clubheng

แบ็คพาส คือ อะไร รู้จักกฎห้ามผู้รักษาประตูใช้มือที่เปลี่ยนฟุตบอลไปตลอดกาล

แชร์บทความนี้FacebookXLINE

แบ็คพาส คือ กติกาที่ห้ามผู้รักษาประตูใช้มือจับหรือควบคุมบอลที่เพื่อนร่วมทีมเจตนาเตะส่งกลับมาให้ ไม่ว่าทิศทางของลูกจ่ายนั้นจะเป็นการส่งไปข้างหน้า ข้างๆ หรือย้อนกลับก็ตาม หากผู้รักษาประตูใช้มือรับบอลในสถานการณ์นี้ ผู้ตัดสินจะให้ฟรีคิกทางอ้อมแก่ฝ่ายตรงข้ามจากจุดที่ทำผิดกติกา กฎนี้ถูกกำหนดโดย International Football Association Board (IFAB) ในปี 1992 เพื่อยุติปัญหาการถ่วงเวลาเกมด้วยการส่งบอลกลับไปกลับมาระหว่างกองหลังกับผู้รักษาประตู

  • แบ็คพาสใช้เฉพาะกับลูกที่เพื่อนร่วมทีมเจตนาเตะด้วยเท้าส่งมาให้ผู้รักษาประตูเท่านั้น
  • หากส่งบอลด้วยศีรษะ อก หรือเข่า ผู้รักษาประตูยังคงใช้มือรับบอลได้ตามปกติ
  • กฎนี้ถูกนำมาใช้หลังฟุตบอลโลก 1990 ที่ประเทศอิตาลี ซึ่งมีค่าเฉลี่ยประตูต่ำที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ 2.21 ประตูต่อนัด
  • บทลงโทษของการทำผิดกฎแบ็คพาสคือฟรีคิกทางอ้อมจากจุดที่ผู้รักษาประตูสัมผัสบอลด้วยมือ
  • กฎนี้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ฤดูกาล 1992-93 เป็นต้นมาทั่วโลก

ที่มาของกฎแบ็คพาสในวงการฟุตบอล

แบ็คพาส คือ กติกาที่เกิดขึ้นจากความไม่พอใจอย่างกว้างขวางต่อฟุตบอลโลก 1990 ที่ประเทศอิตาลี ซึ่งเต็มไปด้วยเกมรับที่เข้มงวดและการถ่วงเวลาผ่านการเตะบอลกลับให้ผู้รักษาประตูจับด้วยมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทัวร์นาเมนต์นั้นมีค่าเฉลี่ยประตูเพียง 2.21 ประตูต่อนัดจากทั้งหมด 52 นัด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัตราการทำประตูที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก นัดชิงชนะเลิศระหว่างเยอรมนีตะวันตกกับอาร์เจนตินาที่ทีมอาร์เจนตินาใช้กลยุทธ์ตั้งรับเข้มข้นกลายเป็นจุดแตกหักที่ทำให้ IFAB ตัดสินใจแก้กฎ Law 12 เพื่อกำจัดการถ่วงเวลารูปแบบนี้อย่างถาวร

รายละเอียดของกฎที่ IFAB กำหนด

กฎแบ็คพาสถูกบรรจุอยู่ใน Law 12 มาตราที่ 2 ของกติกาฟุตบอล ระบุว่าผู้รักษาประตูไม่สามารถใช้มือจับบอลที่เพื่อนร่วมทีมเจตนาเตะด้วยเท้าส่งมาให้ได้ ไม่ว่าทิศทางของการส่งจะเป็นแบบใดก็ตาม แต่ข้อยกเว้นสำคัญคือหากบอลถูกส่งมาด้วยการโหม่ง การใช้อก หรือการใช้เข่า ผู้รักษาประตูยังคงมีสิทธิ์ใช้มือรับบอลได้ตามปกติ กฎนี้เริ่มมีผลบังคับใช้ทันทีหลังศึกยูโร 1992 และกลายเป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

ผลกระทบของกฎแบ็คพาสต่อฟุตบอลยุคใหม่

การเปลี่ยนแปลงกฎนี้ส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อบทบาทของผู้รักษาประตูในระยะยาว จากเดิมที่ผู้รักษาประตูส่วนใหญ่เน้นทักษะการป้องกันประตูด้วยมือเป็นหลัก กฎแบ็คพาสบังคับให้ผู้รักษาประตูต้องฝึกฝนทักษะการเล่นบอลด้วยเท้าอย่างจริงจัง เพราะเมื่อเพื่อนร่วมทีมส่งบอลกลับมา ผู้รักษาประตูต้องควบคุมและจ่ายบอลออกไปด้วยเท้าเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้ค่อยๆ ปูทางไปสู่แนวคิดผู้รักษาประตูสายเล่นบอล (Sweeper-keeper) ที่กลายเป็นมาตรฐานของฟุตบอลยุคใหม่ รวมถึงเป็นหนึ่งในรากฐานที่เอื้อให้แทคติกครองบอลจากแดนหลังพัฒนาต่อยอดได้ง่ายขึ้น

ช่วงเปลี่ยนผ่านที่วุ่นวายในสนามจริง

ในช่วงต้นฤดูกาล 1992-93 ทันทีที่กฎแบ็คพาสมีผลบังคับใช้ หลายทีมในอังกฤษและยุโรปประสบปัญหาปรับตัวไม่ทัน เพราะผู้รักษาประตูจำนวนมากไม่เคยฝึกฝนการเล่นบอลด้วยเท้าอย่างจริงจังมาก่อน เกิดสถานการณ์เสียบอลผิดพลาดและเสียประตูจากความสับสนในการปรับตัวบ่อยครั้งในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้รักษาประตูก็ค่อยๆ พัฒนาทักษะการเล่นบอลด้วยเท้าจนกลายเป็นมาตรฐานที่จำเป็นของตำแหน่งนี้ในปัจจุบัน

เปรียบเทียบกฎแบ็คพาสกับข้อยกเว้นที่ผู้รักษาประตูยังใช้มือได้

สถานการณ์ผู้รักษาประตูใช้มือได้หรือไม่เหตุผล
เพื่อนร่วมทีมเตะด้วยเท้าส่งมาให้ไม่ได้เข้าข่ายกฎแบ็คพาสโดยตรง
เพื่อนร่วมทีมโหม่งส่งมาให้ได้ไม่ใช่การเตะด้วยเท้า ไม่เข้าข่ายกฎ
เพื่อนร่วมทีมใช้อกหรือเข่าส่งมาให้ได้ไม่ใช่การเตะด้วยเท้า ไม่เข้าข่ายกฎ
รับบอลจากการทุ่มของเพื่อนร่วมทีมไม่ได้กฎแบ็คพาสครอบคลุมถึงการทุ่มด้วย

อ่านความรู้เกี่ยวกับกติกาฟุตบอลอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ หมวดรอบรู้ฟุตบอล หรือติดตามบทวิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกได้ที่ หน้ารวมวิเคราะห์บอล ของเรา ข้อมูลกติกาอย่างเป็นทางการสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก กติกาฟุตบอลของ IFAB และ รายงานย้อนอดีตของ ESPN

ฟุตบอลโลก 1990 ที่อิตาลีมีค่าเฉลี่ยประตูเพียง 2.21 ประตูต่อนัดจากการแข่งขันทั้งหมด 52 นัด และ IFAB ได้ประกาศใช้กฎแบ็คพาสอย่างเป็นทางการทันทีหลังศึกยูโร 1992 จบลง ก่อนมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ฤดูกาล 1992-93 เป็นต้นมา

ที่มา/อ้างอิง: ข้อมูลอ้างอิงจาก International Football Association Board (IFAB) และรายงานประวัติศาสตร์กติกาฟุตบอลของ ESPN

คำถามที่พบบ่อย

แบ็คพาส คือ อะไรแบบสรุปสั้นที่สุด

คือกติกาที่ห้ามผู้รักษาประตูใช้มือจับบอลที่เพื่อนร่วมทีมเจตนาเตะด้วยเท้าส่งมาให้ หากทำผิดจะถูกให้ฟรีคิกทางอ้อมแก่ฝ่ายตรงข้าม

ทำไมกฎแบ็คพาสถึงไม่ครอบคลุมการโหม่งส่งกลับ

เพราะกฎนี้เขียนขึ้นเพื่อป้องกันการถ่วงเวลาด้วยการเตะบอลด้วยเท้าโดยเฉพาะ การโหม่ง อก หรือเข่าถือว่าควบคุมบอลได้ยากกว่าการเตะด้วยเท้า จึงไม่ถูกรวมอยู่ในข้อห้ามนี้

กฎแบ็คพาสมีผลต่อบทบาทผู้รักษาประตูอย่างไรในระยะยาว

ผลักดันให้ผู้รักษาประตูต้องพัฒนาทักษะการเล่นบอลด้วยเท้าอย่างจริงจัง จนกลายเป็นรากฐานของแนวคิดผู้รักษาประตูสายเล่นบอลที่เห็นได้ทั่วไปในฟุตบอลยุคปัจจุบัน

แชร์บทความนี้FacebookXLINE
คลิปที่เกี่ยวข้อง