แท็กเกิล คือ การที่ผู้เล่นใช้เท้าเข้าแย่งหรือสกัดบอลออกจากเท้าของฝ่ายตรงข้ามโดยตรง เป็นทักษะพื้นฐานของเกมรับในฟุตบอล ทำได้ทั้งแบบยืนเข้าปะทะและแบบสไลด์ไปกับพื้น จุดสำคัญคือต้องเล่นที่ลูกบอล หากเข้าปะทะอย่างประมาท สุ่มเสี่ยง หรือใช้กำลังเกินจำเป็น ผู้ตัดสินจะลงโทษตามกติกาข้อ 12
- แท็กเกิลเป็นการเข้าแย่งบอลจากคนที่ครองบอลอยู่ ต่างจากการตัดบอล (interception) ที่สกัดลูกระหว่างทาง
- ประเภทหลักที่เห็นบ่อยคือ บล็อกแท็กเกิล โพกแท็กเกิล และสไลด์แท็กเกิล
- กติกาข้อ 12 ของ IFAB แบ่งความผิดเป็น 3 ระดับ คือ ประมาท สุ่มเสี่ยง และใช้กำลังเกินจำเป็น
- แท็กเกิลที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของคู่แข่งถือเป็นการเล่นผิดกติการ้ายแรง โดนใบแดงทันที
- กองหลังเก่ง ๆ ไม่ได้วัดกันที่จำนวนแท็กเกิล แต่วัดที่จังหวะและการยืนตำแหน่ง
แท็กเกิล คือ อะไร ต่างจากการตัดบอลอย่างไร
คำว่า tackle ในฟุตบอลยืมมาจากรักบี้ในศตวรรษที่ 19 แต่ความหมายในเกมลูกหนังต่างออกไป เพราะฟุตบอลไม่อนุญาตให้คว้าตัวหรือดึงคู่แข่งลงพื้น ผู้เล่นทำได้เพียงใช้เท้าเข้าแย่งลูกบอลเท่านั้น ดังนั้นเมื่อแฟนบอลไทยได้ยินผู้บรรยายพูดว่า “แท็กเกิลสวย” หมายถึงจังหวะที่กองหลังหรือมิดฟิลด์เข้าแย่งบอลได้สะอาด โดนลูกก่อนโดนขา
สิ่งที่มักสับสนกันคือแท็กเกิลกับการตัดบอล การตัดบอลเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นอ่านทางจ่ายแล้วยื่นเท้าหรือขยับตัวไปดักลูกที่กำลังเคลื่อนที่ระหว่างผู้เล่นสองคน ส่วนแท็กเกิลคือการเข้าไปแย่งจากคนที่ครองบอลอยู่ในขณะนั้น ในสถิติเกมรับยุคใหม่สองค่านี้จึงถูกนับแยกกันเสมอ
ประเภทของแท็กเกิลที่เห็นบ่อยในเกม
บล็อกแท็กเกิล (Block Tackle)
ผู้เล่นยืนเผชิญหน้ากับคนครองบอล แล้วใช้ด้านในของเท้าวางขวางลูกบอลอย่างมั่นคง ใช้น้ำหนักตัวกดลงไปเพื่อแย่งบอลมา เป็นแท็กเกิลที่ปลอดภัยและควบคุมได้มากที่สุด โค้ชเยาวชนจึงมักสอนท่านี้ก่อนท่าอื่น
โพกแท็กเกิล (Poke Tackle)
การยื่นปลายเท้าไปเขี่ยบอลออกจากเท้าคู่แข่งในจังหวะที่เขาเผลอปล่อยลูกห่างตัว ไม่ต้องปะทะแรง แต่ต้องอาศัยจังหวะและความไว เหมาะกับการไล่จากด้านข้างเมื่อวิ่งคู่กันไป
สไลด์แท็กเกิล (Slide Tackle)
ผู้เล่นสไลด์ตัวไปกับพื้นพร้อมยื่นขาเพื่อเตะบอลออก เป็นท่าที่ดูตื่นเต้นที่สุดและถูกใช้เมื่อเป็นทางเลือกสุดท้าย เช่น กองหน้าหลุดเดี่ยวหรือบอลกำลังจะออกข้างสนาม ข้อเสียคือเมื่อลงไปนอนกับพื้นแล้วผู้เล่นจะลุกกลับมาป้องกันต่อไม่ทัน และถ้าจังหวะพลาดเพียงเสี้ยววินาทีก็เสี่ยงต่อการเข้าขาคู่แข่งจนโดนใบเหลืองหรือใบแดง
| ประเภทแท็กเกิล | วิธีทำ | ความเสี่ยงฟาวล์ | ใช้เมื่อไร |
|---|---|---|---|
| บล็อกแท็กเกิล | ยืนเผชิญหน้า ใช้ข้างเท้าขวางบอล | ต่ำ | ดวลตัวต่อตัวกลางสนาม |
| โพกแท็กเกิล | ยื่นปลายเท้าเขี่ยบอลออก | ต่ำถึงปานกลาง | ไล่ประกบจากด้านข้าง |
| สไลด์แท็กเกิล | สไลด์ไปกับพื้นแล้วเตะบอลออก | สูง | ทางเลือกสุดท้ายเมื่อไล่ไม่ทัน |
กติกาแท็กเกิล เมื่อไรเป็นฟาวล์ ใบเหลือง หรือใบแดง
คณะกรรมการกติกาฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) กำหนดไว้ในกติกาข้อ 12 ว่า การแท็กเกิลหรือเข้าปะทะที่ผู้ตัดสินเห็นว่าประมาท สุ่มเสี่ยง หรือใช้กำลังเกินจำเป็น จะถูกลงโทษด้วยลูกฟรีคิกโดยตรง และถ้าเกิดในเขตโทษของตัวเองจะกลายเป็นลูกจุดโทษ จากนั้นจึงพิจารณาโทษทางวินัยตามระดับความรุนแรง
- ประมาท (careless) คือขาดความระมัดระวัง ได้ลูกฟรีคิก แต่ไม่ต้องแจกใบ
- สุ่มเสี่ยง (reckless) คือรู้ว่าอาจเป็นอันตรายต่อคู่แข่งแต่ยังทำ ต้องได้ใบเหลือง
- ใช้กำลังเกินจำเป็น (excessive force) คือใช้แรงเกินกว่าที่ต้องใช้หรือทำให้คู่แข่งเสี่ยงบาดเจ็บ ต้องได้ใบแดง
นอกจากนี้ IFAB ยังระบุชัดว่าแท็กเกิลที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของคู่แข่งถือเป็น “การเล่นผิดกติการ้ายแรง” (serious foul play) ซึ่งเป็นความผิดที่ต้องไล่ออกจากสนาม ตัวอย่างที่เห็นบ่อยคือการพุ่งเข้าไปด้วยปุ่มสตั๊ดยกสูง หรือสองเท้าลอยจากพื้น ต่อให้โดนบอลก่อนก็อาจโดนใบแดงได้ เพราะผู้ตัดสินดูที่ความเป็นอันตรายของท่า ไม่ได้ดูแค่ว่าโดนบอลหรือไม่
ในประวัติศาสตร์ ฟีฟ่าเคยประกาศให้การแท็กเกิลจากด้านหลังที่เป็นอันตรายเป็นความผิดที่ต้องแจกใบแดงในฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส และแนวคิดนี้ยังสะท้อนอยู่ในกติกาปัจจุบัน แท็กเกิลจากด้านหลังจึงเป็นท่าที่กองหลังยุคใหม่หลีกเลี่ยงมากที่สุด
แท็กเกิลที่ดีต้องมีอะไรบ้าง
กองหลังระดับโลกมักพูดตรงกันว่าแท็กเกิลที่ดีที่สุดคือแท็กเกิลที่ไม่ต้องทำ เพราะถ้ายืนตำแหน่งถูกและอ่านเกมขาด คู่แข่งจะไม่มีช่องให้เลี้ยงผ่านตั้งแต่แรก แต่เมื่อถึงจังหวะที่ต้องเข้าปะทะจริง มีหลักที่ควรจำดังนี้
- เลือกจังหวะเข้าตอนที่คู่แข่งปล่อยบอลห่างเท้า ไม่ใช่ตอนบอลติดเท้า
- เล็งที่ลูกบอล ให้เท้าโดนบอลก่อนส่วนอื่นเสมอ
- ลดจุดศูนย์ถ่วงและล็อกข้อเท้าให้มั่นคง เพื่อป้องกันตัวเองบาดเจ็บ
- สไลด์เฉพาะเมื่อจำเป็น เพราะเมื่อลงไปกับพื้นแล้วจะหมดสิทธิ์แก้ตัว
อีกประเด็นที่แฟนบอลควรรู้คือ ตัวเลขจำนวนแท็กเกิลต่อเกมไม่ได้บอกทุกอย่าง กองกลางที่ทีมเสียการครองบอลบ่อยจะมีโอกาสเข้าแท็กเกิลมากเป็นธรรมดา ขณะที่กองหลังที่ยืนตำแหน่งเก่งอาจทำแท็กเกิลน้อยแต่ทีมแทบไม่เสียโอกาสเลย การอ่านสถิติเกมรับจึงต้องดูประกอบกับการตัดบอลและการยืนตำแหน่งเสมอ ถ้าอยากเห็นการวิเคราะห์เกมรับของแต่ละทีมก่อนลงสนาม ลองอ่านได้ที่หน้า วิเคราะห์บอล
ที่มา/อ้างอิง: IFAB กติกาข้อ 12 การกระทำผิดกติกาและผิดมารยาท · The Christian Science Monitor (1998) · Wikipedia: Tackle
คำถามที่พบบ่อย
แท็กเกิล คือ อะไร ในภาษาฟุตบอล
แท็กเกิล คือ การใช้เท้าเข้าแย่งหรือสกัดบอลออกจากเท้าของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่กำลังครองบอลอยู่ เป็นทักษะหลักของเกมรับ
สไลด์แท็กเกิลผิดกติกาไหม
ไม่ผิด ถ้าเล่นที่ลูกบอลและไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าเข้าอย่างสุ่มเสี่ยงจะได้ใบเหลือง และถ้าใช้กำลังเกินจำเป็นหรือเป็นอันตรายต่อคู่แข่งจะได้ใบแดง
โดนบอลก่อนแล้วยังโดนใบแดงได้หรือไม่
ได้ เพราะกติกาข้อ 12 พิจารณาที่ความเป็นอันตรายของการเข้าปะทะ หากเข้าด้วยปุ่มสตั๊ดยกสูงหรือแรงเกินไปจนคู่แข่งเสี่ยงบาดเจ็บ ก็ถือเป็นการเล่นผิดกติการ้ายแรง




