แอสซิสต์ คือ การสัมผัสบอลจังหวะสุดท้ายของผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่ส่งให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้ ถือเป็นสถิติวัดความสร้างสรรค์เกมรุก โดยในพรีเมียร์ลีก ไรอัน กิกส์ ครองสถิติตลอดกาล 162 ครั้ง ส่วนสถิติฤดูกาลเดียวเป็นของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส 21 ครั้ง
- นับจากการสัมผัสบอลครั้งสุดท้ายของเพื่อนร่วมทีมก่อนเกิดประตู จะตั้งใจหรือไม่ก็ได้
- บอลแฉลบคู่แข่งยังนับ หากบอลกำลังไปหาผู้ทำประตูอยู่แล้ว
- ไม่นับเมื่อเป็นประตูจากการทำเข้าประตูตัวเอง ฟรีคิกโดยตรง หรือเตะมุมโดยตรง
- การเรียกจุดโทษและลูกซ้ำหลังบอลติดเซฟนับเฉพาะในเกมแฟนตาซี ไม่นับในสถิติทางการ
แอสซิสต์ คือ อะไร และมีที่มาอย่างไร
คำว่า แอสซิสต์ มาจากภาษาอังกฤษว่า Assist แปลตรงตัวว่าการช่วยเหลือ ในสนามฟุตบอลจึงหมายถึงการช่วยให้เกิดประตู แฟนบอลไทยคุ้นกับคำเรียกอื่นอย่าง จ่ายให้เพื่อนยิง ชงให้ยิง หรือ ผ่านบอลสุดท้าย สื่อกีฬาไทยส่วนใหญ่สะกดคำนี้ว่า แอสซิสต์ และมักนับเป็นจำนวนลูกหรือจำนวนครั้ง
สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบคือ กติกาฟุตบอลไม่ได้นิยามเรื่องนี้ไว้เลย ผู้ตัดสินไม่ได้เป็นคนบันทึก และไม่มีผลใดต่อผลการแข่งขัน ตัวเลขทั้งหมดมาจากผู้ให้บริการข้อมูลสถิติและฝ่ายจัดการแข่งขันของแต่ละลีก ด้วยเหตุนี้ ตัวเลขของนักเตะคนเดียวกันจึงอาจต่างกันเล็กน้อยเมื่อเปิดดูจากคนละแหล่ง เพราะแต่ละเจ้าใช้เกณฑ์ตัดสินไม่เหมือนกันทุกจุด
แม้จะเป็นสถิติที่ไม่เป็นทางการในเชิงกติกา แต่ความสำคัญก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พรีเมียร์ลีกมีรางวัลเพลย์เมกเกอร์แห่งฤดูกาลสำหรับผู้เล่นที่จ่ายให้เพื่อนทำประตูได้มากที่สุด และตัวเลขนี้ยังถูกนำไปรวมกับจำนวนประตูเพื่อประเมินผลงานเกมรุกของนักเตะในภาพรวม
Opta นับแอสซิสต์อย่างไร กรณีไหนได้ กรณีไหนไม่ได้
Opta ซึ่งเป็นผู้เก็บสถิติให้พรีเมียร์ลีก ให้นิยามว่าเป็นการสัมผัสบอลครั้งสุดท้ายจากเพื่อนร่วมทีมที่นำไปสู่การทำประตูของผู้รับบอล อ่านนิยามฉบับเต็มได้ที่ คำจำกัดความสถิติฟุตบอลของ Opta จุดที่ควรสังเกตคือใช้คำว่าสัมผัส ไม่ใช่การจ่ายบอล ดังนั้นบอลที่แฉลบตัวผู้เล่นโดยไม่ตั้งใจแล้วไปเข้าทางเพื่อนยิงก็นับได้เช่นกัน
กรณีที่บอลแฉลบผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามระหว่างทาง Opta ยังนับให้ หากพิจารณาแล้วว่าบอลกำลังเดินทางไปหาผู้ทำประตูอยู่แล้วโดยไม่ขึ้นกับการแฉลบนั้น ส่วนกรณีที่ไม่นับเลยมีสามแบบหลัก คือ ประตูที่เกิดจากการทำเข้าประตูตัวเองของคู่แข่ง ประตูจากฟรีคิกโดยตรง และประตูจากลูกเตะมุมที่เข้าไปโดยตรง จุดโทษก็ใช้หลักเดียวกัน คนที่ถูกทำฟาวล์จนได้จุดโทษไม่ได้รับเครดิต เว้นแต่ผู้ยิงจะเลือกแตะบอลให้เพื่อนเข้ามายิงแทน
ตรงนี้เองที่ทำให้เกมแฟนตาซี พรีเมียร์ลีก แตกต่างออกไป เพราะเกมดังกล่าวใช้เกณฑ์ที่กว้างกว่า โดยให้คะแนนกับผู้เล่นที่เรียกจุดโทษหรือฟรีคิกซึ่งถูกยิงเข้าไปโดยตรง ผู้ที่ยิงแล้วบอลติดเซฟ ติดบล็อก หรือชนเสาก่อนเพื่อนซ้ำเข้าไปทันที รวมถึงจังหวะสุดท้ายก่อนคู่แข่งทำเข้าประตูตัวเอง Opta เรียกกลุ่มนี้แยกต่างหากว่า Fantasy Assist ซึ่งไม่ได้ถูกนับรวมในสถิติทางการของลีก
ต่างจากคีย์พาส พรีแอสซิสต์ และ xA อย่างไร
คีย์พาส (Key Pass) เป็นการจ่ายบอลครั้งสุดท้ายให้เพื่อนได้ยิงเช่นกัน แต่ลูกยิงนั้นไม่เป็นประตู หากผู้รับยิงเข้า ลูกจ่ายเดียวกันจะถูกบันทึกเป็นการจ่ายให้เพื่อนทำประตูทันที เมื่อนำสองค่านี้มารวมกันจะได้สถิติที่เรียกว่า โอกาสที่สร้างได้ (Chances Created) ซึ่งสะท้อนความสร้างสรรค์ของนักเตะได้ดีกว่า เพราะไม่ขึ้นกับความคมของเพื่อนร่วมทีม
พรีแอสซิสต์ (Pre-assist) หรือ Second Assist เป็นการจ่ายบอลก่อนหน้าจังหวะสุดท้ายหนึ่งทอด Opta อธิบายว่าเป็นการผ่านบอลหรือเปิดบอลที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างโอกาส เช่น ลูกเตะมุมที่เปิดไปให้เพื่อนโหม่งชงต่อ หรือบอลทะลุช่องให้ปีกหลุดไปตัดเข้ากลาง สถิตินี้ให้เครดิตกับกองกลางตัวต่ำและแบ็กที่เริ่มต้นจังหวะบุก ซึ่งมักไม่ปรากฏชื่อในตารางสถิติทั่วไป
ส่วน xA หรือ Expected Assists เป็นค่าคาดการณ์ที่วัดว่าการจ่ายบอลแต่ละครั้งมีโอกาสกลายเป็นประตูมากน้อยเพียงใด โดยมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 1 แบบจำลองของ Opta ประเมินจากตัวลูกจ่ายเอง ไม่ว่าผู้รับจะได้ยิงหรือไม่ก็ตาม นักเตะที่มีค่า xA สูงแต่ตัวเลขจริงต่ำ จึงมักเป็นคนที่สร้างโอกาสดีแต่เพื่อนยิงไม่เข้า ขณะที่คนที่ตัวเลขจริงสูงกว่า xA มาก อาจได้ประโยชน์จากความเฉียบคมของกองหน้าในทีม
สถิติแอสซิสต์สูงสุดในพรีเมียร์ลีก
ไรอัน กิกส์ (Ryan Giggs) อดีตปีกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเจ้าของสถิติตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกด้วยจำนวน 162 ครั้ง จากการลงเล่น 632 นัดระหว่างฤดูกาล 1992-93 ถึง 2012-13 ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ (Kevin De Bruyne) อดีตกองกลางแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำไว้ 119 ครั้งอยู่มาก และมีผู้เล่นเพียงห้าคนเท่านั้นที่ทำได้ถึงหลักร้อย
| อันดับ | ผู้เล่น | จำนวนครั้ง |
|---|---|---|
| 1 | ไรอัน กิกส์ (Ryan Giggs) | 162 |
| 2 | เควิน เดอ บรอยน์ (Kevin De Bruyne) | 119 |
| 3 | แซ็สก์ ฟาบรากัส (Cesc Fabregas) | 111 |
| 4 | เวย์น รูนีย์ (Wayne Rooney) | 103 |
| 5 | แฟรงก์ แลมพาร์ด (Frank Lampard) | 102 |
สำหรับสถิติฤดูกาลเดียว บรูโน่ แฟร์นันด์ส (Bruno Fernandes) กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีกที่ 21 ครั้งในฤดูกาล 2025-26 โดยครั้งที่ 21 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2026 จากลูกเตะมุมให้ แพทริค ดอร์กู (Patrick Dorgu) โหม่งเข้าไปในเกมนัดสุดท้ายที่บุกชนะไบรท์ตัน 3-0 ตามรายงานของ เว็บไซต์ทางการพรีเมียร์ลีก
สถิติเดิมอยู่ที่ 20 ครั้ง ซึ่ง เธียร์รี อองรี (Thierry Henry) ทำไว้กับอาร์เซนอลในฤดูกาล 2002-03 ก่อนที่ เดอ บรอยน์ จะทำได้เท่ากันกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาล 2019-20 เท่ากับว่าสถิตินี้ยืนยาวมาถึง 23 ปีกว่าจะมีคนทำลายลงได้
เมื่อเข้าใจแล้วว่า แอสซิสต์ คือ สถิติของคนส่งจังหวะสุดท้าย ก็ควรอ่านคู่กับสถิติฝั่งคนทำประตูด้วย เช่น แฮตทริก และ ยิงเบิ้ล เพื่อให้เห็นภาพผลงานเกมรุกครบทั้งสองด้าน ส่วนใครอยากดูว่าตัวเลขเหล่านี้ถูกนำไปใช้ประเมินทีมก่อนลงสนามอย่างไร ติดตามได้ที่หน้า วิเคราะห์บอล ของเรา
ที่มา/อ้างอิง: คำจำกัดความสถิติของ Opta (The Analyst), เว็บไซต์ทางการพรีเมียร์ลีก, NBC Sports และ Sky Sports (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2026)
คำถามที่พบบ่อย
เรียกจุดโทษให้เพื่อนยิงเข้า ได้แอสซิสต์หรือไม่
ในสถิติทางการตามนิยามของ Opta ไม่ได้ จะนับเฉพาะในเกมแฟนตาซี พรีเมียร์ลีก ที่ใช้เกณฑ์กว้างกว่า
ใครทำแอสซิสต์มากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก
ไรอัน กิกส์ ทำไว้ 162 ครั้งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่วนสถิติฤดูกาลเดียวเป็นของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส 21 ครั้งในฤดูกาล 2025-26
แอสซิสต์ คือ สถิติทางการตามกติกาฟุตบอลหรือไม่
ไม่ใช่ กติกาฟุตบอลไม่ได้นิยามไว้ ตัวเลขมาจากผู้เก็บสถิติอย่าง Opta และฝ่ายจัดการแข่งขันของแต่ละลีก จึงอาจต่างกันเล็กน้อยในแต่ละแหล่ง
โดยสรุป แอสซิสต์ คือ ตัวเลขที่บอกว่าใครเป็นคนส่งจังหวะสุดท้ายให้เกิดประตู แต่หากอยากเห็นภาพความสร้างสรรค์ของนักเตะให้ครบถ้วน ควรดูควบคู่กับคีย์พาส โอกาสที่สร้างได้ และค่า xA ไปพร้อมกัน









