ทดเวลาบาดเจ็บ คือ เวลาที่ผู้ตัดสินเพิ่มเข้าไปในตอนท้ายของแต่ละครึ่ง เพื่อชดเชยเวลาที่เสียไประหว่างเกม เช่น การเปลี่ยนตัว อาการบาดเจ็บ การฉลองประตู การตรวจสอบ VAR และการถ่วงเวลา โดยผู้ตัดสินเป็นผู้คำนวณตามเวลาที่หายไปจริง ตามกติกาข้อที่ 7
- ทดเวลาบาดเจ็บคือเวลาที่เพิ่มท้ายครึ่ง เพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป
- ผู้ตัดสินเป็นผู้คำนวณ และเวลาที่ประกาศเป็น “ขั้นต่ำ” ต่อได้แต่ตัดไม่ได้
- เรียกได้หลายชื่อ ทั้งอินจูรี่ไทม์ แอดเด็ดไทม์ และสต็อปเพจไทม์
- ตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2022 ผู้ตัดสินจับเวลาที่เสียไปแม่นยำขึ้น ทำให้เวลาทดยาวขึ้น
- พรีเมียร์ลีกใช้แนวทางทดเวลาแบบเข้มตั้งแต่ฤดูกาล 2023-24
ทดเวลาบาดเจ็บ คือ อะไร คิดยังไง
ฟุตบอลแข่งกันสองครึ่ง ครึ่งละ 45 นาที แต่ลูกบอลไม่ได้อยู่ในเกมตลอดเวลา ทุกครั้งที่บอลออกนอกสนาม มีการฉลองประตู ผู้เล่นบาดเจ็บ หรือ VAR ตรวจสอบ เวลาก็หายไป ผู้ตัดสินจึงมีหน้าที่บวกเวลาที่เสียไปเหล่านั้นกลับเข้าไปในตอนท้ายของแต่ละครึ่ง ตามกติกาข้อที่ 7 ว่าด้วยระยะเวลาการแข่งขัน
จุดที่แฟนบอลไทยควรรู้คือ เวลาที่ผู้ช่วยผู้ตัดสินชูป้ายขึ้นมาเป็นเพียง “ขั้นต่ำ” ไม่ใช่เพดานตายตัว หากยังมีการเสียเวลาต่อเนื่อง ผู้ตัดสินสามารถต่อเวลาออกไปได้อีก แต่จะตัดให้น้อยกว่าที่ประกาศไม่ได้ นอกจากกรณีที่บอลกำลังจะเป็นประตูพอดี ก็จะปล่อยให้จบจังหวะนั้นก่อน
สามชื่อที่หมายถึงสิ่งเดียวกัน
หลายคนสับสนว่าอินจูรี่ไทม์ แอดเด็ดไทม์ และสต็อปเพจไทม์ ต่างกันไหม คำตอบคือทั้งหมดหมายถึงสิ่งเดียวกัน เป็นเพียงคำเรียกต่างกัน โดย “อินจูรี่ไทม์” เป็นคำอังกฤษดั้งเดิม ส่วน “แอดเด็ดไทม์” เป็นศัพท์ทางการของ IFAB และ “สต็อปเพจไทม์” เป็นคำแบบอเมริกัน
ทำไมยุคนี้ ทดเวลาบาดเจ็บ คือ ตัวเปลี่ยนเกม
ก่อนปี 2022 การทดเวลามักอยู่แค่ 2-4 นาทีตามความรู้สึกของผู้ตัดสิน แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ เมื่อ FIFA สั่งให้ผู้ตัดสินจับเวลาที่เสียไปจริงแบบละเอียดแล้วบวกคืนให้ครบ ผลคือหลายเกมมีเวลาทดยาวเป็นประวัติการณ์ เกม อังกฤษ พบ อิหร่าน มีการทดเวลารวมสองครึ่งถึง 27 นาที
พรีเมียร์ลีกรับแนวทางเดียวกันมาใช้ตั้งแต่ฤดูกาล 2023-24 โดย PGMOL ทำตามแนวทางของ IFAB ส่งผลให้เวลาแข่งเฉลี่ยยืดขึ้นไปแตะราว 101 นาทีต่อเกม และเวลาที่บอลอยู่ในสนามเพิ่มจากราว 54 นาที เป็นเกือบ 59 นาที ที่น่าสนใจคือ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2023-24 ยังทำสถิติมีประตูช่วงทดเวลามากที่สุดถึง 87 ลูก สะท้อนว่าช่วงท้ายเกมกลายเป็นนาทีระทึกที่พลิกผลได้เสมอ
| ยุค | ลักษณะการทดเวลา | ผลที่ตามมา |
|---|---|---|
| ก่อนปี 2022 | ประเมินคร่าว ๆ 2-4 นาที | บอลอยู่ในเกมน้อย |
| ตั้งแต่ 2023-24 | จับเวลาที่เสียไปจริง | เกมยาวขึ้น ดราม่าท้ายเกมเยอะ |
เพื่อคุมความยาวเกมไม่ให้มากเกินไป พรีเมียร์ลีกยังปรับวิธีเล็กน้อยในฤดูกาลถัด ๆ มา เช่น การกำหนดเวลามาตรฐานหลังทำประตูก่อนจะบวกเวลาฉลองเพิ่ม การเข้าใจว่า ทดเวลาบาดเจ็บ คือ เวลาที่คำนวณจากเวลาที่เสียไปจริง จะช่วยให้ดูเกมช่วงท้ายได้ลุ้นและเข้าใจมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบของ ระบบ VAR ที่กินเวลาพอสมควร
ที่มา/อ้างอิง: Premier League – Added time impact และ BBC Sport
คำถามที่พบบ่อย
ใครเป็นคนกำหนดเวลาทด
ผู้ตัดสินเป็นผู้คำนวณและกำหนดเวลาทดตามกติกาข้อที่ 7 โดยอิงจากเวลาที่เสียไปจริงในเกม
ผู้ตัดสินตัดเวลาให้น้อยกว่าที่ประกาศได้ไหม
ไม่ได้ เวลาที่ประกาศเป็นขั้นต่ำ ผู้ตัดสินต่อเวลาเพิ่มได้หากยังมีการเสียเวลา แต่ตัดให้น้อยกว่าที่ประกาศไม่ได้
ทำไมพรีเมียร์ลีกยุคนี้เวลาทดถึงยาว
เพราะตั้งแต่ฤดูกาล 2023-24 ผู้ตัดสินจับเวลาที่เสียไปจริงแบบละเอียดแล้วบวกคืนให้ครบ ทำให้เวลาแข่งเฉลี่ยยาวขึ้น
โดยสรุป ทดเวลาบาดเจ็บ คือ กลไกที่ทำให้ทุกวินาทีที่เสียไปถูกคืนกลับสู่เกม เมื่อเข้าใจว่ามันคำนวณจากเวลาจริงและเป็นเพียงขั้นต่ำ การลุ้นช่วงท้ายเกมพรีเมียร์ลีกก็จะสนุกและเข้าใจมากขึ้น









