clubheng

ฟอลส์ไนน์ คือ อะไร รู้จักตำแหน่งกองหน้าหลอกที่พลิกโฉมแทคติกฟุตบอล

แชร์บทความนี้FacebookXLINE

ฟอลส์ไนน์ คือ ตำแหน่งกองหน้าที่ไม่ยืนปักหลักอยู่แนวหน้าสุดเหมือนกองหน้าตัวเป้าทั่วไป แต่ถอนตัวลงมารับบอลในพื้นที่กลางสนามหรือแดนกลางค่อนไปทางรุก เพื่อดึงกองหลังตัวกลางของคู่แข่งให้ตามขึ้นมาหรือลังเลว่าจะตามดีหรือไม่ เปิดพื้นที่ว่างด้านหลังให้เพื่อนร่วมทีมที่วิ่งสอดขึ้นไปใช้ประโยชน์แทน ตำแหน่งนี้อาศัยทักษะการมองเกมและการจ่ายบอลสูงกว่ากองหน้าทั่วไป มากกว่าความสามารถในการยืนปักหลักรอรับบอลในกรอบเขตโทษ

  • ฟอลส์ไนน์เล่นในตำแหน่งเบอร์ 9 แต่พฤติกรรมในสนามคล้ายกองกลางตัวรุกมากกว่ากองหน้าตัวเป้า
  • หลักการสำคัญคือการดึงกองหลังตัวกลางออกจากตำแหน่งเพื่อเปิดช่องว่างให้เพื่อนร่วมทีมวิ่งสอด
  • นักเตะที่เล่นตำแหน่งนี้ได้ดีมักมีทักษะการมองเกม การจ่ายบอล และการเลี้ยงบอลในพื้นที่แคบสูงเป็นพิเศษ
  • ลิโอเนล เมสซี่ (Lionel Messi) คือหนึ่งในนักเตะที่โด่งดังที่สุดจากการเล่นตำแหน่งฟอลส์ไนน์ในยุคที่อยู่กับบาร์เซโลนา
  • ข้อเสียของระบบนี้คือทีมอาจขาดตัวจบสกอร์แบบดั้งเดิมในกรอบเขตโทษ หากไม่มีผู้เล่นคนอื่นวิ่งเข้าไปแทนที่ตำแหน่งกองหน้าที่ถอนลงมา

หลักการทำงานของฟอลส์ไนน์ในเกมฟุตบอล

ฟอลส์ไนน์ คือ ตำแหน่งที่อาศัยหลักจิตวิทยาเกมรับเป็นแกนหลัก เมื่อกองหน้าถอนตัวลงมารับบอลในพื้นที่กลางสนาม กองหลังตัวกลางของฝ่ายรับจะต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าจะตามขึ้นไปประกบตัวหรือไม่ หากตามขึ้นไป จะทิ้งพื้นที่ว่างด้านหลังให้ปีกหรือกองกลางตัวรุกของทีมตรงข้ามวิ่งสอดเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ทันที แต่ถ้าไม่ตามขึ้นไป กองหน้าคนนั้นก็จะมีพื้นที่และเวลาในการหันตัวจ่ายบอลทะลุแนวรับได้อย่างอิสระ ไม่ว่าฝ่ายรับจะเลือกทางไหน ทีมที่ใช้ฟอลส์ไนน์ก็มักได้เปรียบในจังหวะนั้น

ที่มาของแนวคิดฟอลส์ไนน์

แนวคิดกองหน้าถอนตัวไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการฟุตบอล แต่คำว่าฟอลส์ไนน์เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในยุคที่บาร์เซโลนาภายใต้เป๊ป กวาร์ดิโอลา (Pep Guardiola) ใช้ลิโอเนล เมสซี่เล่นในตำแหน่งนี้ ช่วงปลายทศวรรษ 2000 ถึงต้นทศวรรษ 2010 แม้เมสซี่จะมีความสามารถในการทำประตูสูง แต่การถอนตัวลงมารับบอลบ่อยครั้งทำให้กองหลังคู่แข่งสับสนอย่างมาก และกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่บาร์เซโลนายุคนั้นครองความเหนือกว่าในสนามได้อย่างต่อเนื่อง

ทำไมทีมพรีเมียร์ลีกยุคใหม่นำฟอลส์ไนน์มาปรับใช้

ในพรีเมียร์ลีกปัจจุบัน หลายทีมเริ่มทดลองใช้แนวคิดฟอลส์ไนน์ในบางช่วงของเกม โดยเฉพาะเมื่อเจอทีมที่ตั้งรับลึกและแน่นหนา เพราะกองหน้าตัวเป้าแบบดั้งเดิมมักถูกกองหลังคู่แข่งประกบตัวจนแทบไม่มีพื้นที่เล่น การใช้กองหน้าที่ถอนลงมาเล่นช่วยดึงกองหลังออกจากตำแหน่งและสร้างช่องว่างให้ทีมได้มากกว่า อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้กองกลางตัวรุกหรือปีกวิ่งเข้าไปจบสกอร์ในกรอบเขตโทษแทน

นักเตะแบบไหนเหมาะกับตำแหน่งนี้

นักเตะที่เล่นฟอลส์ไนน์ได้ดีมักไม่ใช่กองหน้าตัวสูงใหญ่แข็งแรงแบบดั้งเดิม แต่เป็นนักเตะที่มีทักษะทางเทคนิคสูง มองเกมได้กว้าง และมีความสามารถในการจ่ายบอลทะลุแนวรับเทียบเท่ากับกองกลางตัวรุก ความท้าทายคือทีมต้องมีผู้เล่นคนอื่นที่พร้อมวิ่งสอดเข้าไปทำหน้าที่จบสกอร์แทนตำแหน่งกองหน้าที่ว่างลง ไม่เช่นนั้นทีมอาจขาดตัวเลือกยิงประตูในกรอบเขตโทษไปเลย

เปรียบเทียบฟอลส์ไนน์กับตำแหน่งกองหน้าแบบอื่นในฟุตบอล

ตำแหน่งพื้นที่เล่นหลักบทบาทสำคัญที่สุด
ฟอลส์ไนน์ (False Nine)ถอนลงมาแดนกลางดึงกองหลังและจ่ายบอลทะลุ
กองหน้าตัวเป้า (Target Man)ยืนปักหลักแนวหน้าสุดรับบอลด้วยร่างกายและจบสกอร์ในกรอบ
กองหน้าตัววิ่งเจาะ (Poacher)วิ่งเจาะพื้นที่หลังแนวรับจบสกอร์จากจังหวะที่เพื่อนสร้างให้

อ่านความรู้เกี่ยวกับตำแหน่งกองหน้าและแทคติกอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ หมวดรอบรู้ฟุตบอล หรือติดตามบทวิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกได้ที่ หน้ารวมวิเคราะห์บอล ของเรา ข้อมูลเชิงลึกด้านแทคติกสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก UEFA Coaching Insights และ Opta Analyst

บาร์เซโลนาภายใต้เป๊ป กวาร์ดิโอลาใช้ลิโอเนล เมสซี่ในตำแหน่งฟอลส์ไนน์อย่างสม่ำเสมอในช่วงฤดูกาล 2009-10 เป็นต้นมา และแนวคิดนี้ยังคงถูกทีมชั้นนำในยุโรปนำมาปรับใช้บางส่วนจนถึงปัจจุบัน

ที่มา/อ้างอิง: ข้อมูลแทคติกอ้างอิงจากรายงานวิเคราะห์เกมของ UEFA Coaching Insights และ Opta Analyst

คำถามที่พบบ่อย

ฟอลส์ไนน์ คือ อะไรแบบสรุปสั้นที่สุด

คือกองหน้าที่ถอนตัวลงมารับบอลในแดนกลางแทนที่จะยืนปักหลักแนวหน้าสุด เพื่อดึงกองหลังคู่แข่งออกจากตำแหน่งและเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมวิ่งสอด

ฟอลส์ไนน์ต่างจากกองหน้าตัวเป้าอย่างไร

กองหน้าตัวเป้ายืนปักหลักแนวหน้าสุดรอรับบอลด้วยร่างกาย ขณะที่ฟอลส์ไนน์ถอนตัวลงมาเล่นเหมือนกองกลางตัวรุก เน้นการมองเกมและจ่ายบอลมากกว่าการปักหลักรอจบสกอร์

ทำไมทีมที่ใช้ฟอลส์ไนน์ต้องมีผู้เล่นวิ่งสอดที่ดี

เพราะเมื่อกองหน้าถอนลงมาเล่น ตำแหน่งแนวหน้าสุดจะว่างเปล่า ทีมจึงต้องอาศัยปีกหรือกองกลางตัวรุกวิ่งสอดเข้าไปแทนที่เพื่อจบสกอร์ หากไม่มีผู้เล่นทำหน้าที่นี้ ทีมจะขาดตัวเลือกยิงประตูในกรอบเขตโทษไปเลย

แชร์บทความนี้FacebookXLINE
คลิปที่เกี่ยวข้อง