ประวัติ
เลโอ เอิสทีกอร์ คือกองหลังตัวกลางชาวนอร์เวย์ ปัจจุบันค้าแข้งกับเจนัว ในเซเรีย อา ของอิตาลี เขาขึ้นชื่อเรื่องความทุ่มเท จิตใจนักสู้ การเข้าสกัดที่หนักแน่น และความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศ
ช่วงต้นชีวิตและโมลด์
เอิสทีกอร์เกิดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 1999 ชื่อเต็มคือเลโอ สคีรี เอิสทีกอร์ เขาเข้าสู่ระบบเยาวชนของโมลด์ เอฟเค และในช่วงฤดูหนาวปี 2017 เขาเซ็นสัญญาอาชีพสามปีกับสโมสร ก่อนเปิดฤดูกาล 2018 เขาถูกปล่อยยืมตัวไปไวกิ้ง เอฟเค ในดิวิชันหนึ่ง เพื่อสั่งสมประสบการณ์
ไบรท์ตันและช่วงยืมตัว
หลังจบสัญญายืมตัวกับไวกิ้ง เอิสทีกอร์เซ็นสัญญากับไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน สโมสรในพรีเมียร์ลีก แต่เขาไม่เคยได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ และถูกส่งไปยืมตัวหลายครั้ง เริ่มจากวันที่ 19 กรกฎาคม 2019 เอฟเซ ซังต์ เพาลี ยืมตัวเขาไปจนจบฤดูกาล 2019–20 เขาเดบิวต์ให้ทีมจากฮัมบวร์คเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม โดยลงมาเป็นตัวสำรองในเกมเสมอดินาโม เดรสเดน 3–3
ต่อมาเขาถูกยืมตัวไปโคเวนทรี ซิตี ลงเล่นนัดแรกในฟุตบอลอังกฤษระดับชุดใหญ่เมื่อวันที่ 12 กันยายน ในเกมแพ้บริสตอล ซิตี 1–2 และยิงประตูแรกในอังกฤษเมื่อวันที่ 5 เมษายน เปิดสกอร์ในเกมชนะบริสตอล ซิตี 3–1 เขาลงเล่นในลีก 39 นัด ยิง 2 ประตู ช่วยให้ทีมรอดตกชั้นในฤดูกาลที่กลับสู่แชมเปียนชิปหลังห่างหายไปแปดปี
วันที่ 10 สิงหาคม 2021 เขาย้ายไปยืมตัวกับสโตค ซิตี ตลอดฤดูกาล 2021–22 และลงเล่นนัดแรกในค่ำวันเดียวกันในเกมอีเอฟแอล คัพ ที่ชนะฟลีตวูด ทาวน์ 2–1 ก่อนถูกเรียกตัวกลับโดยไบรท์ตันในวันที่ 27 ธันวาคม 2021
เจนัว นาโปลี และแรนส์
วันที่ 5 มกราคม 2022 เอิสทีกอร์ย้ายไปยืมตัวกับเจนัว ในเซเรีย อา ซึ่งเป็นโอกาสแรกของเขาในลีกระดับสูงสุดของยุโรป เขาเดบิวต์สี่วันต่อมาในเกมแพ้สเปเซีย 0–1 ซึ่งเป็นนัดที่ 100 ในอาชีพระดับสโมสรของเขา และในวันที่ 13 มกราคม เขายิงประตูแรกในถ้วยในประเทศ เปิดสกอร์ในเกมโคปปา อิตาเลีย รอบ 16 ทีมที่แพ้เอซี มิลาน 1–3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ
ในเดือนกรกฎาคม 2022 เขาย้ายไปนาโปลี และเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้าแชมป์เซเรีย อา ฤดูกาล 2022–23 ต่อมาเขาย้ายไปสตาด แรนแนส์ ในลีกเอิงของฝรั่งเศส และในวันที่ 29 กรกฎาคม 2025 เขากลับมาเจนัวแบบยืมตัวพร้อมออปชันซื้อขาด ก่อนที่เจนัวจะซื้อขาดอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มกราคม 2026
อาชีพทีมชาติ
หลังผ่านทีมชาติชุดเยาวชนครบทุกรุ่น เอิสทีกอร์เดบิวต์ทีมชาตินอร์เวย์ชุดใหญ่เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2022 โดยลงเล่นเต็มเกมและช่วยทีมคลีนชีตในเกมกระชับมิตรที่ชนะสโลวาเกีย 2–0 ในบ้าน เขายิงประตูแรกในนามทีมชาติในนัดที่แปดของเขา เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2022 ด้วยการโหม่งจากลูกเตะมุมของมาร์ติน โอเดการ์ด ในเกมกระชับมิตรที่บุกชนะสาธารณรัฐไอร์แลนด์ 2–1 ก่อนเปิดฟุตบอลโลก 2026 เขาลงเล่นให้ทีมชาติ 36 นัด ทำได้ 1 ประตู
ฟุตบอลโลก 2026
เอิสทีกอร์ติดทีมชุดลุยฟุตบอลโลก 26 คนของสตอเล ซุลบักเกน และสวมเสื้อหมายเลข 4 ในเกมนัดแรกของกลุ่มไอที่พบอิรัก เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 เขาทำประตูด้วยลูกโหม่ง ช่วยให้นอร์เวย์ชนะ 4–1 จากนั้นทีมผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ และเอาชนะไอวอรีโคสต์ 2–1 ตามด้วยบราซิล 2–1 เข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ
สไตล์การเล่น
เอิสทีกอร์ถนัดเท้าขวา เล่นเซ็นเตอร์แบ็กได้ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา จุดเด่นคือความดุดันในการเข้าปะทะ การอ่านเกม และการโหม่งซึ่งทำให้เขาเป็นภัยคุกคามจากลูกตั้งเตะด้วย ในบทสัมภาษณ์เขาเผยว่าฟาบิโอ คันนาวาโร กองหลังตำนานชาวอิตาลี คือไอดอลของเขา
สถิติรวมทั้งอาชีพ
รวมจากข้อมูลที่บันทึกในระบบ
อาชีพค้าแข้ง (สโมสร)
| ทีม | ช่วงเวลา | ตำแหน่ง | เบอร์ |
|---|---|---|---|
| เจนัว | 2025-2029 | กองหลัง | 5 |
| ซังต์ เพาลี | 2019-2020 | กองหลัง | 0 |
| ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน | 2019-2022 | กองหลัง | 0 |
| ไวกิง | 2018-2019 | กองหลัง | 0 |
| โมลเด | 2016-2018 | กองหลัง | 0 |
| เจนัว | 2025–26 | กองหลัง | — |
ทีมชาติ
| ทีม | ช่วงเวลา | ตำแหน่ง | เบอร์ |
|---|---|---|---|
| ฟุตบอลทีมชาตินอร์เวย์ | 2022-2026 | กองหลัง | 4 |
| ฟุตบอลทีมชาตินอร์เวย์ | 2026 | กองหลัง | 4 |
สถิติ
| รายการ | ซีซั่น | สถิติ | ค่า |
|---|---|---|---|
| ทีมชาติ | รวม | ลงเล่น | 36 |
| ทีมชาติ | รวม | ประตู | 1 |
เกียรติยศ
- แชมป์ แชมป์เซเรีย อา 2022–23 2022–23
คลิปที่เกี่ยวข้อง
ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง
นักกีฬาที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
ข้อมูลอ้างอิง: https://en.wikipedia.org/wiki/Leo_%C3%98stig%C3%A5rd · ข้อเท็จจริงบางส่วนจาก Wikidata (CC0)
