ สองนัดยังไม่เสียประตู และทำได้ทั้งที่หมุนเวียนผู้เล่นหนักมาก ในเกมที่บรัสเซลส์ซีดานเปลี่ยนตัวจริงถึง 9 ตำแหน่งจากนัดแรก เหลือเพียงผู้รักษาประตู Mike Maignan กับกองหลัง Maxence Lacroix ที่ได้ลงต่อเนื่อง แต่ทีมยังรักษาโครงสร้างได้ นั่นบอกว่าระบบถูกวางไว้ชัดเจนพอที่ใครลงก็เล่นแทนกันได้
จุดอ่อนคือความคมในพื้นที่สุดท้าย ฝรั่งเศสยิงได้เพียงนัดละประตู และในเกมกับเบลเยียมต้องรอถึงนาทีที่ 88 ทั้งที่มีจังหวะชนคานและชนเสามาก่อน เมื่อไม่มีเอ็มบัปเป้ที่เจ็บเข่า ภาระการจบสกอร์จึงกระจายไปที่ อุสมาน เดมเบเล่, เดซิเร่ ดูเอ้ และโอลีเซ่ ซึ่งสร้างโอกาสได้มากแต่ยังเปลี่ยนเป็นประตูได้น้อย
การหมุนเวียนตัวหนักขนาดนี้ทำให้คาดเดาสิบเอ็ดตัวจริงล่วงหน้าได้ยาก และเกมนี้ยังมาหลังเกมกับอิตาลีเพียงสามวัน จึงขอไม่ระบุรายชื่อตัวจริงที่คาดจนกว่าจะมีข้อมูลยืนยัน
เบลเยียม
เบลเยียมของ Van Bommel มีจุดแข็งที่เกมรุกริมเส้น ก็อดท์ส กับ Lukebakio ยิงได้ทั้งคู่ในเกมกับอิตาลี และมี เควิน เดอ บรอยน์ คอยจ่ายบอลจากตรงกลาง โดยมี ชาร์ลส์ เด เคเตลาเร่ เป็นตัวเชื่อมเกมในแดนหน้า ทีมเลือกเล่นเพรสซิ่งสูงตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งได้ผลกับอิตาลี
จุดอ่อนคือช่วงท้ายเกม ประตูที่เสียให้โอลีเซ่เกิดจากการปล่อยให้คู่แข่งพาบอลจากแดนตัวเองมาถึงกรอบเขตโทษได้โดยไม่มีใครเข้าสกัด เป็นสัญญาณว่าความฟิตและการคุมพื้นที่หลังนาทีที่ 80 ยังเป็นโจทย์ และเมื่อต้องเป็นฝ่ายบุกไปเยือน พื้นที่ด้านหลังจะยิ่งเปิดกว้างให้ความเร็วของแนวรุกฝรั่งเศส
ผู้เล่นตัวชี้ขาด
ฝั่งฝรั่งเศส โอลีเซ่ คือชื่อแรกที่ต้องจับตา เขาใช้เวลาในสนามไม่ถึงสิบห้านาทีก็ตัดสินเกมแรกได้ ขณะที่ เดมเบเล่ คือผู้เล่นที่ดึงตัวประกบและเปิดพื้นที่ให้เพื่อน ส่วนแดนกลาง มานู โกเน่ และ อาเดรียน ราบิโอต์ เป็นแกนที่ทำให้ทีมไม่เสียสมดุลเมื่อเสียบอล
ฝั่งเบลเยียม เดอ บรอยน์ ยังเป็นคนกำหนดจังหวะ ถ้าเขาได้พื้นที่หันหน้าเข้าหาประตู ก็อดท์สกับ Lukebakio จะได้บอลในตำแหน่งอันตรายทันที
เกมจะถูกตัดสินที่ตรงไหน
จุดชี้ขาดน่าจะอยู่ที่การแย่งบอลจังหวะสองหน้ากรอบเขตโทษเบลเยียม เกมแรกฝรั่งเศสสร้างโอกาสจากการชิงบอลกลับเร็วแล้วเข้าทำทันที ถ้าเบลเยียมยังเปิดเกมจากแดนหลังช้าเหมือนเดิม จะโดนกดดันหนักกว่าเดิมเพราะคราวนี้ฝรั่งเศสมีแรงเชียร์ในบ้าน ในทางกลับกัน ลูกตั้งเตะและการสวนกลับเร็วทางริมเส้นคือช่องทางที่ทีมเยือนมีโอกาสมากที่สุด
ปัจจัยแวดล้อม
เกมนี้เตะที่สตาด เดอ ฟรองซ์ เมืองแซงต์-เดอนีส์ สนามความจุราว 80,000 ที่นั่ง ซึ่งเกมกับอิตาลีสามวันก่อนหน้าเป็นเกมเหย้านัดแรกของซีดานในฐานะกุนซือทีมชาติ บรรยากาศจึงเป็นแต้มต่อของเจ้าบ้านอย่างชัดเจน
เรื่องความพร้อม ฝรั่งเศสไม่มีกัปตัน เอ็มบัปเป้ ที่บาดเจ็บหัวเข่าซ้ายจากเกมกับตุรกี และ Warren Zaire-Emery ที่เจ็บต้นขา ส่วนเบลเยียมขาด เลอันโดร ทรอสซาร์ ที่เจ็บส้นเท้า และผู้รักษาประตู Mike Penders ที่มีปัญหากล้ามเนื้อ ทั้งสองทีมต้องเตะนัดที่สองในรอบสี่วัน ความลึกของทีมจึงมีผลมาก ซึ่งเป็นจุดที่ฝรั่งเศสได้เปรียบ
ผลเกมนี้มีความหมายต่อตารางคะแนนอย่างไร
ก่อนเกมนัดที่ 3 ฝรั่งเศสนำเบลเยียมอยู่ 3 แต้ม และถือสถิติเฮดทูเฮดที่ดีกว่าจากชัยชนะในเกมแรก ถ้าเจ้าบ้านชนะอีกครั้งจะแทบปิดโอกาสของเบลเยียมในการแย่งแชมป์กลุ่ม แต่ถ้าทีมเยือนพลิกชนะได้ กลุ่ม 1 จะกลับมาเปิดกว้างทันทีเมื่อเหลืออีกสองนัดในเดือนพฤศจิกายน
ฝรั่งเศส จะชนะ เบลเยียม ได้ไหม?
จากข้อมูลที่มี ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายเหนือกว่า ทั้งสถิติชนะ 5 นัดติดต่อกันเหนือเบลเยียม เกมรับที่ยังไม่เสียประตู ความลึกของขุมกำลัง และการได้เล่นในบ้าน แต่เกมไม่น่าจะขาด เพราะเบลเยียมพิสูจน์แล้วว่ายันฝรั่งเศสได้เกือบ 90 นาที และฝรั่งเศสเองก็ยังยิงประตูได้ไม่มาก
คาดว่าจะเป็นเกมสกอร์ต่ำที่ตัดสินกันด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ อีกครั้ง ทีมงานมองว่าฝรั่งเศสชนะ 1-0 เป็นการคาดการณ์เชิงกีฬาจากฟอร์มและสถิติเท่านั้น และควรติดตามผลเกมนัดที่ 3 กับข่าวความพร้อมของผู้เล่นอีกครั้งก่อนเกม
แฟนบอลชาวไทยรับชมการถ่ายทอดสด ฝรั่งเศส พบ เบลเยียม ได้ทาง MONOMAX เวลา 01.45 น. คืนวันจันทร์ที่ 5 ต่อเช้าวันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2026 ข้อมูลผลการแข่งขันและสถิติอ้างอิงจาก รายงานผลเกมแรกของ Al Jazeera
อ่านบทวิเคราะห์บอลคู่อื่น ๆ ได้ที่ หน้ารวมวิเคราะห์บอล

