ค่าเสื่อมค่าตัวนักเตะ คือ วิธีทางบัญชีที่สโมสรฟุตบอลใช้ทยอยตัดค่าตัวนักเตะเป็นค่าใช้จ่ายทีละปีตลอดอายุสัญญา แทนที่จะลงเป็นรายจ่ายก้อนเดียวในปีที่ซื้อ ภาษาอังกฤษเรียกว่า amortisation เพราะกฎถือว่า “สิทธิ์การขึ้นทะเบียนนักเตะ” เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ใช้ประโยชน์ได้ตามอายุสัญญา สูตรพื้นฐานคือค่าตัวรวมหารด้วยจำนวนปีของสัญญา ผลลัพธ์คือค่าใช้จ่ายต่อปีในงบกำไรขาดทุน และตัวเลขนี้เองที่กฎการเงินของพรีเมียร์ลีกกับยูฟ่าใช้ชี้ขาดว่าสโมสรทำผิดกฎหรือไม่
- สูตรง่ายที่สุด: ค่าตัว หารด้วย ปีของสัญญา เช่น ซื้อ 60 ล้านปอนด์ เซ็น 5 ปี ลงบัญชีปีละ 12 ล้านปอนด์
- เงินที่จ่ายจริงกับตัวเลขในบัญชีคนละเรื่อง สโมสรอาจผ่อนจ่ายเป็นงวด แต่บัญชีตัดตามอายุสัญญาเสมอ
- สัญญายิ่งยาว ค่าเสื่อมต่อปียิ่งต่ำ นี่คือเหตุผลที่ เชลซี แจกสัญญา 8 ปีครึ่งในปี 2023
- ยูฟ่าปิดช่องนี้ด้วยเพดาน 5 ปี มีผลกับสัญญาตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2023 พรีเมียร์ลีกโหวตตาม 12 ธันวาคม 2023
ทำไมบัญชีฟุตบอลไม่ลงค่าตัวทั้งก้อนในปีเดียว
ในทางบัญชี การซื้อนักเตะไม่ต่างจากการซื้อเครื่องจักร คือจ่ายเงินก้อนวันนี้แต่ใช้ประโยชน์ได้หลายปี มาตรฐานบัญชีจึงให้บันทึกค่าตัวเป็นสินทรัพย์ก่อน แล้วทยอยตัดตามอายุสัญญา จุดที่แฟนบอลมักงงคือค่าเหนื่อยไม่ได้อยู่ในค่าเสื่อม แต่เป็นค่าใช้จ่ายแยกที่ลงเต็มจำนวนทุกปี ส่วนนักเตะฟรีเอเยนต์มีค่าเสื่อมเป็นศูนย์เพราะไม่มีค่าตัว
วิธีคิดจริง และเหตุผลที่สัญญายาวเคยคุ้มกว่า
ก่อนมีเพดาน 5 ปี สโมสรที่เซ็นสัญญายาวได้เปรียบทันทีในงบการเงิน เพราะหารเงินก้อนเดิมด้วยจำนวนปีที่มากกว่า ตัวอย่างที่แฟนบอลไทยจำได้ดีคือช่วงกลุ่มทุน ทอดด์ โบห์ลี เข้าคุมเชลซีแล้วทุ่มซื้อนักเตะพร้อมสัญญายาวผิดปกติ ตัวเลขในตารางคำนวณอย่างง่าย
| นักเตะ (ปีที่ย้าย) | ค่าตัว | อายุสัญญา | ค่าเสื่อม/ปี | ถ้าเพดาน 5 ปี |
|---|---|---|---|---|
| มิไคโล มูดริค (2023) | 88.5 ล้านปอนด์ | 8 ปีครึ่ง | ราว 10.4 ล้าน | ราว 17.7 ล้าน |
| เอ็นโซ เฟอร์นันเดซ (2023) | 106.8 ล้านปอนด์ | 8 ปีครึ่ง | ราว 12.6 ล้าน | ราว 21.4 ล้าน |
| โมอิเซส ไกเซโด้ (2023) | 115 ล้านปอนด์ | 8 ปี | ราว 14.4 ล้าน | ราว 23 ล้าน |
ส่วนต่างปีละเกือบ 10 ล้านปอนด์ต่อคน เมื่อคูณด้วยผู้เล่นหลายสิบคนคือตัวเลขชี้เป็นชี้ตายว่าจะผ่านกฎการเงินหรือไม่
เพดาน 5 ปี ที่เกิดขึ้นเพราะดีลของเชลซี
ยูฟ่าขยับก่อน โดยระเบียบ UEFA Club Licensing and Financial Sustainability Regulations ภาคผนวก G.3 กำหนดว่ามูลค่าที่ต้องตัดจำหน่ายต้องปันส่วนตลอดอายุสัญญาเดิม แต่ไม่เกิน 5 ปี มีผลกับสัญญาที่ทำตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2023 ฝั่งพรีเมียร์ลีกโหวตตามในที่ประชุมสโมสรวันที่ 12 ธันวาคม 2023 ใช้กับสัญญาใหม่หรือที่ต่อใหม่นับจากนั้น ทั้งสองกฎไม่ย้อนหลัง ดีลชุดนี้จึงตัดค่าเสื่อมตามสัญญาเดิมต่อไป
โยงกับการหักแต้มที่แฟนบอลไทยจำได้
ค่าเสื่อมเป็นชิ้นส่วนสำคัญของตัวเลขขาดทุนที่ใช้ตัดสินคดี PSR โดย เอฟเวอร์ตัน ถูกหัก 10 แต้มเมื่อพฤศจิกายน 2023 จากการขาดทุนเกินเพดาน 105 ล้านปอนด์ (รอบ 3 ปีถึงฤดูกาล 2021/22) อยู่ 19.5 ล้านปอนด์ ก่อนลดเหลือ 6 แต้มในชั้นอุทธรณ์เดือนกุมภาพันธ์ 2024 จากนั้นวันที่ 9 เมษายน 2024 โดนเพิ่มอีก 2 แต้มจากรอบถึงฤดูกาล 2022/23 ที่เกินเพดาน 16.6 ล้านปอนด์ ส่วน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ถูกหัก 4 แต้มในเดือนมีนาคม 2024
ยุค 2026/27 ค่าเสื่อมยิ่งสำคัญกว่าเดิม
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2025 สโมสรพรีเมียร์ลีกโหวต 14 ต่อ 6 เสียง เลิกใช้ PSR แล้วเปลี่ยนมาใช้ Squad Cost Ratio (SCR) เต็มรูปแบบตั้งแต่ฤดูกาล 2026/27 จำกัดต้นทุนทีมไว้ที่ 85% ของรายได้ที่เกี่ยวกับฟุตบอลบวกกำไรสุทธิจากการขายนักเตะ และมีเพดานแดง 115% ที่เกินแล้วเสี่ยงหักแต้ม ต้นทุนทีมนับค่าเหนื่อยนักเตะกับหัวหน้าโค้ช ค่าเอเยนต์ และค่าเสื่อมค่าตัว ส่วนยูฟ่าใช้หลักเดียวกันแต่เข้มกว่าที่ 70% บังคับเต็มที่ตั้งแต่ฤดูกาล 2025/26
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
ข้อแรก เพดาน 5 ปีไม่ได้ห้ามเซ็นสัญญาเกิน 5 ปี สโมสรยังเซ็น 7-8 ปีได้ เพียงแต่ตัดค่าเสื่อมได้ไม่เกิน 5 ปี ข้อสอง ค่าเสื่อมไม่ใช่การเสื่อมค่าในตลาด นักเตะอาจราคาพุ่งขึ้นแต่มูลค่าทางบัญชียังลดลงทุกปีตามสูตร ข้อสาม เวลาขายนักเตะ กำไรที่บันทึกคือราคาขายลบมูลค่าคงเหลือทางบัญชี ไม่ใช่ลบค่าตัวเดิม จึงเป็นเหตุผลที่หลายสโมสรเร่งขายเด็กอะคาเดมีก่อนปิดรอบบัญชี 30 มิถุนายน
ที่มา/อ้างอิง: UEFA Club Licensing and Financial Sustainability Regulations (Annex G.3), เว็บไซต์ทางการพรีเมียร์ลีก และรายงานของ Sky Sports เรื่องเพดาน 5 ปี และการหักแต้มของเอฟเวอร์ตัน
คำถามที่พบบ่อย
ค่าเสื่อมค่าตัวนักเตะคิดยังไงแบบสั้นที่สุด
สรุปสั้นที่สุดคือ เอาค่าตัวหารด้วยจำนวนปีของสัญญา ได้เท่าไรคือค่าใช้จ่ายที่ลงบัญชีในแต่ละปี และปัจจุบันทั้งยูฟ่าและพรีเมียร์ลีกจำกัดตัวหารไว้ไม่เกิน 5 ปี
เพดาน 5 ปี ย้อนหลังกับดีลเก่าหรือไม่
ไม่ย้อนหลัง กฎยูฟ่ามีผลกับสัญญาตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2023 ส่วนกฎพรีเมียร์ลีกที่โหวตเมื่อ 12 ธันวาคม 2023 ใช้กับสัญญาใหม่หรือที่ต่อใหม่นับจากนั้น ดีลที่ปิดก่อนหน้ายังตัดตามอายุสัญญาเดิม
ตอนนี้พรีเมียร์ลีกยังใช้ PSR อยู่ไหม
ไม่แล้ว ตั้งแต่ฤดูกาล 2026/27 พรีเมียร์ลีกใช้ Squad Cost Ratio แทน แต่ยังมีอำนาจดำเนินคดีการทำผิด PSR ในรอบบัญชีก่อนหน้าได้









