โซนตกชั้น คือ ตำแหน่ง 3 อันดับสุดท้ายของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกเมื่อจบฤดูกาล ซึ่งทีมที่อยู่ในโซนนี้จะต้องตกชั้นลงไปเล่นในอีเอฟแอล แชมเปียนชิพ (EFL Championship) ซึ่งเป็นลีกระดับสองของฟุตบอลอังกฤษโดยอัตโนมัติ ไม่มีการเพลย์ออฟหรือโอกาสแก้ตัวใด ๆ ระบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเลื่อนชั้น-ตกชั้น (Promotion and Relegation) ที่ใช้กันในฟุตบอลอังกฤษมาอย่างยาวนาน และถือเป็นหนึ่งในความกดดันที่หนักที่สุดที่ทุกสโมสรในพรีเมียร์ลีกต้องเผชิญทุกฤดูกาล
- โซนตกชั้นคืออันดับที่ 18, 19 และ 20 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกเมื่อจบฤดูกาล
- ทีมที่ตกชั้นจะถูกแทนที่ด้วย 3 ทีมจากอีเอฟแอล แชมเปียนชิพที่เลื่อนชั้นขึ้นมาในฤดูกาลถัดไป
- การตกชั้นส่งผลกระทบทางการเงินมหาศาล เพราะสูญเสียรายได้ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดของพรีเมียร์ลีก
- พรีเมียร์ลีกมีระบบ “Parachute Payment” จ่ายเงินชดเชยให้ทีมตกชั้นในช่วงเปลี่ยนผ่านหลายปี
- อันดับ 17 หรือที่เรียกว่า “โซนปลอดภัยเส้นบาง” มักเป็นจุดที่การแข่งขันหนีตกชั้นดุเดือดที่สุดในแต่ละฤดูกาล
ระบบเลื่อนชั้น-ตกชั้นในฟุตบอลอังกฤษ
โซนตกชั้น คือ ส่วนหนึ่งของระบบเลื่อนชั้น-ตกชั้น (Promotion and Relegation) ที่เป็นเอกลักษณ์ของโครงสร้างฟุตบอลอังกฤษ ต่างจากลีกกีฬาบางประเภทในอเมริกาที่ทีมท้ายตารางไม่มีความเสี่ยงตกชั้นเลย ในระบบของอังกฤษ เมื่อจบฤดูกาลพรีเมียร์ลีก ทีมที่อยู่อันดับ 18, 19 และ 20 ซึ่งอยู่ท้ายตารางที่สุดจะต้องตกชั้นลงไปเล่นในอีเอฟแอล แชมเปียนชิพโดยอัตโนมัติ ขณะเดียวกันสามทีมอันดับต้นของอีเอฟแอล แชมเปียนชิพจะได้เลื่อนชั้นขึ้นมาแทนที่ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลถัดไป
ทีมใดบ้างที่เลื่อนชั้นมาแทนที่
ระบบเลื่อนชั้นของอีเอฟแอล แชมเปียนชิพกำหนดให้ทีมอันดับ 1 และ 2 ของตารางเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกโดยตรง ส่วนตำแหน่งที่สามจะถูกตัดสินผ่านรอบเพลย์ออฟระหว่างทีมอันดับ 3 ถึง 6 ของตาราง ทำให้การไล่ล่าตำแหน่งเลื่อนชั้นในลีกรองก็มีความดุเดือดไม่แพ้การหนีโซนตกชั้นในพรีเมียร์ลีกเลย
ผลกระทบทางการเงินของการตกชั้น
การตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องเกียรติยศ แต่ยังกระทบต่อรายได้ของสโมสรอย่างมหาศาล เพราะพรีเมียร์ลีกมีมูลค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดสูงกว่าอีเอฟแอล แชมเปียนชิพหลายเท่าตัว สโมสรที่ตกชั้นจึงมักสูญเสียรายได้หลักไปทันที เพื่อบรรเทาผลกระทบนี้ พรีเมียร์ลีกมีระบบที่เรียกว่า Parachute Payment ซึ่งเป็นเงินชดเชยที่จ่ายให้ทีมตกชั้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เพื่อช่วยให้สโมสรปรับตัวทางการเงินได้ราบรื่นขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ทำไมการหนีตกชั้นถึงกดดันมากขึ้นทุกปี
ด้วยช่องว่างรายได้ที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างพรีเมียร์ลีกกับอีเอฟแอล แชมเปียนชิพ ทำให้แรงกดดันในการหนีโซนตกชั้นทวีความรุนแรงขึ้นทุกฤดูกาล หลายสโมสรถึงขั้นเปลี่ยนผู้จัดการทีมกลางฤดูกาลเพื่อพยายามพลิกสถานการณ์ และการแข่งขันในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลระหว่างทีมที่ลุ้นหนีตกชั้นมักเข้มข้นไม่แพ้การชิงแชมป์เลย
เปรียบเทียบโซนต่าง ๆ ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
| โซนในตาราง | อันดับ | ผลลัพธ์เมื่อจบฤดูกาล |
|---|---|---|
| โซนแชมเปียนส์ลีก | 1-4 (หรือ 1-5 ตามโควตา) | ได้สิทธิ์เล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก |
| โซนยูโรปาลีก/คอนเฟอเรนซ์ลีก | 5-7 โดยประมาณ | ได้สิทธิ์เล่นบอลถ้วยยุโรปรอง |
| กลางตาราง | 8-17 โดยประมาณ | ไม่มีผลกระทบพิเศษ |
| โซนตกชั้น | 18-20 | ตกชั้นสู่อีเอฟแอล แชมเปียนชิพ |
ติดตามตารางคะแนนและสถานการณ์หนีตกชั้นพรีเมียร์ลีกล่าสุดได้ที่ หมวดข่าวฟุตบอล หรืออ่านความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบลีกอังกฤษเพิ่มเติมที่ หมวดรอบรู้ฟุตบอล ของเรา ข้อมูลตารางคะแนนอย่างเป็นทางการสามารถติดตามได้ที่ เว็บไซต์ทางการของพรีเมียร์ลีก และ เว็บไซต์ทางการของ EFL
ระบบเลื่อนชั้น-ตกชั้นระหว่างพรีเมียร์ลีกกับอีเอฟแอล แชมเปียนชิพใช้มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่พรีเมียร์ลีกก่อตั้งขึ้นในฤดูกาล 1992-93 โดยกำหนดให้มีทีมตกชั้นและเลื่อนชั้นฝั่งละ 3 ทีมในทุกฤดูกาล
ที่มา/อ้างอิง: ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ทางการของพรีเมียร์ลีกและ English Football League (EFL)
คำถามที่พบบ่อย
โซนตกชั้น คือ อะไรแบบสรุปสั้นที่สุด
คือ 3 อันดับสุดท้ายของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกเมื่อจบฤดูกาล ได้แก่อันดับ 18, 19 และ 20 ซึ่งทีมที่อยู่ในโซนนี้จะตกชั้นไปเล่นในอีเอฟแอล แชมเปียนชิพโดยอัตโนมัติ
ทีมที่ตกชั้นมีโอกาสเพลย์ออฟแก้ตัวหรือไม่
ไม่มี การตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกเป็นการตัดสินโดยอัตโนมัติจากอันดับตารางคะแนนเมื่อจบฤดูกาล ไม่มีรอบเพลย์ออฟหรือโอกาสแก้ตัวใด ๆ ต่างจากฝั่งเลื่อนชั้นของอีเอฟแอล แชมเปียนชิพที่มีเพลย์ออฟสำหรับตำแหน่งที่สาม
Parachute Payment คืออะไร
คือเงินชดเชยที่พรีเมียร์ลีกจ่ายให้สโมสรที่ตกชั้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบทางการเงินจากการสูญเสียรายได้ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่สูงกว่าลีกรองมาก









