เกี่ยวกับทีม
ทีมชาติเบลเยียม คือทีมฟุตบอลตัวแทนของประเทศเบลเยียมในการแข่งขันฟุตบอลชายระดับนานาชาติ อยู่ภายใต้การดูแลของราชสมาคมฟุตบอลเบลเยียม มีฉายาว่าปีศาจแดงแดนน้ำหอม ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 1906 ตามสีเสื้อแดงประจำชาติ ผลงานดีที่สุดในฟุตบอลโลกคืออันดับ 3 เมื่อปี 2018
ประวัติและจุดกำเนิด
เบลเยียมลงเล่นนัดระดับนานาชาตินัดแรกในปี 1904 และเป็นหนึ่งในชาติแรก ๆ ของยุโรปภาคพื้นทวีปที่เล่นฟุตบอล ราชสมาคมฟุตบอลเบลเยียมยังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งทั้งฟีฟ่าและยูฟ่า ทีมใช้สนามคิง โบดวง สตาดิโอน ในกรุงบรัสเซลส์เป็นรังเหย้าสำหรับเกมส่วนใหญ่ ความสำเร็จครั้งแรกเกิดขึ้นในกีฬาโอลิมปิก 1920 ที่เบลเยียมเป็นเจ้าภาพ และคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ หลังคู่แข่งอย่างเชโกสโลวาเกียเดินออกจากสนามในนัดชิงชนะเลิศท่ามกลางข้อโต้แย้ง
ยุคทองครั้งแรก
ช่วงทศวรรษ 1980 ถึงต้นทศวรรษ 1990 ถือเป็นยุคทองครั้งแรกของเบลเยียม ภายใต้การคุมทีมของกี ธีส พวกเขาเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1980 และคว้ารองแชมป์ ก่อนจะทำผลงานดีที่สุดในฟุตบอลโลกยุคนั้นด้วยการคว้าอันดับ 4 ในปี 1986 นอกจากนี้เบลเยียมยังเคยจบอันดับ 3 ในยูโร 1972 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเป็นยุคของโปล ฟาน ฮิมสต์ นักเตะที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดของเบลเยียมในศตวรรษที่ 20
จุดแข็งเชิงยุทธวิธีที่เป็นเอกลักษณ์ของเบลเยียมคือการใช้กับดักล้ำหน้าอย่างเป็นระบบ ซึ่งเริ่มใช้อย่างเข้มข้นตั้งแต่ยุคของเรมง เกอตัลส์ในทศวรรษ 1970
ยุคทองครั้งที่สอง
ยุคทองครั้งที่สองเริ่มขึ้นในทศวรรษ 2010 จากผลผลิตของระบบเยาวชนที่วางรากฐานไว้ นักเตะกลุ่มนี้ประกอบด้วยยาน แฟร์ตองเกน กองหลังที่ลงเล่นให้ทีมชาติมากที่สุดตลอดกาล แว็งซองต์ กอมปานี เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางตัวรุกระดับโลก และเอเดน อาซาร์ รวมถึงตีโบ กูร์ตัวส์ และดรีส แมร์เตนส์ ทีมชุดนี้พาเบลเยียมขึ้นสู่อันดับ 1 ของโลกครั้งแรกในปี 2015 และคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ซึ่งเป็นผลงานดีที่สุดในประวัติศาสตร์
ข้อเท็จจริงที่สะท้อนเรื่องราวของทีมชุดนี้คือ เบลเยียมเป็นชาติเดียวที่เคยครองอันดับ 1 ของโลกโดยไม่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกหรือแชมป์ระดับทวีปรายการใหญ่เลย โรแบร์โต มาร์ติเนซ กุนซือระหว่างปี 2016 ถึง 2022 คือผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุดในเชิงสถิติ ด้วยค่าเฉลี่ยแต้มต่อนัดสูงที่สุดเท่าที่เบลเยียมเคยมี
ช่วงเปลี่ยนผ่านและกุนซือคนปัจจุบัน
หลังตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2022 เบลเยียมเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของนักเตะรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ โดยโดเมนิโก เตเดสโก เข้ามาคุมทีมในปี 2023 และพาทีมถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายในยูโร 2024 ก่อนถูกปลดในเดือนมกราคม 2025 จากนั้นรูดี การ์เซีย เข้ารับตำแหน่งกุนซือคนปัจจุบัน โดยเน้นการผสมผสานนักเตะรุ่นใหม่เข้ากับแกนหลักเดิม และพาทีมผ่านรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 ในกลุ่มเจ
เส้นทางในฟุตบอลโลก 2026
ในฟุตบอลโลก 2026 เบลเยียมอยู่ในกลุ่มจีร่วมกับอียิปต์ อิหร่าน และนิวซีแลนด์ พวกเขาเริ่มต้นไม่สวยด้วยการตามหลังก่อนเสมออียิปต์ ต่อด้วยเสมออิหร่านทั้งที่เหลือผู้เล่น 10 คน และผ่านเข้ารอบด้วยการถล่มนิวซีแลนด์ในนัดสุดท้าย
ในรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เบลเยียมพลิกสถานการณ์เหนือเซเนกัลอย่างเหลือเชื่อ จากที่ตามหลัง 0–2 เหลือเวลาอีกเพียง 4 นาที โรเมลู ลูกากู ไล่ตีไข่แตก ก่อนยูรี ตีเลอมันส์ โหม่งตีเสมอในสามนาทีต่อมา และซัดจุดโทษชัยในช่วงท้ายของการต่อเวลาพิเศษ ชนะไป 3–2 จากนั้นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายวันที่ 6 กรกฎาคม เบลเยียมเอาชนะสหรัฐอเมริกา 4–1 โดยชาร์ล เดอ เกเตอลาเร ทำสองประตู และจะพบสเปนในรอบก่อนรองชนะเลิศวันที่ 10 กรกฎาคม 2026 ที่เมืองอิงเกิลวูด
ความสำคัญในวงการ
เบลเยียมมีคู่ปรับดั้งเดิมคือเนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศส โดยเคยพบกันแทบทุกปีระหว่างปี 1905 ถึง 1967 ผลงานที่น่าจดจำอีกอย่างคือการเอาชนะแชมป์โลกคนปัจจุบันได้ถึงสี่ชาติ ทั้งเยอรมนีตะวันตก บราซิล อาร์เจนตินา และฝรั่งเศส ในช่วงปี 1954 ถึง 2002 แม้จะยังไม่เคยคว้าแชมป์รายการใหญ่ แต่โมเดลการพัฒนาเยาวชนของเบลเยียมถูกยกให้เป็นต้นแบบของชาติเล็กที่ก้าวขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของโลก
ผู้เล่นชุดปัจจุบัน
เกียรติยศ / ความสำเร็จ
- แชมป์ทีมชาติ1920
- รองแชมป์ทีมชาติ1980
- รางวัลส่วนตัวทีมชาติ2018
- รางวัลส่วนตัวทีมชาติ1986
- รางวัลส่วนตัวทีมชาติ1972


