clubheng

ติกิตาก้า คือ อะไร ความหมายของสไตล์บอลสั้นครองบอล ต้นกำเนิด หลักการ และทีมที่โด่งดัง

แชร์บทความนี้FacebookXLINE

ติกิตาก้า คือ สไตล์การเล่นฟุตบอลที่เน้นการส่งบอลสั้นหนึ่งถึงสองจังหวะอย่างต่อเนื่อง ผู้เล่นขยับหาช่องและสลับตำแหน่งกันตลอดเวลา เพื่อครองบอลให้ได้มากที่สุดและค่อย ๆ ดึงแนวรับคู่แข่งให้เสียรูป ก่อนหาช่องทำประตู สไตล์นี้โด่งดังสุดขีดจากบาร์เซโลนายุค เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และทีมชาติสเปนช่วงปี 2008-2012

  • ติกิตาก้าคือการเล่นบอลสั้น เคลื่อนที่ตลอด และครองบอลเป็นหัวใจหลัก
  • รากฐานมาจาก โทเทิล ฟุตบอล ของเนเธอร์แลนด์ และปรัชญาของ โยฮัน ครัฟฟ์ ที่บาร์เซโลนา
  • คำนี้ถูกทำให้แพร่หลายโดยผู้บรรยายชาวสเปน Andrés Montes ในฟุตบอลโลก 2006
  • สเปนใช้สไตล์นี้คว้าแชมป์ยูโร 2008 ฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012
  • จุดอ่อนคือถูกแผนรับลึกและเกมสวนกลับเร็วทำลายได้ เช่นที่บาเยิร์นชนะบาร์ซารวม 7-0 ในปี 2013

ติกิตาก้า คือ อะไร ความหมายแบบเข้าใจง่าย

ถ้าให้อธิบายแบบแฟนบอลไทยเข้าใจง่ายที่สุด ติกิตาก้า คือ “การเล่นบอลสั้นเป็นสามเหลี่ยม” ผู้เล่นยืนห่างกันไม่มาก คนที่มีบอลจะมีทางส่งอย่างน้อยสองทางเสมอ บอลจึงไหลจากเท้าสู่เท้าด้วยจังหวะเร็ว คู่แข่งวิ่งไล่จนเหนื่อยแต่แย่งบอลไม่ได้ เมื่อแนวรับเริ่มขยับผิดจังหวะ ช่องว่างก็จะเปิดออกให้กองกลางหรือกองหน้าทะลุเข้าไปจบสกอร์

ชื่อ “ติกิตาก้า” (Tiki-taka) เป็นคำเลียนเสียงบอลที่ถูกส่งไปมาถี่ ๆ คำนี้ใช้กันในวงการฟุตบอลสเปนมาก่อน และมีข้อมูลว่าเดิมอาจเป็นคำที่ใช้แซวในเชิงตำหนิว่าส่งบอลไปมาโดยไม่มีจุดหมาย แต่ผู้ที่ทำให้คำนี้ติดหูไปทั่วโลกคือ Andrés Montes ผู้บรรยายชาวสเปน ที่ใช้คำนี้ระหว่างพากย์เกมของทีมชาติสเปนในฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี หากอยากเข้าใจเรื่องสถิติการถือบอลเพิ่มเติม อ่านต่อได้ที่ การครองบอล คือ อะไร

ต้นกำเนิดของติกิตาก้า: จากโทเทิล ฟุตบอล สู่บาร์เซโลนา

รากจากเนเธอร์แลนด์และยุโรปกลาง

แนวคิดการครองบอลและสลับตำแหน่งไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน มันต่อยอดมาจาก โทเทิล ฟุตบอล ของ อาแจ็กซ์ และทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในทศวรรษ 1970 ที่ผู้เล่นทุกคนสลับหน้าที่กันได้ และยังมีรากจากสไตล์ส่งบอลสั้นของชาลเก้ในยุคก่อนสงครามโลก รวมถึงแนวทาง Temporizare ของ Angelo Niculescu กุนซือทีมชาติโรมาเนีย ซึ่ง FIFA ในปี 2011 และ UEFA ในปี 2014 เคยยกย่องว่าเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดนี้

โยฮัน ครัฟฟ์ วางรากฐานที่คัมป์นู

จุดเปลี่ยนสำคัญคือ โยฮัน ครัฟฟ์ (Johan Cruyff) ที่คุมบาร์เซโลนาช่วงปี 1988-1996 เขานำปรัชญาแบบดัตช์มาใช้ทั้งทีมชุดใหญ่และอคาเดมีลา มาเซีย ทุกรุ่นต้องเล่นบอลด้วยหลักการเดียวกัน หลังจากนั้นกุนซืออย่าง หลุยส์ ฟาน กาล และ แฟรงค์ ไรการ์ด ก็สานต่อแนวทางนี้ ลา มาเซีย จึงผลิตนักเตะที่เกิดมาเพื่อเล่นบอลแบบนี้ เช่น ชาบี (Xavi), อันเดรส อิเนียสต้า (Andrés Iniesta), เปโดร, เชสก์ ฟาเบรกาส และ ลิโอเนล เมสซี่

ยุคทองของติกิตาก้า: บาร์ซาของกวาร์ดิโอล่า และสเปนแชมป์โลก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (Pep Guardiola) คุมบาร์เซโลนาระหว่างปี 2008-2012 และคว้าแชมป์รวม 14 รายการ ในปี 2009 บาร์ซาเก็บได้ถึง 6 ถ้วยในปีเดียว รวมทริปเปิลแชมป์ ลาลีกา โกปา เดล เรย์ และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เขาเพิ่มองค์ประกอบใหม่ให้ติกิตาก้า ทั้งการใช้ ฟอลส์ไนน์ ฟูลแบ็กที่ดันสูง และผู้รักษาประตูที่เริ่มสร้างเกมจากแดนหลัง

ในระดับทีมชาติ สเปนคือภาพจำของติกิตาก้า หลุยส์ อาราโกเนส (Luis Aragonés) พาทีมคว้าแชมป์ยูโร 2008 จากนั้น บิเซนเต้ เดล บอสเก้ (Vicente del Bosque) สานต่อจนได้แชมป์ฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ และแชมป์ยูโร 2012 กลายเป็นทีมแรกที่ครองแชมป์รายการใหญ่ติดต่อกันสามสมัย โดยมีกองกลางจากบาร์ซาเป็นแกนหลัก

ทีมช่วงเวลาผู้คุมทีมความสำเร็จเด่น
บาร์เซโลนา1988-1996โยฮัน ครัฟฟ์วางรากฐานปรัชญาและอคาเดมี
ทีมชาติสเปน2008หลุยส์ อาราโกเนสแชมป์ยูโร 2008
บาร์เซโลนา2008-2012เป๊ป กวาร์ดิโอล่า14 แชมป์ รวม 6 ถ้วยในปี 2009
ทีมชาติสเปน2010-2012บิเซนเต้ เดล บอสเก้แชมป์โลก 2010 และยูโร 2012

หลักการเล่นสำคัญของติกิตาก้า

  1. ส่งสั้น จังหวะน้อย: แตะหนึ่งหรือสองครั้งแล้วปล่อยบอล เพื่อให้เกมเร็วกว่าการวิ่งไล่ของคู่แข่ง
  2. สร้างสามเหลี่ยมตลอดเวลา: คนถือบอลต้องมีเพื่อนให้ส่งอย่างน้อยสองทาง
  3. เคลื่อนที่และสลับตำแหน่ง: กองกลางเปลี่ยนตำแหน่งกันจนผู้ประกบตามไม่ทัน
  4. ครองบอลคือการป้องกัน: ถ้าบอลอยู่กับเรา คู่แข่งก็ยิงประตูไม่ได้
  5. ไล่บอลคืนทันทีเมื่อเสีย: ทีมยืนใกล้กัน จึงเข้าบีบแย่งบอลคืนได้เร็ว ซึ่งเชื่อมกับแนวคิด เพรสซิ่ง

จุดอ่อนและช่วงขาลงของติกิตาก้า

ติกิตาก้าไม่ได้ไร้เทียมทาน ในยูโร 2012 สเปนถูกวิจารณ์ว่าเล่นแบบไม่มีกองหน้าตัวจริงและยิงประตูได้น้อย นักเขียนชาวอังกฤษถึงกับตั้งชื่อเล่นเชิงประชดว่า “Tiki-takanaccio” ต่อมาในปี 2013 บาเยิร์น มิวนิค ชนะบาร์เซโลนา 4-0 และ 3-0 ในรอบรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก สกอร์รวม 7-0 ส่วนบราซิลก็ถล่มสเปน 3-0 ในนัดชิงคอนเฟเดอเรชันส์ คัพ 2013 ยุติสถิติไม่แพ้ 29 นัด

ปีถัดมา แอตเลติโก มาดริด ของ ดิเอโก ซิเมโอเน่ ใช้แผนรับแน่นและเกมลูกกลางอากาศเอาชนะแนวทางของบาร์ซา และสเปนตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2014 หลังแพ้ชิลี หลายฝ่ายจึงมองว่านี่คือจุดสิ้นสุดของยุคติกิตาก้าแบบดั้งเดิม ที่น่าสนใจคือ กวาร์ดิโอล่าเองเคยพูดในปี 2014 ว่าเขาไม่ชอบการส่งบอลเพียงเพื่อส่งบอล และปฏิเสธป้าย “ติกิตาก้า” เพราะสำหรับเขา การครองบอลต้องมีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสเสมอ

ติกิตาก้าในฟุตบอลยุคปัจจุบัน

แม้ติกิตาก้าแบบบาร์ซา 2009 จะหายไป แต่แนวคิดของมันยังอยู่ในทุกลีกใหญ่ ทั้งการเริ่มเกมจากแดนหลัง การวางกองกลางให้มีทางส่งรอบตัว และการไล่บอลคืนทันที ทีมยุคใหม่ผสมผสานการครองบอลกับเกมเปลี่ยนจังหวะเร็วและการขึ้นบอลตรงมากขึ้น สำหรับแฟนบอลไทยที่ดูพรีเมียร์ลีกหรือลาลีกาทุกสัปดาห์ เมื่อเห็นทีมไหนต่อบอลสั้นเป็นสามเหลี่ยมยาว ๆ ก่อนทะลุกลางเข้าไป นั่นคือมรดกที่ติกิตาก้าทิ้งไว้

ที่มา/อ้างอิง: Wikipedia: Tiki-taka, Wikipedia: 2010 FIFA World Cup

คำถามที่พบบ่อย

ติกิตาก้า คือ อะไร

ติกิตาก้า คือ สไตล์ฟุตบอลที่เน้นการส่งบอลสั้นหนึ่งถึงสองจังหวะ เคลื่อนที่และสลับตำแหน่งตลอด เพื่อครองบอลและดึงแนวรับคู่แข่งให้เสียรูป

ใครเป็นผู้คิดค้นติกิตาก้า

ไม่มีผู้คิดค้นเพียงคนเดียว รากฐานมาจากโทเทิล ฟุตบอล และโยฮัน ครัฟฟ์ ที่บาร์เซโลนา ก่อนเป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะพัฒนาจนโด่งดังที่สุดในปี 2008-2012

ทีมไหนใช้ติกิตาก้าประสบความสำเร็จที่สุด

บาร์เซโลนายุคกวาร์ดิโอล่าที่คว้า 14 แชมป์ และทีมชาติสเปนที่ได้แชมป์ยูโร 2008 ฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012

แชร์บทความนี้FacebookXLINE
คลิปที่เกี่ยวข้อง