ประวัติ
เออร์ลิง ฮาลันด์ คือกองหน้าตัวเป้าชาวนอร์เวย์ ปัจจุบันค้าแข้งกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี ในพรีเมียร์ลีก และเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาตินอร์เวย์ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดคนหนึ่งของโลกและเป็นนักฟุตบอลนอร์เวย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ด้วยจุดเด่นเรื่องความเร็ว พละกำลัง การหาจังหวะยืนตำแหน่ง และการจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ
ช่วงต้นชีวิตและเยาวชน
ฮาลันด์เกิดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2000 ที่เมืองลีดส์ ประเทศอังกฤษ ในช่วงที่อัลฟ์-อิงเก ฮาลันด์ ผู้เป็นพ่อ ค้าแข้งอยู่กับลีดส์ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีก ส่วนแม่ของเขาคือกรี มาริตา เบราต์ อดีตนักกีฬาสัตตกรีฑาระดับแชมป์ประเทศนอร์เวย์ ครอบครัวย้ายกลับไปอยู่ที่เมืองบรีเนอ ทางตอนใต้ของนอร์เวย์ เมื่อฮาลันด์อายุราวสามขวบ เขาเติบโตมากับการเล่นกีฬาหลายชนิดทั้งฟุตบอล แฮนด์บอล กอล์ฟ และกรีฑา และในวัยรุ่นเคยได้รับการทาบทามจากทีมชาติแฮนด์บอลนอร์เวย์ด้วย
เขาเข้าสู่อคาเดมีของสโมสรบรีเนอตั้งแต่วัยเด็ก และได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2016 ก่อนอายุครบ 16 ปีเพียงสามเดือน
เส้นทางสโมสร: บรีเนอ ถึง โมลด์
ในปี 2017 ฮาลันด์ย้ายไปร่วมทีมโมลด์ เอฟเค ในลีกสูงสุดของนอร์เวย์ ภายใต้การคุมทีมของอูเล กุนนาร์ ซุลชาร์ อดีตเพื่อนร่วมทีมชาติของพ่อเขา ช่วงเวลานี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางร่างกาย เขาเพิ่มน้ำหนักกล้ามเนื้อขึ้นราว 15 กิโลกรัม ฤดูกาลแรกเขายิงได้ 2 ประตูจาก 14 นัด ซึ่งส่วนใหญ่ลงมาจากม้านั่งสำรอง ก่อนระเบิดฟอร์มในฤดูกาลที่สองด้วย 12 ประตูจากการเป็นตัวจริง 17 นัด จบสถิติกับโมลด์ที่ 39 นัด 14 ประตู
เรด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก และการแจ้งเกิดในยุโรป
เดือนมกราคม 2019 ฮาลันด์ย้ายไปเรด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก ในออสเตรียน บุนเดสลีกา หลังลงเล่นน้อยในช่วงแรก เขากลายเป็นตัวจริงตั้งแต่เดือนกรกฎาคมและยิงประตูแทบทุกนัด จุดที่ทำให้ทั้งโลกจับตาคือเกมยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกนัดเปิดตัวเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2019 พบเกงก์ ซึ่งเขายิงแฮตทริกภายในครึ่งแรก
ต่อมาในวันที่ 27 พฤศจิกายนปีเดียวกัน เขายิงใส่เกงก์อีกครั้ง กลายเป็นวัยรุ่นคนแรกที่ทำประตูได้ในห้านัดติดต่อกันของแชมเปียนส์ลีก เข้าร่วมกลุ่มเดียวกับเดล ปิเอโร เนย์มาร์ คริสเตียโน โรนัลโด และโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ตลอดเวลาที่ซัลซ์บวร์กเขายิงรวม 29 ประตู โดย 28 ลูกมาจากเพียง 22 นัดในฤดูกาล 2019–20 พร้อมคว้าแชมป์ออสเตรียน บุนเดสลีกาและออสเตรียน คัพ
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
วันที่ 29 ธันวาคม 2019 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ประกาศคว้าตัวฮาลันด์ด้วยค่าตัวราว 20 ล้านยูโร สัญญาสี่ปีครึ่ง ท่ามกลางข่าวลือว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และยูเวนตุส ก็สนใจเช่นกัน เขาระเบิดฟอร์มทันทีด้วย 5 ประตูแรกในเวลาเพียง 56 นาทีลงสนาม และไปถึง 50 ประตูในบุนเดสลีกาจากการลงเล่น 50 นัด ทำลายสถิติเดิม 59 นัดของทีโม โคนิเอทซ์กา ที่ยืนมาตั้งแต่ปี 1965 ตลอดสองปีครึ่งกับดอร์ทมุนด์เขาทำได้ 86 ประตูจาก 89 นัดในทุกรายการ และคว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ฤดูกาล 2020–21
แมนเชสเตอร์ ซิตี และการทำลายสถิติ
ในปี 2022 ฮาลันด์ย้ายมาแมนเชสเตอร์ ซิตี ด้วยค่าตัวราว 60 ล้านยูโร หรือ 51.2 ล้านปอนด์ และคว้าทริปเปิลแชมป์ทันทีในฤดูกาลแรก เขาสร้างสถิติยิงประตูมากที่สุดในหนึ่งฤดูกาลพรีเมียร์ลีกด้วย 36 ประตู และยิงรวมทุกรายการ 52 ประตู คว้ารองเท้าทองคำพรีเมียร์ลีก รวมถึงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมและดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ กลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่คว้าทั้งสองรางวัลในปีเดียวกัน
เขายังเป็นผู้เล่นที่ไปถึง 50 และ 100 ประตูในพรีเมียร์ลีกเร็วที่สุด โดยใช้เพียง 48 นัดและ 111 นัดตามลำดับ ทำลายสถิติของแอนดี โคล และอลัน เชียเรอร์ นอกจากนี้ยังเป็นผู้เล่นที่ทำ 50 ประตูในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้เร็วที่สุด ในเดือนมกราคม 2025 เขาต่อสัญญากับสโมสรไปจนถึงปี 2034 ซึ่งเป็นสัญญาที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก และในวันที่ 7 มกราคม 2026 เขายิงประตูที่ 150 ให้สโมสรจากจุดโทษในเกมเสมอไบรตัน 1–1
อาชีพทีมชาติ
ฮาลันด์ผ่านทีมชาติชุดเยาวชนหลายรุ่น ผลงานที่โด่งดังที่สุดคือฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ปี 2019 ที่โปแลนด์ ซึ่งเขายิงคนเดียว 9 ประตูในเกมที่นอร์เวย์ถล่มฮอนดูรัส 12–0 และคว้ารองเท้าทองคำประจำรายการ แม้ทีมจะตกรอบแบ่งกลุ่ม เขาเดบิวต์ทีมชาติชุดใหญ่ในเดือนกันยายน 2019
เขาแซงสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาตินอร์เวย์ที่ยืนยงมานานราว 90 ปี โดยไปถึง 50 ประตูจาก 46 นัดในเดือนตุลาคม 2025 ระหว่างทางเขายิงคนเดียว 5 ประตูในเกมรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกที่พบมอลโดวา เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2025 ก่อนเปิดฟุตบอลโลก 2026 สถิติของเขาอยู่ที่ 55 ประตูจาก 49 นัด
ฟุตบอลโลก 2026
ฟุตบอลโลก 2026 คือรายการใหญ่ระดับทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในอาชีพของฮาลันด์ หลังนอร์เวย์ยุติการรอคอย 28 ปี ด้วยการชนะรวดทั้งแปดนัดในรอบคัดเลือก เขายิงสองประตูในนัดเปิดสนามที่ชนะอิรัก 4–1 อีกสองประตูในเกมชนะเซเนกัล 3–2 จากนั้นซัดประตูชัยให้ชนะไอวอรีโคสต์ 2–1 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย และยิงสองประตูใส่บราซิลในเกมชนะ 2–1 รอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2026 ส่งนอร์เวย์เข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รวม 7 ประตูจาก 4 นัด ขึ้นนำในการชิงรางวัลรองเท้าทองคำ
สไตล์การเล่นและเกียรติยศ
ด้วยความสูง 1.95 เมตร ฮาลันด์ผสมผสานพละกำลังเข้ากับความเร็วอย่างหาตัวจับยาก จุดแข็งคือการวิ่งตัดหลังแนวรับ การยืนตำแหน่งในกรอบเขตโทษ และการจบสกอร์ด้วยเท้าซ้ายที่ทรงพลัง เกียรติยศระดับสโมสรของเขาครอบคลุมแชมป์ออสเตรียน บุนเดสลีกาและออสเตรียน คัพกับซัลซ์บวร์ก แชมป์เดเอฟเบ โพคาลกับดอร์ทมุนด์ และแชมป์พรีเมียร์ลีก ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก เอฟเอ คัพ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และอีเอฟแอล คัพ กับแมนเชสเตอร์ ซิตี ส่วนรางวัลส่วนตัวมีทั้งรองเท้าทองคำพรีเมียร์ลีก ดาวซัลโวยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก และรองเท้าทองคำยุโรป ฤดูกาล 2022–23
สถิติรวมทั้งอาชีพ
รวมจากข้อมูลที่บันทึกในระบบ
อาชีพค้าแข้ง (สโมสร)
| ทีม | ช่วงเวลา | ตำแหน่ง | เบอร์ |
|---|---|---|---|
| แมนเชสเตอร์ ซิตี | 2022–ปัจจุบัน | กองหน้า | 9 |
| แมนเชสเตอร์ ซิตี | 2022–ปัจจุบัน | กองหน้า | 9 |
| แอร์เบ ไลป์ซิก | 2020–2022 | กองหน้า | 0 |
| โมลเด | 2017–2019 | กองหน้า | 0 |
| อัสเกอร์ | 2016–2017 | กองหน้า | 0 |
ทีมชาติ
| ทีม | ช่วงเวลา | ตำแหน่ง | เบอร์ |
|---|---|---|---|
| ฟุตบอลทีมชาตินอร์เวย์ | 2019–ปัจจุบัน | กองหน้า | 9 |
| ฟุตบอลทีมชาตินอร์เวย์ | 2019–ปัจจุบัน | กองหน้า | 0 |
สถิติ
| รายการ | ซีซั่น | สถิติ | ค่า |
|---|---|---|---|
| ทีมชาติ | รวม | ลงเล่น | 49 |
| ทีมชาติ | รวม | ประตู | 55 |
| พรีเมียร์ลีก | 2022–23 | ประตู | 36 |
เกียรติยศ
- แชมป์ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2022–23
- แชมป์ แชมป์เดเอฟเบ โพคาล 2020–21 2020–21
- รางวัลส่วนตัว พรีเมียร์ลีก 2022–23
คลิปที่เกี่ยวข้อง
ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง
นักกีฬาที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
ข้อมูลอ้างอิง: https://en.wikipedia.org/wiki/Erling_Haaland · ข้อเท็จจริงบางส่วนจาก Wikidata (CC0)
