clubheng

ลูกส้นหลัง คือ อะไร ความหมายของการเตะด้วยส้นเท้า จังหวะที่ใช้ และตัวอย่างในเกมจริง

แชร์บทความนี้FacebookXLINE

ลูกส้นหลัง คือ การเตะหรือเขี่ยลูกฟุตบอลด้วยส้นเท้าให้บอลเคลื่อนไปทางด้านหลังของผู้เล่น ในภาษาอังกฤษเรียกว่า แบ็คฮีล (Backheel) ใช้ได้ทั้งการจ่ายบอลให้เพื่อนที่วิ่งตามมา และการยิงประตูในจังหวะที่หันหลังให้ประตู เป็นทักษะที่ช่วยเปลี่ยนทิศทางเกมได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาหมุนตัว

  • ลูกส้นหลังใช้ส้นเท้าส่งบอลไปด้านหลัง เหมาะกับจังหวะที่ผู้เล่นหันหลังให้ทิศทางที่ต้องการส่งบอล
  • ใช้ได้ทั้งจ่ายบอล ยิงประตู และเลี้ยงหลบคู่แข่งในพื้นที่แคบ
  • กติกาไม่ได้ห้ามการใช้ส้นเท้า แต่การเตะจุดโทษต้องให้บอลเคลื่อนไปข้างหน้า
  • ตั้งแต่ฤดูกาล 2016-17 การเขี่ยลูกเริ่มเกมส่งบอลไปทิศทางใดก็ได้ จึงเห็นการใช้ส้นหลังในจังหวะคิกออฟได้
  • ประตูส้นหลังที่โด่งดัง เช่น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงอิตาลีในยูโร 2004

ลูกส้นหลัง คือ อะไร และต่างจากการเตะแบบอื่นอย่างไร

การเตะบอลทั่วไปใช้ข้างเท้าด้านใน หลังเท้า หรือข้างเท้าด้านนอก ซึ่งส่งบอลไปข้างหน้าหรือด้านข้างเป็นหลัก แต่ลูกส้นหลังเป็นการใช้ส่วนท้ายสุดของเท้าแตะหรือกระแทกบอลให้ไหลย้อนกลับไปทางที่ผู้เล่นเพิ่งวิ่งมา จุดเด่นคือคู่แข่งอ่านทางยาก เพราะร่างกายของผู้เล่นยังหันไปอีกทางหนึ่ง กองหลังที่ประกบอยู่ด้านหลังมักคาดว่าจะมีการหมุนตัวหรือพักบอล ไม่คิดว่าบอลจะถูกส่งออกไปทันที

ในวงการฟุตบอลไทย แฟนบอลมักเรียกทักษะนี้ว่า “ลูกส้นหลัง” “ส้นหลัง” หรือทับศัพท์ว่า “แบ็คฮีล” ทั้งหมดหมายถึงสิ่งเดียวกัน ต่างจาก ราโบน่า ที่เป็นการไขว้ขาเตะบอลจากด้านหลังขาข้างที่ยืน และต่างจาก ลอดดาก ที่เป็นการส่งบอลผ่านระหว่างขาคู่แข่ง

ประเภทของลูกส้นหลังที่พบบ่อย

  1. ส้นหลังจ่ายบอล ใช้ส่งบอลสั้นให้เพื่อนที่วิ่งตามมาด้านหลัง พบมากในจังหวะเล่นกำแพงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ
  2. ส้นหลังยิงประตู ใช้เมื่อผู้เล่นหันหลังให้ประตูแต่บอลมาอยู่ในตำแหน่งพอดี เช่น บอลเปิดเรียดผ่านหน้าประตู
  3. ส้นหลังลอยหรือแบบกลางอากาศ ใช้ส้นเท้าแตะบอลที่ลอยมาให้เปลี่ยนทิศ มักเห็นในประตูสวย ๆ ที่ถูกนำไปเปรียบกับลูกแมงป่อง
  4. ส้นหลังหลบคู่แข่ง ใช้ดึงบอลไปด้านหลังเพื่อเปลี่ยนทิศการเลี้ยง หลอกให้กองหลังพุ่งผิดทาง

ลูกส้นหลังใช้ในจังหวะไหนของเกม

ลูกส้นหลังไม่ใช่ท่าโชว์ที่ใช้ได้ทุกจังหวะ ผู้เล่นระดับอาชีพเลือกใช้เมื่อสถานการณ์เอื้อจริง ๆ เพราะถ้าพลาดจะเสียบอลในตำแหน่งอันตราย จังหวะที่เหมาะมักเป็นช่วงที่ผู้เล่นหันหลังให้ประตูคู่แข่ง มีกองหลังประกบชิดด้านหลัง และมีเพื่อนร่วมทีมวิ่งสอดขึ้นมาจากแนวลึก การแตะส้นหลังเพียงครั้งเดียวจะพาบอลผ่านแนวรับไปถึงเพื่อนได้ทันที

อีกจังหวะหนึ่งคือในกรอบเขตโทษที่พื้นที่แคบมาก เมื่อบอลเปิดเรียดผ่านหน้าประตูมาด้านหลังกองหน้าเล็กน้อย การหยุดหมุนตัวอาจช้าเกินไป กองหน้าจึงใช้ส้นเท้าแตะบอลเข้าประตูแทน ประตูแบบนี้ดูง่ายแต่ต้องอาศัยการกะระยะและจังหวะอย่างละเอียด

ข้อดีและข้อเสียของลูกส้นหลัง

ข้อดีคือความรวดเร็วและความคาดไม่ถึง ส่วนข้อเสียคือความเที่ยงตรงต่ำกว่าการเตะด้วยข้างเท้า เพราะผู้เล่นมองไม่เห็นเป้าหมายโดยตรงและต้องอาศัยการจำตำแหน่งเพื่อน หากใช้ผิดจังหวะหรือในแดนตัวเองอาจเสียบอลจนถูกโต้กลับ โค้ชหลายคนจึงสอนให้ใช้ในแดนบนเป็นหลัก

ทักษะส่วนของเท้าที่ใช้ทิศทางบอลจังหวะที่เหมาะ
ลูกส้นหลัง (Backheel)ส้นเท้าย้อนไปด้านหลังผู้เล่นหันหลังให้ประตู มีเพื่อนวิ่งตาม
ราโบน่า (Rabona)หลังเท้าหรือข้างเท้า ไขว้หลังขาที่ยืนไปข้างหน้าหรือเฉียงไม่ถนัดใช้เท้าอีกข้าง
ลอดดาก (Nutmeg)ข้างเท้าหรือปลายเท้าผ่านระหว่างขาคู่แข่งคู่แข่งยืนกางขาเข้าประกบ
ข้างเท้าด้านนอก (Trivela)ข้างเท้าด้านนอกโค้งออกด้านข้างจ่ายบอลยาวหรือยิงโค้ง

กติกาฟุตบอลกับลูกส้นหลัง

กติกาฟุตบอลไม่ได้กำหนดว่าผู้เล่นต้องใช้ส่วนใดของเท้าเตะบอล ลูกส้นหลังจึงถูกกติกาในการเล่นปกติทุกกรณี แต่มีสองสถานการณ์ที่ควรรู้ อย่างแรกคือการเตะจุดโทษ กติกาข้อที่ 14 ของ IFAB ระบุว่าผู้เตะต้องเตะบอลไปข้างหน้า การใช้ส้นเท้าทำได้ถ้าบอลยังเคลื่อนไปทางด้านหน้า แต่ถ้าบอลไหลย้อนกลับไปหาเพื่อนร่วมทีม ผู้ตัดสินจะให้ทีมรับได้เตะลูกโทษแทน อ่านรายละเอียดได้ที่ กติกาข้อที่ 14 การเตะโทษ จาก IFAB

อย่างที่สองคือการเขี่ยลูกเริ่มเกม ก่อนฤดูกาล 2016-17 บอลต้องเคลื่อนไปข้างหน้าในการเขี่ยลูก แต่ IFAB ปรับกติกาในปี 2016 ให้บอลเคลื่อนไปทิศทางใดก็ได้ ทำให้ผู้เล่นบางคนใช้ส้นหลังเขี่ยลูกส่งกลับไปให้เพื่อนด้านหลังได้โดยไม่ผิดกติกา สรุปการเปลี่ยนแปลงกติกาปีนั้นได้ที่ Sky Sports

ตัวอย่างลูกส้นหลังที่โด่งดังในเกมจริง

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (Zlatan Ibrahimović) ยิงประตูด้วยส้นเท้ากลางอากาศใส่ทีมชาติอิตาลีในศึกยูโร 2004 เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2004 ช่วยให้สวีเดนเสมอ 1-1 และกลายเป็นหนึ่งในประตูส้นหลังที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ประตูนี้คือตัวอย่างชัดเจนว่าลูกส้นหลังไม่ได้ใช้แค่จ่ายบอล แต่ตัดสินผลการแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้จริง

ในฝั่งการจ่ายบอล กูติ (Guti) อดีตกองกลางของเรอัล มาดริด เป็นนักเตะที่แฟนบอลจดจำเรื่องลูกส้นหลังมากที่สุดคนหนึ่ง จังหวะที่เขาใช้ส้นเท้าจ่ายให้ คาริม เบนเซม่า ยิงเข้าประตูอย่างง่ายดายในเกมลาลีกา ถูกนำมาเปิดซ้ำบ่อยครั้งในรายการรวมแอสซิสต์ที่สวยที่สุด และหลายปีต่อมาเบนเซม่าเองก็ทำแอสซิสต์ด้วยส้นหลังจนถูกนำไปเปรียบเทียบกับรุ่นพี่

ประตูและแอสซิสต์เหล่านี้ทำให้เห็นว่าลูกส้นหลังที่ได้ผลจริงไม่ได้มาจากความหวือหวาเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการอ่านเกมล่วงหน้า รู้ว่าเพื่อนอยู่ตรงไหนและกองหลังจะขยับไปทางใด

วิธีฝึกลูกส้นหลังสำหรับผู้เล่นทั่วไป

  1. เริ่มจากยืนนิ่ง วางบอลไว้ข้างหน้าเท้าเล็กน้อย ก้าวข้ามบอลแล้วใช้ส้นเท้าแตะบอลกลับไปด้านหลังเบา ๆ ให้คุมน้ำหนักได้
  2. ฝึกกับคู่ซ้อม ให้คู่ซ้อมยืนด้านหลังในระยะ 3-5 เมตร แล้วฝึกส่งบอลให้ถึงเท้าโดยไม่หันไปมอง
  3. เพิ่มการเคลื่อนที่ วิ่งช้า ๆ แล้วแตะส้นหลังส่งบอลให้เพื่อนที่วิ่งตาม ฝึกจนจังหวะเป็นธรรมชาติ
  4. ฝึกจบสกอร์ ให้เพื่อนเปิดบอลเรียดผ่านหน้าประตูมาด้านหลังตัวเล็กน้อย แล้วใช้ส้นเท้าแตะบอลเข้าประตู

ข้อควรระวังคือการฝึกลูกส้นหลังกลางอากาศต้องยืดเหยียดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังและสะโพกให้พร้อมก่อน เพราะเป็นท่าที่ใช้การเหวี่ยงขาในมุมที่ไม่คุ้นเคย หากต้องการดูการวิเคราะห์เกมจริงที่มีจังหวะแบบนี้ ติดตามได้ที่ หน้ารวมวิเคราะห์บอล

ที่มา/อ้างอิง: กติกาการแข่งขันฟุตบอลของ IFAB (กติกาข้อที่ 14), สรุปการเปลี่ยนแปลงกติกาปี 2016 จาก Sky Sports และ Premier League, ข้อมูลการแข่งขันยูโร 2004 จาก UEFA และ อภิธานศัพท์ฟุตบอลของ Wikipedia

คำถามที่พบบ่อย

ลูกส้นหลัง คือ อะไร

คือการใช้ส้นเท้าเตะหรือเขี่ยบอลให้เคลื่อนไปด้านหลังของผู้เล่น ใช้ได้ทั้งการจ่ายบอลและการยิงประตู ภาษาอังกฤษเรียกว่า Backheel

ยิงจุดโทษด้วยส้นหลังได้ไหม

ได้ ถ้าบอลยังเคลื่อนไปข้างหน้าตามกติกาข้อที่ 14 แต่ถ้าบอลย้อนกลับไปด้านหลัง ผู้ตัดสินจะลงโทษผู้เตะ

ลูกส้นหลังกับราโบน่าต่างกันอย่างไร

ลูกส้นหลังใช้ส้นเท้าส่งบอลไปด้านหลัง ส่วนราโบน่าเป็นการไขว้ขาเตะบอลจากด้านหลังขาข้างที่ยืน บอลมักไปข้างหน้าหรือเฉียง

สรุปแล้ว ลูกส้นหลังเป็นทักษะเล็ก ๆ ที่สร้างความต่างได้มาก เมื่อใช้ถูกจังหวะจะเปิดเกมรุกได้ทันที แต่ต้องอาศัยการฝึกและการอ่านเกมเพื่อให้เป็นอาวุธจริง ไม่ใช่แค่ท่าโชว์

แชร์บทความนี้FacebookXLINE