ดูภาพรวมวิเคราะห์บอลวันนี้รวมทุกคู่เด็ดประจำวันได้ที่หน้าแรก
















ฝรั่งเศส พบ อังกฤษ: ภาพรวมและแนวโน้มเกมชิงอันดับ 3
ศึก ฝรั่งเศส พบ อังกฤษ นัดชิงอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2026 ที่ไมอามี สเตเดียม คือเกมที่ทั้งสองทีมไม่อยากมาเล่น แต่กลับมีเดิมพันที่จริงจังกว่าที่คิด ทั้งเหรียญทองแดง การอำลาของตำนาน และการชิงรองเท้าทองคำที่ยังไม่จบ
ฝรั่งเศสของดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ เดินทางมาถึงรอบรองฯ ด้วยสถิติสมบูรณ์แบบ ชนะรวด 6 นัด ยิง 16 เสียเพียง 2 ก่อนถูกสเปนปิดเกมเบ็ดเสร็จ 0-2 ในดัลลัส ซึ่งเป็นครั้งแรกของทัวร์นาเมนต์ที่พวกเขาตกเป็นฝ่ายตามหลัง ส่วนอังกฤษของโธมัส ทูเคิ่ล เจ็บปวดกว่า เพราะออกนำอาร์เจนตินาจากประตูของแอนโธนี่ กอร์ดอน นาที 55 ก่อนโดนพลิกแพ้ 1-2 ในช่วงท้าย
งานวิเคราะห์บอลคู่นี้จึงอยู่ที่คำถามเดียว ทีมไหนจะมีแรงจูงใจมากกว่ากัน เพราะเกมชิงอันดับ 3 มักถูกตัดสินด้วยทัศนคติมากกว่าคุณภาพ
ฝรั่งเศส พบ อังกฤษ: ฟอร์มล่าสุดและสถิติการเจอกัน
ก่อนสะดุดกับสเปน ฝรั่งเศสคือทีมที่ฟอร์มดีที่สุดของรายการ ชนะสวีเดน 3-0, ปารากวัย 1-0 และโมร็อกโก 2-0 ในรอบน็อกเอาต์ เกมกับสเปนเผยจุดอ่อนชัดเจน มิเกล โออาร์ซาบัล ยิงจุดโทษนาที 22 หลังลูกัส ดีญ ทำฟาวล์ลามีน ยามาล ก่อนเปโดร ปอร์โร ปิดท้ายนาที 58 แนวรุกสามประสานเอ็มบัปเป้-เดมเบเล่-โอลิเซ่ ยิงเข้ากรอบได้เพียงไม่กี่ครั้ง
อังกฤษไม่แพ้ใครมาตลอด 6 นัดก่อนเจออาร์เจนตินา ผ่านดีอาร์ คองโก 2-1, เม็กซิโก 3-2 และนอร์เวย์ 2-1 ในช่วงต่อเวลา สิ่งที่เจ็บที่สุดคือพวกเขาคุมเกมได้ด้วยการครองบอลเพียง 36% และยิงแค่ 6 ครั้ง แต่กลับเสียเกมในช่วง 5 นาทีสุดท้าย และกลายเป็นชาติเดียวในศตวรรษที่ 21 ที่ออกนำในรอบรองฯ บอลโลกแล้วไม่ได้เข้าชิงถึงสองครั้ง
สถิติเจอกันเอียงไปทางฝรั่งเศสอย่างหนัก อังกฤษชนะเพียง 1 จาก 9 นัดหลังสุดที่เจอกัน และครั้งล่าสุดคือรอบ 8 ทีมบอลโลก 2022 ที่ฝรั่งเศสชนะ 2-1 เขี่ยสิงโตคำรามตกรอบ อ้างอิงข้อมูลแมตช์อย่างเป็นทางการได้ที่ FIFA
| รายการ | ฝรั่งเศส | อังกฤษ |
|---|---|---|
| ผลงานในทัวร์นาเมนต์ | ชนะ 6 แพ้ 1 | ชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ 1 |
| ยิง-เสีย ก่อนรอบรองฯ | 16-2 | ยิงได้ต่อเนื่องทุกนัดน็อกเอาต์ |
| ผลรอบรองฯ | แพ้สเปน 0-2 | แพ้อาร์เจนตินา 1-2 |
| ดาวยิงตัวหลัก | เอ็มบัปเป้ (8 ประตู) | เคน (6 ประตู) |
| สถิติเจอกันล่าสุด | บอลโลก 2022 รอบ 8 ทีม ฝรั่งเศสชนะ 2-1 | |
ฝรั่งเศส พบ อังกฤษ: จุดแข็ง-จุดอ่อน และแผนการเล่นที่คาด
ฝรั่งเศส
จุดแข็งยังเป็นความเร็วของแนวรุก โดยมีเอ็มบัปเป้ที่ยิง 8 ประตูและเดมเบเล่ที่ทำไป 5 ประตูจากริมเส้นขวา แต่ปัญหาที่สเปนเปิดโปงคือแดนกลางที่แข็งทื่อและขาดความคิดสร้างสรรค์ เมื่อถูกบีบพื้นที่ก็หาทางออกไม่เจอ
ข่าวร้ายคือวิลเลียม ซาลิบา เกือบแน่นอนว่าพลาดเกมนี้ หลังล้มลงเองในเกมกับสเปนและมีรายงานว่าอาการหลังของเขาอาจต้องจบด้วยการผ่าตัด คาดว่ามักซองส์ ลากรัวซ์จะยืนแทน ส่วนโอเรเลียง ชูอาเมนี หายเจ็บแฮมสตริงกลับมาแล้ว และเดส์ช็องส์น่าจะปรับหลายตำแหน่งในเกมสุดท้ายของเขา รวมถึงใช้เตโอ เอร์นันเดซแทนดีญ ที่พลาดจนเสียจุดโทษ
อังกฤษ
จุดแข็งคือโครงสร้างเกมรับที่แน่นและการสวนกลับผ่านเบลลิงแฮมกับเคน ซึ่งใช้ได้ผลกับนอร์เวย์และเม็กซิโก จุดอ่อนที่เห็นชัดในเกมกับอาร์เจนตินาคือการบริหารเกมช่วงท้าย ทูเคิ่ลส่งตัวสำรองสามคนใน 20 นาทีสุดท้ายและดึงคนที่ยิงประตูออก จนเสียเกมไป
ด้านกำลังพล รีซ เจมส์ เจ็บกล้ามเนื้ออีกครั้งในเกมกับอาร์เจนตินา หลังเพิ่งหายจากแฮมสตริงได้เพียงสัปดาห์เดียว ข่าวดีคือจาร์เรล ควานซาห์ พ้นโทษแบนสองนัดกลับมาเป็นตัวเลือกได้แล้ว ส่วนจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยังเจ็บข้อมือ นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ต้องจับตาเรื่องโทษของจู๊ด เบลลิงแฮม ที่ถูกกล้องจับภาพขณะตบศีรษะด้านหลังของบาเลนติน บาร์โก ระหว่างที่อาร์เจนตินาฉลองชัย
ฝรั่งเศส พบ อังกฤษ: ผู้เล่นตัวชี้ขาด
เอ็มบัปเป้คือคนที่มีแรงจูงใจมากที่สุดในสนาม เขายิง 8 ประตูเท่ากับเมสซีในการชิงรองเท้าทองคำ และเนื่องจากเมสซีลงเล่นนัดชิงในวันถัดไป เกมนี้จึงเป็นโอกาสสุดท้ายของเขาที่จะแซงหน้า ปัจจัยนี้ทำให้เชื่อได้ว่าเขาจะลงสนามและไล่ล่าประตูอย่างจริงจัง
ฝั่งสิงโตคำราม เคนยิงไป 6 ประตูและมีแรงจูงใจเดียวกันในการไล่ล่ารองเท้าทองคำ ส่วนเบลลิงแฮมที่ยิง 6 ประตูจากตำแหน่งกองกลาง คือคนที่น่าจะตัดสินเกมที่เปิดกว้างแบบนี้ได้มากที่สุด ดูข้อมูลตัวจริงและตัวเจ็บเพิ่มเติมได้ที่ Sports Mole
- เอ็มบัปเป้ 8 ประตูเท่าเมสซี เกมนี้คือโอกาสสุดท้ายชิงรองเท้าทองคำ เพราะเมสซีเล่นนัดชิงวันถัดไป
- เกมสุดท้ายของเดส์ช็องส์หลังคุมทีมมา 14 ปี และเป็นนัดที่ 27 ในบอลโลกซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของกุนซือ
- ซาลิบาเจ็บหลังจ่อผ่าตัด เกือบแน่นอนว่าพลาด คาดลากรัวซ์ยืนแทน
- อังกฤษเสียรีซ เจมส์เจ็บซ้ำ แต่ได้ควานซาห์พ้นแบนกลับมา
- อังกฤษชนะฝรั่งเศสเพียง 1 จาก 9 นัดหลังสุด และชนะเกมนี้จะเป็นผลงานดีที่สุดตั้งแต่ปี 1966
ฝรั่งเศส พบ อังกฤษ: ปัจจัยแวดล้อม
เกมจัดที่ไมอามี สเตเดียม (ฮาร์ดร็อก สเตเดียม) เมืองไมอามี การ์เดนส์ ซึ่งเป็นสนามกลางแจ้งที่มีความชื้นสูงมากในช่วงกลางฤดูร้อน โดยมีรายงานว่าอุณหภูมิอาจแตะราว 31 องศาเซลเซียส ปัจจัยนี้มักทำให้จังหวะเกมช้าลงในครึ่งหลังและเปิดพื้นที่ให้เกิดประตูมากขึ้น
อีกจุดที่ต้องคิดคือทั้งสองทีมมีเวลาพักเพียงสามถึงสี่วันหลังความผิดหวังในรอบรองฯ ซึ่งเป็นเรื่องของสภาพจิตใจมากกว่าร่างกาย และทั้งสองกุนซือน่าจะหมุนตัวสำรองพอสมควร ส่วนข้อมูลผู้ตัดสินยังไม่ยืนยันชัดเจนในเวลานี้
ฝรั่งเศส จะคว้าเหรียญทองแดงส่งท้ายเดส์ช็องส์ได้ไหม?
คำตอบเชิงกีฬาคือฝรั่งเศสมีภาษีดีกว่า ทั้งจากสถิติเจอกันที่อังกฤษชนะแค่ 1 จาก 9 นัดหลัง คุณภาพแนวรุกที่เหนือกว่า และแรงจูงใจสองชั้นที่ชัดเจนที่สุดในสนาม คือรองเท้าทองคำของเอ็มบัปเป้และการอำลาของเดส์ช็องส์ ซึ่งเคยพาทีมคว้าเหรียญทองแดงมาแล้วในปี 1958 และ 1986
อย่างไรก็ตาม เกมชิงอันดับ 3 คาดเดายากเสมอ เพราะขึ้นอยู่กับว่าทีมไหนยังมีใจอยากเล่น อังกฤษเองก็มีเดิมพันจริงเพราะชัยชนะจะเป็นผลงานบอลโลกที่ดีที่สุดในรอบ 60 ปี ทีเด็ดเชิงวิเคราะห์บอลจึงให้ฝรั่งเศสชนะ 2-1 ในเกมที่น่าจะเปิดกว้างและมีประตูทั้งสองฝั่ง รับชมถ่ายทอดสดคู่นี้ได้ทางแพลตฟอร์ม Monomax ที่ถ่ายทอดครบทุกแมตช์ และลุ้นรับชมฟรีทาง MONO29 ช่อง 29
อ่านบทวิเคราะห์บอลคู่อื่น ๆ ได้ที่ หน้ารวมวิเคราะห์บอล
ตัวจริงที่คาด
ไมค์ แม็งย็อง · ฌูลส์ กุนเด · อิบราฮิมา โกนาเต้ · มักซองส์ ลากรัวซ์ · เตโอ เอร์นันเดซ · โอเรเลียง ชูอาเมนี · อาเดรียง ราบิโอต์ · มิเชล โอลิเซ่ · รายาน แชร์กี · อุสมาน เดมเบเล่ · กีลิยาน เอ็มบัปเป้
จอร์แดน พิคฟอร์ด · เจด สเปนซ์ · จอห์น สโตนส์ · มาร์ค เกฮี · นิโก้ โอไรลลี · เดคลัน ไรซ์ · คอบบี้ ไมนู · บูกาโย ซาก้า · จู๊ด เบลลิงแฮม · แอนโธนี่ กอร์ดอน · แฮร์รี เคน

